กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ของ ESA สร้างสถิติภาพถ่ายแสงที่มองเห็นได้ที่มีรายละเอียดมากที่สุดของใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งมีดาวมากกว่า 60 ล้านดวง [2][7][15] ภาพโมเสกครอบคลุมพื้นที่ 4.8 ตารางองศา เกิดจากการถ่ายภาพ 9 จุดต่อเนื่องกันเป็นเวลาประมาณ 26 ชั่วโมงในวันที่ 23 มีนาคม 2025 และเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What new record did ESA's Euclid space telescope set by capturing over 60 million stars in a six-. Article summary: Here is the verified, source-backed answer to your question.. Topic tags: general, education, general web, government, academic. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
นี่คือคำตอบที่ตรวจสอบและอ้างอิงจากแหล่งที่มาแล้ว
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2025 กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ของ ESA ได้ใช้กล้อง VIS ซึ่งถ่ายภาพในแสงที่มองเห็นได้ ชี้ไปยังบริเวณใกล้ศูนย์กลางของกาแล็กซีทางช้างเผือก และใช้เวลาประมาณ 26 ชั่วโมง ในการถ่ายภาพ 9 จุดต่อเนื่องกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพโมเสกที่มีรายละเอียดมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในแสงที่มองเห็นได้ของหัวใจกาแล็กซีของเรา ภาพโมเสกครอบคลุมพื้นที่ 4.8 ตารางองศา และประกอบด้วยดาวฤกษ์ มากกว่า 60 ล้านดวง ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Quick Data Release 2 (หรือ Euclid Galactic Bulge Survey)
การสำรวจนี้ครอบคลุม ระบบดาวเคราะห์ 51 ระบบ ที่ตรวจพบก่อนหน้านี้จากการสำรวจไมโครเลนส์ และจะทำหน้าที่เป็น เส้นฐานอ้างอิงเวลาสำหรับไมโครเลนส์ ให้กับกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman ของ NASA ซึ่งมีกำหนดดำเนินการสำรวจ Galactic Bulge Time Domain Survey (GBTDS) ในช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 ภาพก่อนการถ่ายที่มีความละเอียดสูงจาก Euclid จะมอบภาพ "ก่อนหน้า" ให้กับ Roman ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการวัดมวลของวัตถุที่ทำหน้าที่เป็นเลนส์และการตรวจจับดาวเคราะห์นอกระบบในภูมิภาคนี้ได้อย่างมาก
ภารกิจหลักของ Euclid คือการทำแผนที่เรขาคณิตของเอกภพมืด โดยออกแบบมาเพื่อสำรวจกาแล็กซีหลายพันล้านแห่งในพื้นที่ 15,000 ตารางองศาของท้องฟ้านอกกาแล็กซี โดยใช้เทคนิค weak gravitational lensing และ galaxy clustering เพื่อศึกษาเรื่องพลังงานมืดและสสารมืด
Galactic Bulge Survey เป็น การเบี่ยงเบนโดยเจตนา จากโปรแกรมดังกล่าว แทนที่จะมองออกไปยังกาแล็กซีไกลโพ้น Euclid กลับมองเข้าไปยังใจกลางที่หนาแน่นและแออัดของกาแล็กซีของเราเอง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีดาวสว่างมากมายจนปกติแล้วจะหลีกเลี่ยงในการศึกษาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยา วัตถุประสงค์คือเพื่อ ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของดาวเคราะห์นอกระบบและดาวฤกษ์ โดยเฉพาะ นั่นคือการให้ภาพอ้างอิงที่มีความลึก กว้าง และมีความละเอียดสูง ซึ่งจะช่วยให้การสำรวจไมโครเลนส์ของ Roman สามารถค้นหาดาวเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทีมงานต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ:
การขออนุมัติ: การสังเกตการณ์นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนภารกิจดั้งเดิมของ Euclid คณะทำงาน Exoplanet Science Working Group ซึ่งนำโดย Eamonn Kerins ต้องสร้างกรณีทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคโดยละเอียดเพื่อโน้มน้าวให้ ESA และ Euclid Consortium จัดสรรเวลาสังเกตการณ์ โดยเบนจากภารกิจสำรวจพลังงานมืดหลัก
การจำลองก่อนการสังเกตการณ์อย่างเข้มข้น: การเตรียมการต้องใช้ "การทดสอบทางเทคนิคที่ละเอียดถี่ถ้วนเป็นเวลาหลายเดือนร่วมกับทีมปฏิบัติการเครื่องมือและยานอวกาศ Euclid" เพื่อพิสูจน์ว่าการถ่ายภาพบริเวณ bulge ที่หนาแน่นมากจะไม่ทำให้เครื่องตรวจจับหรือท่อส่งข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์ทำงานหนักเกินไป ทีมงานได้จำลองตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อยืนยันว่ายานอวกาศสามารถชี้ไปยังพื้นที่ที่มีดาวฤกษ์หนาแน่นและสว่างจ้าได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ทำให้ CCD ของกล้อง VIS อิ่มตัวหรือทำให้การเทียบมาตรฐานหลักของภารกิจลดลง
ไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลัก: ทีมงานต้องพิสูจน์ว่าการสังเกตการณ์ bulge สามารถแทรกเข้าไปในช่วงเวลา 26 ชั่วโมงได้โดยไม่รบกวนการสำรวจ Wide และ Deep Surveys หลักของ Euclid หรือทำให้วัสดุสิ้นเปลืองที่จำเป็นสำหรับแคมเปญจักรวาลวิทยาหลักหมดลง
การประมวลผลข้อมูลที่มีความหนาแน่นสูง: ความหนาแน่นของดาวฤกษ์ที่สูงมากในบริเวณ bulge ซึ่งมีดาวมากถึงหลายล้านดวงต่อตารางองศา จำเป็นต้องมีการลดทอนข้อมูลแบบพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการซ้อนทับกัน ข้อผิดพลาดทางโฟโตเมทรี และการเลื่อนของการเทียบมาตรฐาน โดยทั้งหมดนี้ต้องรักษาคุณภาพของภาพให้เพียงพอที่จะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงทาง astrometric และ photometric ที่เชื่อถือได้สำหรับ Roman
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ของ ESA สร้างสถิติภาพถ่ายแสงที่มองเห็นได้ที่มีรายละเอียดมากที่สุดของใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งมีดาวมากกว่า 60 ล้านดวง [2][7][15]
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid ของ ESA สร้างสถิติภาพถ่ายแสงที่มองเห็นได้ที่มีรายละเอียดมากที่สุดของใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งมีดาวมากกว่า 60 ล้านดวง [2][7][15] ภาพโมเสกครอบคลุมพื้นที่ 4.8 ตารางองศา เกิดจากการถ่ายภาพ 9 จุดต่อเนื่องกันเป็นเวลาประมาณ 26 ชั่วโมงในวันที่ 23 มีนาคม 2025 และเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 [8]
ภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Euclid Galactic Bulge Survey ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนจากภารกิจหลักในการทำแผนที่พลังงานมืด โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบของกล้อง Nancy Grace Roman Space Telescope ของ NASA [7][9]
Loading comments...
Comments
0 comments