การลดกำลังผลิตเกิดขึ้นเป็น 3 ช่วง โดยเริ่มจากแผนแรกในช่วงประมาณเดือนเมษายน 2026 โตโยต้าวางแผนลดกำลังผลิตในต่างประเทศ 3.8 หมื่นคัน ภายในเดือนพฤศจิกายน โดยเน้นที่รถกระบะที่ผลิตในเอเชียเพื่อส่งไปยังตลาดเอเชียตะวันตก ต่อมาในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัทได้เพิ่มตัวเลขเป็น 8.3 หมื่นคัน พร้อมแจ้งซัพพลายเออร์รายใหญ่ถึงกำหนดการที่ปรับใหม่
ในวันที่ 23 มิถุนายน 2026 สำนักข่าวนิกเกอิ (Nikkei) รายงานว่าโตโยต้าจะลดกำลังผลิตในต่างประเทศประมาณ 1 แสนคัน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 โดยอ้างถึง "ดีมานด์ที่ลดลงจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การหยุดชะงักของการขนส่งไปยังตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น"
การลดกำลังผลิตจะเน้นไปที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นหลัก โดยโตโยต้ากำลังลดการผลิต รถยนต์รุ่น Avalon สำหรับ ตลาดจีน พร้อมกับรถยนต์ที่ส่งไปยังตลาดตะวันออกกลางและเอเชีย ก่อนหน้านี้ยังรวมถึงรถกระบะในซีรีส์ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) ที่ผลิตในเอเชียเพื่อส่งไปตะวันออกกลาง
ในเดือนมีนาคม 2026 โตโยต้าตัดกำลังผลิตเกือบ 4 หมื่นคัน สำหรับตลาดตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัญหาโลจิสติกส์จากการปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลกระทบต่อรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Toyota Land Cruiser ความรุนแรงของปัญหาดีมานด์สะท้อนจากยอดขายที่ลดลงอย่างหนัก โดยยอดขายในตะวันออกกลางร่วงลง 33.7% และในจีนลดลง 25.4% ในเดือนเมษายน 2026
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านได้ออกคำเตือนทางวิทยุ VHF ว่า "ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" ในเดือนมีนาคม 2026 สหรัฐฯ ขยายเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบอีกครั้ง จนถึง 11 มิถุนายน 2026 อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ โดยสมบูรณ์ แก่เรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ทุกลำ หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการเปิดช่องแคบอีกครั้งพังทลายในเดือนมิถุนายน 2026 หลังจากการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน กองกำลังทหารของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบอีกครั้ง ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2026 มีเรือเพียง 12 ลำ ที่ผ่านช่องแคบในหนึ่งวัน ลดลงจาก 35 ลำในวันก่อนหน้า ช่องทางเดินเรือกลางของช่องแคบยังคงถูกปิดกั้นด้วยทุ่นระเบิดประมาณ 80 ลูก ทำให้การเดินเรือปกติไม่น่าจะกลับมาได้จนกว่าจะมีการเคลียร์ทุ่นระเบิด
รถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศเพื่อส่งไปยังตะวันออกกลาง ไม่สามารถจัดส่งไปยังภูมิภาคได้ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตเสร็จแล้วสะสมอยู่ที่ท่าเรือ และบังคับให้โตโยต้าต้องหยุดหรือชะลอสายการผลิตสำหรับตลาดเหล่านั้น โตโยต้าแจ้งซัพพลายเออร์ว่าจะปรับโครงสร้างกำลังการผลิต เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นทำให้ไม่สามารถจัดส่งรถไปยังตะวันออกกลางได้
ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก กาตาร์ซึ่งรับผิดชอบประมาณ 20% ของการส่งออก LNG ทั่วโลก ประกาศเหตุสุดวิสัย ส่งผลให้ราคาก๊าซพุ่งสูงขึ้น กว่า 50% ในเอเชีย และ กว่า 60% ในยุโรป ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นโดยตรงทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการรถยนต์ที่ใช้น้ำมันลดลง ซึ่งเป็นรุ่นที่โตโยต้ากำลังลดการผลิต สหประชาชาติรายงานว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกำลังผลักดันต้นทุนพลังงานและก่อให้เกิดวิกฤตค่าครองชีพและการจ้างงานที่ขยายตัวไปไกลเกินกว่าตะวันออกกลาง
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซได้ก่อให้เกิด วิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษของเอเชีย และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าและการเชื่อมต่อการขนส่งทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลกระทบยังขยายออกไปไกลเกินกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์และโตโยต้า:
รายงานที่น่าเชื่อถือที่สุดมาจาก Nikkei (รายงานต้นฉบับที่ถูกอ้างอิงโดยสำนักข่าวเกือบทั้งหมด) , Reuters (การลดกำลังผลิตของโตโยต้าในเดือนมีนาคมและการปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งแรก) , Bloomberg (กลไกการปิดกั้นที่กำลังดำเนินอยู่) , The Guardian (ทุ่นระเบิดที่ปิดกั้นช่องแคบ) , UN News (ผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลก) และ Al Jazeera (การปิดช่องแคบอีกครั้งและข้อมูลการเดินเรือ) สำนักข่าวอื่นๆ หลายแห่งยืนยันไทม์ไลน์และตัวเลขเดียวกัน
การลดกำลังผลิตเกิดขึ้นเป็น 3 ช่วง โดยเริ่มจากแผนแรกในช่วงประมาณเดือนเมษายน 2026 โตโยต้าวางแผนลดกำลังผลิตในต่างประเทศ 3.8 หมื่นคัน ภายในเดือนพฤศจิกายน โดยเน้นที่รถกระบะที่ผลิตในเอเชียเพื่อส่งไปยังตลาดเอเชียตะวันตก ต่อมาในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัทได้เพิ่มตัวเลขเป็น 8.3 หมื่นคัน พร้อมแจ้งซัพพลายเออร์รายใหญ่ถึงกำหนดการที่ปรับใหม่
ในวันที่ 23 มิถุนายน 2026 สำนักข่าวนิกเกอิ (Nikkei) รายงานว่าโตโยต้าจะลดกำลังผลิตในต่างประเทศประมาณ 1 แสนคัน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 โดยอ้างถึง "ดีมานด์ที่ลดลงจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การหยุดชะงักของการขนส่งไปยังตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น"
การลดกำลังผลิตจะเน้นไปที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นหลัก โดยโตโยต้ากำลังลดการผลิต รถยนต์รุ่น Avalon สำหรับ ตลาดจีน พร้อมกับรถยนต์ที่ส่งไปยังตลาดตะวันออกกลางและเอเชีย ก่อนหน้านี้ยังรวมถึงรถกระบะในซีรีส์ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) ที่ผลิตในเอเชียเพื่อส่งไปตะวันออกกลาง
ในเดือนมีนาคม 2026 โตโยต้าตัดกำลังผลิตเกือบ 4 หมื่นคัน สำหรับตลาดตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัญหาโลจิสติกส์จากการปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลกระทบต่อรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Toyota Land Cruiser ความรุนแรงของปัญหาดีมานด์สะท้อนจากยอดขายที่ลดลงอย่างหนัก โดยยอดขายในตะวันออกกลางร่วงลง 33.7% และในจีนลดลง 25.4% ในเดือนเมษายน 2026
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านได้ออกคำเตือนทางวิทยุ VHF ว่า "ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" ในเดือนมีนาคม 2026 สหรัฐฯ ขยายเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบอีกครั้ง จนถึง 11 มิถุนายน 2026 อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ โดยสมบูรณ์ แก่เรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ทุกลำ หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการเปิดช่องแคบอีกครั้งพังทลายในเดือนมิถุนายน 2026 หลังจากการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน กองกำลังทหารของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบอีกครั้ง ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2026 มีเรือเพียง 12 ลำ ที่ผ่านช่องแคบในหนึ่งวัน ลดลงจาก 35 ลำในวันก่อนหน้า ช่องทางเดินเรือกลางของช่องแคบยังคงถูกปิดกั้นด้วยทุ่นระเบิดประมาณ 80 ลูก ทำให้การเดินเรือปกติไม่น่าจะกลับมาได้จนกว่าจะมีการเคลียร์ทุ่นระเบิด
รถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศเพื่อส่งไปยังตะวันออกกลาง ไม่สามารถจัดส่งไปยังภูมิภาคได้ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตเสร็จแล้วสะสมอยู่ที่ท่าเรือ และบังคับให้โตโยต้าต้องหยุดหรือชะลอสายการผลิตสำหรับตลาดเหล่านั้น โตโยต้าแจ้งซัพพลายเออร์ว่าจะปรับโครงสร้างกำลังการผลิต เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นทำให้ไม่สามารถจัดส่งรถไปยังตะวันออกกลางได้
ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก กาตาร์ซึ่งรับผิดชอบประมาณ 20% ของการส่งออก LNG ทั่วโลก ประกาศเหตุสุดวิสัย ส่งผลให้ราคาก๊าซพุ่งสูงขึ้น กว่า 50% ในเอเชีย และ กว่า 60% ในยุโรป ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นโดยตรงทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการรถยนต์ที่ใช้น้ำมันลดลง ซึ่งเป็นรุ่นที่โตโยต้ากำลังลดการผลิต สหประชาชาติรายงานว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกำลังผลักดันต้นทุนพลังงานและก่อให้เกิดวิกฤตค่าครองชีพและการจ้างงานที่ขยายตัวไปไกลเกินกว่าตะวันออกกลาง
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซได้ก่อให้เกิด วิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษของเอเชีย และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าและการเชื่อมต่อการขนส่งทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลกระทบยังขยายออกไปไกลเกินกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์และโตโยต้า:
รายงานที่น่าเชื่อถือที่สุดมาจาก Nikkei (รายงานต้นฉบับที่ถูกอ้างอิงโดยสำนักข่าวเกือบทั้งหมด) , Reuters (การลดกำลังผลิตของโตโยต้าในเดือนมีนาคมและการปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งแรก) , Bloomberg (กลไกการปิดกั้นที่กำลังดำเนินอยู่) , The Guardian (ทุ่นระเบิดที่ปิดกั้นช่องแคบ) , UN News (ผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลก) และ Al Jazeera (การปิดช่องแคบอีกครั้งและข้อมูลการเดินเรือ) สำนักข่าวอื่นๆ หลายแห่งยืนยันไทม์ไลน์และตัวเลขเดียวกัน