รายงาน 4 ฉบับใหญ่ในปี 2026 สอดคล้องกัน: 99% ของผู้บริหารคาดว่า AI จะทำให้เกิดการเลย์ออฟภายในปี 2028 พนักงานสายเทคที่ไม่ใช้ AI เป็นประจำเสี่ยงตกงานสูงถึง 3 เท่า 43% ของ CEO วางแผนลดตำแหน่งระดับจูเนียร์ และระดับความสุขใ... ข้อมูลจาก Mercer สำรวจพนักงาน 12,000 คน, Gallup สำรวจ 23,000 คน, Oliver Wyman สำรวจ CEO ทั่วโลก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What do 2026 surveys and reports from Gallup, Mercer, Challenger Gray & Christmas, and Oliver Wym. Article summary: The 2026 surveys and reports from these four firms paint a consistent picture: AI is rapidly restructuring the labor market, with executives planning significant job cuts, a clear penalty for workers who avoid AI tools, . Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รายงานสำรวจและข้อมูลจาก Gallup, Mercer, Challenger, Gray & Christmas และ Oliver Wyman ในปี 2026 ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า AI กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารวางแผนลดตำแหน่งงานจำนวนมาก พนักงานที่หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ชัดเจน ตำแหน่งระดับเริ่มต้นถูกบีบหนัก และความผาสุกของพนักงานตกต่ำอย่างรุนแรง ขณะที่ผลตอบแทนด้านผลิตภาพยังคงคลุมเครือ
นี่คือรายละเอียดจากแต่ละรายงานสำคัญ โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลต้นทางแล้ว
รายงาน Global Talent Trends 2026 ของ Mercer ซึ่งสำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 12,000 คน รวมถึงผู้บริหารระดับ C-suite 825 คน และผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล 1,650 คน พบว่าผู้บริหาร 99% คาดว่า AI จะทำให้เกิดการลดจำนวนพนักงานอย่างน้อยบางส่วนภายในสองปีข้างหน้า (ภายในปี 2028)
อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทวางแผนที่จะย้ายพนักงานไปยังตำแหน่งอื่น (redeployment) และฝึกทักษะใหม่ (reskilling) มากกว่าการลดพนักงานเพียงอย่างเดียว ตัวเลข 99% ดูน่าตกใจ แต่ความเป็นจริงมักจะมีความละเอียดอ่อนมากกว่า
ในเวลาเดียวกัน ความกังวลของพนักงานเกี่ยวกับการตกงานเพราะ AI เพิ่มขึ้นจาก 28% เป็น 40% เมื่อเทียบปีต่อปี นอกจากนี้ Mercer ยังรายงานว่า 62% ของพนักงานรู้สึกว่าผู้นำประเมินผลกระทบทางอารมณ์และจิตใจของ AI ต่ำเกินไป แต่มีผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพียง 19% เท่านั้นที่พิจารณาผลกระทบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำระบบดิจิทัลมาใช้
การสำรวจของ Gallup ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จากพนักงานสหรัฐฯ 23,000 คน ให้ผลลัพธ์ที่น่าจับตามองที่สุดชิ้นหนึ่งของปี โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานสายเทคโนโลยี พบว่าผู้ที่ใช้ AI น้อยกว่าเดือนละครั้ง มีโอกาสถูกเลิกจ้างถึง 18% ในขณะที่ผู้ที่ ใช้ AI อย่างน้อยเดือนละครั้ง มีโอกาสเพียง 6% ซึ่งมากกว่า 3 เท่า สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ว่าผลการค้นพบนี้ยังคงมีนัยสำคัญหลังจากควบคุมปัจจัยด้านอายุ การศึกษา อุตสาหกรรม และระยะเวลาหลังการเลิกจ้างแล้ว
ในทุกอุตสาหกรรม ผู้ที่ไม่ใช้ AI คิดเป็น 62% ของพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เทียบกับ 50% ของพนักงานที่ยังทำงานอยู่ ซึ่งเป็นช่องว่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ เป็นครั้งแรกที่ พนักงานสหรัฐฯ ครึ่งหนึ่ง (50%) ระบุว่าใช้ AI ในการทำงานอย่างน้อยปีละสองสามครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 46% ในไตรมาสก่อนหน้า
ประเด็นสำคัญ: พนักงานที่ถูกเลิกจ้างมีเพียงประมาณ 1% เท่านั้นที่ระบุว่าสาเหตุหลักมาจาก AI โดยตรง ความสัมพันธ์ระหว่างการไม่ใช้ AI กับความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้างนั้นแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลของ Gallup เป็นความสัมพันธ์เชิงสถิติ (correlational) จึงไม่สามารถตัดออกได้อย่างสมบูรณ์ว่าพนักงานที่มีทักษะต่ำกว่าหรือมีส่วนร่วมน้อยกว่ามักจะหลีกเลี่ยง AI และมีความเสี่ยงสูงกว่าด้วยเหตุผลอื่นๆ
การสำรวจ CEO ทั่วโลกของ Oliver Wyman ในปี 2026 พบว่า 43% ของ CEO วางแผนที่จะลดตำแหน่งงานระดับจูเนียร์ (junior roles) ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งมากกว่าสองเท่าของ 17% ที่ตอบแบบเดียวกันในปี 2025 ขณะเดียวกัน ความตั้งใจในการจ้างงานระดับกลางเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจาก 10% เป็น 27% ทำให้บันไดอาชีพแบบดั้งเดิมถูกบีบอัด
Bloomberg รายงานว่า CEO มากกว่า 40% วางแผนลดตำแหน่งจูเนียร์และหันไปจ้างตำแหน่งระดับกลางหรือระดับอาวุโส ในขณะที่มีเพียง 17% ที่วางแผนเพิ่มการจ้างงานจูเนียร์
รายงาน Global AI Jobs Barometer 2026 ของ PwC ยืนยันแนวโน้มนี้ด้วยชุดข้อมูลอีกชุดหนึ่ง โดยตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นที่ได้รับผลกระทบจาก AI กำลังถูก "ยกระดับอาวุโส (seniorised)" กล่าวคือ มีแนวโน้มที่จะต้องการทักษะระดับอาวุโสแบบดั้งเดิม เช่น ภาวะผู้นำและกลยุทธ์ สูงถึง 7 เท่า และตำแหน่งงานที่ปรับปรุงใหม่เหล่านี้เติบโตขึ้น 35% ตั้งแต่ปี 2019 ในขณะที่ตำแหน่งระดับเริ่มต้นอื่นๆ ลดลง
การสำรวจของ Oliver Wyman มองว่าผลกระทบของ AI ต่อกำลังคนไม่ใช่เรื่องของการเลย์ออฟครั้งใหญ่ แต่เป็นการ อุดตันของท่อส่งบุคลากร (pipeline suppression) นั่นคือบริษัทต่างๆ กำลังทำงานที่เคยเป็นเหตุผลในการจ้างบัณฑิตจบใหม่ให้เป็นระบบอัตโนมัติ แทนที่จะไล่พนักงานปัจจุบันออก
ข้อมูลจาก Challenger, Gray & Christmas แสดงให้เห็นว่าการเลย์ออฟที่ขับเคลื่อนโดย AI กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในทางปฏิบัติ AI เป็น สาเหตุอันดับ 1 ของการลดตำแหน่งงานในสหรัฐฯ เป็นเดือนที่สามติดต่อกัน ณ เดือนพฤษภาคม 2026 ในเดือนมีนาคม 2026 AI คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของการเลย์ออฟ (15,341 จาก 60,620 ตำแหน่ง) เพิ่มขึ้นจากเพียง 5% ตลอดทั้งปี 2025
ในเดือนเมษายน 26% ของการลดตำแหน่งทั้งหมด (21,490 ตำแหน่ง) เกี่ยวข้องกับ AI
และในเดือนพฤษภาคม AI เป็นสาเหตุของ 40% ของการลดตำแหน่งทั้งหมด (38,579 ตำแหน่ง)
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพในระดับมหภาคยังคงคลุมเครือ รายงาน State of the Global Workplace 2026 ของ Gallup ระบุว่า "AI ปรับปรุงผลิตภาพของพนักงานแต่ละคน แต่ผลประโยชน์ในระดับมหภาคยังคงเข้าใจยาก" สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความขัดแย้งด้านผลิตภาพ (productivity paradox) แบบคลาสสิก นั่นคือผู้บริหารลดจำนวนพนักงานโดยคาดหวังถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นซึ่งยังไม่เกิดขึ้นจริงในระดับเศรษฐกิจโดยรวม
ประเด็นสำคัญที่แย้งกับแนวโน้มนี้: ข้อมูลของ Challenger ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จริงๆ แล้วลดความกังวลเรื่อง AI ลง โดยการเลย์ออฟลดลง 55% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนเหลือ 48,307 ตำแหน่ง โดย Wall Street Journal ระบุว่าตัวเลขดังกล่าว "คลายความกังวล" เกี่ยวกับผลกระทบของ AI การเร่งตัวขึ้นเกิดขึ้นในภายหลังในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2026
รายงาน Global Talent Trends 2026 ของ Mercer รายงานว่าความผาสุกของพนักงานลดลงอย่างมาก โดยสัดส่วนของพนักงานที่จัดอยู่ในกลุ่ม "เจริญรุ่งเรือง (thriving)" ลดลงจาก 66% ในปี 2024 เหลือเพียง 44% ในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าระดับในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในช่วงเวลาเดียวกัน ความกังวลของพนักงานเกี่ยวกับการตกงานเพราะ AI เพิ่มขึ้นจาก 28% เป็น 40%
Gallup แยกพบว่าสัดส่วนของพนักงานสหรัฐฯ ที่รายงานว่านายจ้างกำลังลดขนาดองค์กร (downsizing) ทรงตัวที่ประมาณ 21% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 หลังจากเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากประมาณ 7% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2022 ถึงไตรมาสที่ 3 ปี 2025
ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงกำลังแรงงานที่อยู่ภายใต้แรงกดดันสองด้าน: ความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้างโดยตรงสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงการใช้ AI และความวิตกกังวลในวงกว้างแม้กระทั่งสำหรับผู้ที่ใช้ AI
รายงานทั้งสี่ฉบับเห็นพ้องกันว่า AI กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเร็วกว่าที่บริษัทส่วนใหญ่จะปรับตัวได้ แต่ภาพรวมมีความละเอียดอ่อนมากกว่าพาดหัวข่าว ตัวเลขความคาดหวัง 99% ของผู้บริหารถูกลดทอนลงด้วยแผนการฝึกทักษะใหม่ ผลการค้นพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสามเท่าของ Gallup มีความแข็งแกร่งทางสถิติแต่เป็นความสัมพันธ์เชิงสถิติ และการลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ของ Challenger แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มนี้ไม่ได้เป็นเส้นตรง
สิ่งที่ชัดเจนคือ: บันไดอาชีพแบบดั้งเดิมกำลังถูกบีบอัด ความรู้ความเข้าใจด้าน AI กำลังกลายเป็นตัวแยกแยะในที่ทำงาน และความผาสุกของพนักงานกำลังย่ำแย่ สำหรับผู้ trabajadores ข้อความนั้นชัดเจนและปฏิบัติได้จริง: การใช้ AI เป็นประจำไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปเพื่อความมั่นคงในงานในภาคเทคโนโลยีและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สำหรับบริษัท ความขัดแย้งด้านผลิตภาพชี้ให้เห็นว่าการลดจำนวนพนักงานโดยไม่มีการโยกย้ายที่มีความหมายอาจส่งผลเสียกลับมา
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงาน 4 ฉบับใหญ่ในปี 2026 สอดคล้องกัน: 99% ของผู้บริหารคาดว่า AI จะทำให้เกิดการเลย์ออฟภายในปี 2028 พนักงานสายเทคที่ไม่ใช้ AI เป็นประจำเสี่ยงตกงานสูงถึง 3 เท่า 43% ของ CEO วางแผนลดตำแหน่งระดับจูเนียร์ และระดับความสุขใ...
รายงาน 4 ฉบับใหญ่ในปี 2026 สอดคล้องกัน: 99% ของผู้บริหารคาดว่า AI จะทำให้เกิดการเลย์ออฟภายในปี 2028 พนักงานสายเทคที่ไม่ใช้ AI เป็นประจำเสี่ยงตกงานสูงถึง 3 เท่า 43% ของ CEO วางแผนลดตำแหน่งระดับจูเนียร์ และระดับความสุขใ... ข้อมูลจาก Mercer สำรวจพนักงาน 12,000 คน, Gallup สำรวจ 23,000 คน, Oliver Wyman สำรวจ CEO ทั่วโลก และ Challenger เก็บข้อมูลเลย์ออฟจริงในสหรัฐฯ
ข้อควรระวัง: หลายบริษัทวางแผนย้ายพนักงานไปตำแหน่งอื่นมากกว่าเลย์ออฟล้วนๆ ผลของ Gallup เป็นความสัมพันธ์เชิงสถิติไม่ใช่สาเหตุโดยตรง และตัวเลขของ Challenger ในเดือนกุมภาพันธ์กลับช่วยลดความกังวล ก่อนจะพุ่งสูงในเดือนมีนาคม...
Loading comments...
Comments
0 comments