นอกจากนี้ ธนาคารยังคง Overweight ในหุ้นสหรัฐฯ และ หุ้นโลกโดยรวม หลังจากที่ได้ทำกำไรจากสถานะ Overweight ในหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นและเซมิคอนดักเตอร์ก่อนหน้านี้ และได้ปรับเพิ่ม หุ้นยูโรโซน เป็นการถือครองหลัก (core holding) ในเดือนพฤษภาคม 2026
Standard Chartered กำหนดเป้าหมายราคาสินทรัพย์สำคัญสองรายการภายในกลางปี 2027 ดังนี้:
| สินทรัพย์ | เป้าหมายกลางปี 2027 | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| S&P 500 | 7,950 จุด | ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ SC และ Yahoo Finance |
| ทองคำ | 5,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ | ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ SC และ investingLive |
ธนาคารยังได้ปรับลดเป้าหมายทองคำระยะสั้นลงเป็น 4,750 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ (3 เดือน) และ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ (12 เดือน) ณ วันที่ 19 มิถุนายน โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงกว่า 7,500 จุดเล็กน้อยในวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งหมายถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้นอีกประมาณ 6% สู่เป้าหมาย 7,950 จุด
มุมมองของ Standard Chartered มีพื้นฐานอยู่บนสมมติฐานทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญหลายประการ:
นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด):
ธนาคารคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%–3.75% ไปจนถึงสิ้นปี 2026 โดย ไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในปีนี้ และคาดว่าจะมีการปรับลดเพียงครั้งเดียว 25 bps ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 ซึ่งสอดคล้องกับการตัดสินใจของคณะกรรมการ FOMC ในเดือนมิถุนายน 2026 (มีมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ย) และการซื้อขายในตลาดที่แสดงความน่าจะเป็นประมาณ 80% ที่จะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026
โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ก็มีมุมมองที่คล้ายคลึงกัน คาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยจะไม่เกิดขึ้นจนถึงปี 2027 เช่นกัน
อัตราเงินเฟ้อ:
ในกรณีพื้นฐาน (base case) ธนาคารมองว่าเฟดจะ "มองผ่าน" (look through) อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในระยะอันใกล้ซึ่งเกิดจากการหยุดชะงักในตะวันออกกลาง โดยการคาดการณ์ของเฟดเองในเดือนมิถุนายน 2026 ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ PCE ปี 2026 เป็น 3.6%
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ:
สถานการณ์หลัก (core scenario) ของ Standard Chartered คือ การกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งธนาคารมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความรู้สึกเสี่ยงของนักลงทุน (risk sentiment) แนวโน้มกำไรของบริษัท และราคาน้ำมัน โดยธนาคารได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ลงเหลือ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (3 เดือน) และ 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (12 เดือน) จากการลดลงของส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premiums)
การลงตัวอย่างนุ่มนวลของเศรษฐกิจโลก (Global Soft Landing):
กรณีพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคของธนาคารคือ การลงตัวอย่างนุ่มนวลของเศรษฐกิจ (economic soft landing) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ธนาคารคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในครึ่งปีแรก และปรับลดดอกเบี้ย 50 bps ในครึ่งปีหลัง (แม้ว่าช่วงเวลาการปรับลดจะถูกเลื่อนออกไป) โดยเป้าหมาย S&P 500 ที่ 7,950 จุด และจุดยืน Overweight ในหุ้นนั้นถูกวางกรอบไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐานของสถานการณ์ soft landing นี้ อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นที่แน่ชัด โดยธนาคารอธิบายว่าสถานการณ์นี้เป็นสมมติฐานพื้นฐาน (base-case assumption) มากกว่าการกำหนดตัวเลขความน่าจะเป็น
มุมมองครึ่งปีหลังของ Standard Chartered นำเสนอแนวทางการลงทุนที่ชัดเจนและมีความเสี่ยงสูง (risk-on) โดยให้ Overweight ในหุ้นโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายดัชนี S&P 500 และทองคำที่มี upside ต่อจากนี้ และมีมุมมองเศรษฐกิจมหภาคที่เชื่อว่าการหยุดชะงักทางภูมิรัฐศาสตร์จะคลี่คลายในเร็วๆ นี้ พร้อมกับเฟดที่ยังคงอดทนไม่รีบปรับลดดอกเบี้ย นักลงทุนควรนำการคาดการณ์เหล่านี้ไปเทียบกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง และคำนึงถึงความไม่แน่นอนที่มีอยู่ในสมมติฐานดังกล่าว
Comments
0 comments