เซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดที่ให้ปูติน 'เซฟหน้า' ในการเจรจาสันติภาพ โดยย้ำว่าประชาคมโลกต้องบังคับให้เขาหันเข้าสู่สันติภาพผ่านการคว่ำบาตรที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เขาตักเตือนทรัมป์ว่าปูตินรู้จัก 'เล่นกับอารมณ์' และทุกคำพูดของปูตินคือการบิดเบือน ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่ถูกต้อง การประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for How did Ukrainian President Volodymyr Zelenskyy respond to calls to help Vladimir Putin “save fac. Article summary: Here is a fact‑checked breakdown of Zelenskyy's position and the recent diplomatic context that shaped it.. Topic tags: general, education, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustr
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนปฏิเสธอย่างแข็งขันต่อแนวคิดที่จะช่วยให้วลาดิมีร์ ปูติน 'เซฟหน้า' (save face) หรือรักษาหน้าในการเจรจาสันติภาพ โดยให้เหตุผลว่าการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ต่างหากที่สามารถยุติสงครามของรัสเซียได้ ไม่ใช่การยอมผ่อนปรนหรือการเป็นคนกลางที่วางตัวเป็นกลาง ท่าทีนี้ถูกย้ำอีกครั้งอย่างแข็งกร้าวในช่วงกลางปี 2029 โดยเซเลนสกีได้เตือนโดยตรงไปยังโดนัลด์ ทรัมป์ถึงกลลวงทางอารมณ์ของปูติน และเรียกร้องให้กลุ่ม G7 เพิ่มความรุนแรงของมาตรการคว่ำบาตร
บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงข้อเท็จจริงของท่าทีของเซเลนสกีและบริบททางการทูตล่าสุดที่เป็นตัวกำหนดจุดยืนนี้
เมื่อถูกถามโดยตรงว่าเขาจะยอมให้ปูติน 'เซฟหน้า' ในการเจรจาสันติภาพหรือไม่ เซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว เขากล่าวว่า แทนที่จะหาวิธี 'เซฟหน้า' ให้ผู้นำเครมลิน ประชาคมโลก ต้องบังคับให้เขาหันเข้าสู่สันติภาพผ่านการคว่ำบาตร เขาเน้นย้ำว่าปูตินไม่ได้ต้องการยุติสงคราม และหนทางเดียวคือการเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย โดยหลักแล้วผ่านมาตรการทางเศรษฐกิจ แทนที่จะเสนอสัมปทานเพื่อให้เขารักษาหน้า
เซเลนสกีเตือนอย่างชัดเจนว่า 'ทุกสิ่งที่ปูตินพูดคือการบิดเบือน' และปูตินรู้วิธี 'เล่นกับ' อารมณ์ของทรัมป์ เพื่อให้ได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เขาเรียกร้องให้ทรัมป์ใช้ความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับผู้นำรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่าคำพูดของปูตินไม่สามารถนำมามองตามตัวอักษรได้ และเครมลินจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนทางอารมณ์ทุกอย่างเพื่อบั่นทอนความมุ่งมั่นของชาติตะวันตก
สิ่งนี้สอดคล้องกับคำเตือนก่อนหน้านี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 เมื่อเซเลนสกีกล่าวว่าปูติน 'ต้องการบิดเบือนความปรารถนาของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาที่จะบรรลุสันติภาพ'
ในเดือนมิถุนายน 2029 เซเลนสกีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลวัตนี้: 'ทุกสิ่งที่ปูตินพูดคือการบิดเบือน มันเป็นเรื่องของอารมณ์ทั้งหมด และวันนี้มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอารมณ์ของทรัมป์ ถ้าเขารู้สึกดี เขาอาจจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียบางส่วน ถ้าเขาเข้าใจว่าปูตินไม่ต้องการยุติสงคราม เขาจะกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้น'
ข้อโต้แย้งหลักของเซเลนสกีคือ การยอมประนีประนอมอย่างแท้จริงจากรัสเซียนั้นเป็นไปได้ภายใต้แรงกดดันที่รุนแรงเท่านั้น ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการคว่ำบาตร การสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนอย่างแข็งขัน และการดำเนินการทางการทูตร่วมกันของสหรัฐฯ และยุโรป เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสหรัฐฯ มักขอให้ยูเครนยอมผ่อนปรน ไม่ใช่รัสเซีย และความไม่สมดุลนี้เป็นความผิดพลาด
ในการให้สัมภาษณ์กับ Le Monde ในเดือนมีนาคม 2029 เขาแย้งว่าแม้การคว่ำบาตรจะลดรายได้จากพลังงานของรัสเซียและทำให้ช่องว่างงบประมาณกว้างขึ้น แต่การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนกำลังทำให้จุดยืนของรัสเซียแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง
เขาสรุปว่า 'แรงกดดันต่อรัสเซียยังไม่เพียงพอ - ไม่ใช่แค่จากสหรัฐฯ แต่จากยุโรปด้วย'
เมื่อสหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการตอบโต้บางอย่างต่อรัสเซียในเดือนมีนาคม 2029 เซเลนสกีประณามการตัดสินใจดังกล่าว โดยเตือนว่า การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของรัสเซีย เขาประเมินว่า 'การผ่อนปรนเพียงครั้งเดียวโดยสหรัฐฯ นี้อาจทำให้รัสเซียมีเงินประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับทำสงคราม'
การประชุมสุดยอด G7 ปี 2029 ที่เมืองเอวิยอง-เล-แบ็ง ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สอดคล้องกับจุดยืนของเซเลนสกี ผู้นำยุโรปเรียกร้องให้ทรัมป์จัดการเจรจาโดยตรงระหว่างเซเลนสกีและปูตินในสหรัฐฯ เพื่อทำลายทางตัน G7 ให้คำมั่นที่จะเพิ่มระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนและ คว่ำบาตรน้ำมันและก๊าซของรัสเซียให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยสัญญาว่าจะ 'เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสงครามของรัสเซีย' และเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรในภาคน้ำมันและก๊าซ
ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ สามารถกลับมาคว่ำบาตรการขนส่งน้ำมันของรัสเซียได้อย่างรวดเร็ว และเรียกร้องต่อสาธารณะให้รัสเซีย 'ทำข้อตกลง'
เซเลนสกีและทรัมป์จัดการประชุมทวิภาคีในระหว่างการประชุม โดยเซเลนสกีกล่าวว่าการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ยังคงเป็นกุญแจสำคัญ
เซเลนสกีรายงานว่าผู้นำ G7 ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า 'รัสเซียไม่ได้ชนะสงคราม'
สหภาพยุโรปยืนยันอีกครั้งถึงคำมั่นสัญญาในการสนับสนุนทางการเมือง การเงิน เศรษฐกิจ มนุษยธรรม การทหาร และการทูตอย่างครอบคลุมแก่ยูเครน โดยรับรองสันติภาพที่ 'ครอบคลุม ยุติธรรม และยั่งยืน' โดยยึดหลักการของยูเครน สหภาพยุโรปยืนยันว่าสินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งในธนาคารยุโรปจะต้องไม่ถูกแตะต้อง
สถาบันเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงแห่งสหภาพยุโรป (EUISS) แนะนำให้ใช้แนวทางแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ (transactional) กับรัฐบาลทรัมป์มากขึ้นเพื่อให้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ยังคงสอดคล้องกัน โดยเชื่อมโยงประเด็นการค้าเข้ากับความมั่นคงของยุโรปก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
ในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เซเลนสกีเรียกร้องต่อสาธารณะให้มี การเจรจาแบบเผชิญหน้า กับปูติน ซึ่งเป็นการอุทธรณ์โดยตรงครั้งแรกนับตั้งแต่การรุกรานในปี 2025 นี่ไม่ใช่การยอมผ่อนปรน แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเคียฟในการเจรจา ในขณะเดียวกันก็เปิดโปงความดื้อรั้นของรัสเซีย
จดหมายดังกล่าวยอมรับถึงลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนไปของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ปูตินเข้ามาที่โต๊ะเจรจา
รัฐบาลยุโรป โดยเฉพาะผ่านทางสหภาพยุโรปและ G7 ได้ก้าวเข้ามาชดเชยแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้มีข้อตกลงโดยเร็ว ดังที่ Chatham House ตั้งข้อสังเกตว่า ยุโรปกำลัง 'ช่วยยูเครนต่อต้านแรงผลักดันของสหรัฐฯ เพื่อสันติภาพไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม' ความช่วยเหลือทางการทหารของสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 67% ในปี 2028 และสหภาพยุโรปอนุมัติเงินกู้ 90,000 ล้านยูโรให้แก่ยูเครนสำหรับการสนับสนุนด้านงบประมาณและการทหารในปี 2029–30
จุดยืนของเซเลนสกีคือการบีบบังคับให้ปูตินเข้าสู่สันติภาพที่แท้จริงนั้นต้อง เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ — ไม่ใช่การเสนอทางออกเพื่อรักษาหน้า ไม่ใช่การยอมผ่อนปรนฝ่ายเดียว และไม่ใช่การเชื่อคำพูดของเครมลิน แรงผลักดันการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของ G7 ความพยายามของยุโรปในการรักษาแนวร่วมตะวันตกที่เป็นเอกภาพ และความเต็มใจของทรัมป์ที่จะกลับมาคว่ำบาตรน้ำมัน ล้วนสอดคล้องกับแนวทางนี้เป็นการชั่วคราว แม้ว่าความตึงเครียดเกี่ยวกับว่าฝ่ายใดควรยอมอ่อนข้อก่อนยังคงไม่ได้รับการแก้ไขก็ตาม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดที่ให้ปูติน 'เซฟหน้า' ในการเจรจาสันติภาพ โดยย้ำว่าประชาคมโลกต้องบังคับให้เขาหันเข้าสู่สันติภาพผ่านการคว่ำบาตรที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
เซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดที่ให้ปูติน 'เซฟหน้า' ในการเจรจาสันติภาพ โดยย้ำว่าประชาคมโลกต้องบังคับให้เขาหันเข้าสู่สันติภาพผ่านการคว่ำบาตรที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เขาตักเตือนทรัมป์ว่าปูตินรู้จัก 'เล่นกับอารมณ์' และทุกคำพูดของปูตินคือการบิดเบือน ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่ถูกต้อง
การประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนมิถุนายน 2029 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สอดคล้องกับท่าทีของเซเลนสกี โดยชาติมหาอำนาจตกลงเพิ่มการสนับสนุนทางอากาศและคว่ำบาตรน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย
Loading comments...
Comments
0 comments