การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามคำเชิญของ ประธานาธิบดีจอห์น มาฮามา แห่งกานา ซึ่งดำรงตำแหน่ง African Union Champion on Reparatory Justice เขากล่าวปราศรัยเปิดงาน โดยเรียกร้องให้เวทีโลกก้าวไปไกลกว่าแค่การยอมรับความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์ สู่การลงมือทำจริง การเปิดเผยความจริง และการปรองดอง
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศส ยังได้กล่าวปราฐกถาในการประชุม ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญทางการทูต
ผู้กล่าวปราฐกถาคนสำคัญคนอื่นๆ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีมีอา มอตต์ลีย์แห่งบาร์เบโดส ประธานาธิบดีโจเซฟ โบอาไกแห่งไลบีเรีย และประธานาธิบดีบาสซิรู ดิโอมาเย ฟาเยแห่งเซเนกัล
เมื่อ วันที่ 25 มีนาคม 2026 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติรับรอง ข้อมติ A/RES/80/250 หรือที่เรียกว่า 'Declaration of the Trafficking of Enslaved Africans and Racialized Chattel Enslavement of Africans as the Gravest Crime against Humanity' ซึ่งเป็นมติฉบับแรกในรอบ 80 ปีของสหประชาชาติที่อุทิศให้กับประเด็นทาสและการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยเฉพาะ ผลการลงมติคือ เห็นชอบ 123 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง
สามประเทศที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบคือ อาร์เจนตินา อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา
ในประเทศที่งดออกเสียงได้แก่ สหราชอาณาจักรและรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปอีกหลายประเทศ
ข้อตกลง Accra Next Steps Commitments นี้ถูกออกแบบให้เป็น แผนที่นำทางที่จะถูกนำเสนอต่อสหประชาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อสร้างกรอบการชดใช้ในระดับโลกอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้จัดตั้งกลไกสถาบันใหม่ๆ ได้แก่ คณะที่ปรึกษาระดับโลกด้านความยุติธรรมเชิงชดใช้ (High-Level Global Advisory Council on Reparatory Justice) คณะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการคืนทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (Global Expert Panel on the Restitution of Cultural Heritage) และ คณะที่ปรึกษาทางกฎหมายระดับโลกด้านความยุติธรรมเชิงชดใช้ (Global Legal Panel on Reparatory Justice) เพื่อขับเคลื่อนวาระนี้ต่อไป