Google ตกเป็นรองใน AI เพราะเน้นความปลอดภัยและรายได้เดิมมากเกินไป ไม่ใช่ขาดความสามารถด้านวิจัย สาเหตุหลักคือความกลัวความเสี่ยง, ธุรกิจโฆษณาที่ขัดแย้งกับ AI แบบสนทนา, การเมืองภายในองค์กร และความผิดพลาดอย่าง Bard ช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า Google กลับมาทันหรือนำหน้าแล้ว ด้วยโมเดล Gemini และก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Searching with cited sources for Why is Google falling behind in AI?. Article summary: Google fell behind in the AI race primarily because of **cautious deployment, internal bureaucracy, and a business-model conflict** — not a lack of research talent. While Google invented the Transformer architecture that. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layout
เป็นเวลาหลายปีที่คำถาม "ทำไม Google ถึงตกเป็นรองใน AI" ครอบงำพาดหัวข่าวเทคโนโลยี บริษัทที่คิดค้นสถาปัตยกรรม Transformer ซึ่งเป็นรากฐานของ ChatGPT กลับกลายเป็นผู้ตามในขณะที่ OpenAI, Microsoft และ Anthropic กำหนดทิศทางตลาด Generative AI แต่สาเหตุที่ Google สะดุดนั้นเกี่ยวข้องกับความระมัดระวังขององค์กร โมเดลธุรกิจที่ขัดแย้งกัน และการเมืองภายใน มากกว่าด้านเทคโนโลยี
Google ตกเป็นรองเพราะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและรายได้ที่มีอยู่มากกว่าความเร็ว บริษัทมีทั้งบุคลากรและงานวิจัยที่จะเป็นผู้นำ แต่ลังเลที่จะปล่อยผลิตภัณฑ์ AI สู่ผู้บริโภคในขณะที่คู่แข่งเดินหน้าอย่างรวดเร็ว
Google กังวลอย่างมากต่อความเสี่ยงด้านชื่อเสียง จริยธรรม และกฎหมายของ Generative AI ขณะที่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยมีมาตรการป้องกันน้อยมาก Google กลับเก็บโมเดลที่ทรงพลังที่สุดไว้หลังกำแพงความปลอดภัยภายใน เดมิส ฮัสซาบิส ซีอีโอของ DeepMind ยอมรับว่าความท้าทายไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็นความมั่นใจและความเร็ว
ธุรกิจหลักของ Google คือโฆษณาในการค้นหา ซึ่งถูกคุกคามโดยตรงจาก AI แบบสนทนาที่ตอบคำถามโดยไม่มีลิงก์หรือโฆษณา ด้วยธุรกิจโฆษณามูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ บริษัทจึงมีแรงจูงใจน้อยมากที่จะกัดกินรายได้ของตัวเอง OpenAI ซึ่งไม่มีธุรกิจดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้โดยไม่มีข้อจำกัด
รายงานหลายฉบับชี้ถึงการตัดสินใจที่เชื่องช้า ทีมงานที่แตกแยก และสงครามภายในองค์กรของ Google จนถึงเดือนเมษายน 2026 Google ก็ยังคงพยายามรวมเครื่องมือเขียนโค้ด AI ไว้ภายใต้แบนเนอร์เดียวเพราะแรงเสียดทานภายในองค์กร ในขณะที่สตาร์ทอัพกำหนดนิยามของความเร็ว Google กลับต้องฝ่าชั้นการอนุมัติที่ซับซ้อน
DeepMind และ Google Brain สร้างงานวิจัยระดับโลกอย่าง Transformer, AlphaFold, BERT แต่ Google ไม่สามารถนำความก้าวหน้าเหล่านี้มาสร้างเป็นแชทบอทหรือ API สำหรับผู้บริโภคได้ทัน OpenAI กำหนดอินเทอร์เฟซ Microsoft กำหนดการกระจาย และสตาร์ทอัพกำหนดความเร็ว
การเปิดตัวที่ผิดพลาดอย่าง Bard ซึ่งมีข้อผิดพลาดในการสาธิตครั้งแรก ส่งผลให้มูลค่าบริษัทหายไป 1 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์การดำเนินการที่สะเพร่า
ในช่วงปลายปี 2025 และต้นปี 2026 เรื่องราวเริ่มเปลี่ยนไป นักวิเคราะห์หลายคนแย้งว่าตอนนี้ Google กลับมาตามทันหรือ甚至นำหน้าแล้ว ขับเคลื่อนโดยตระกูลโมเดล Gemini การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ aggressive มากกว่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์ และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของวอลล์สตรีท
แผนการใช้จ่ายเงินลงทุนปี 2026 ของบริษัทซึ่งอยู่ระหว่าง 1.75 ถึง 1.85 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปี 2025 เกือบสองเท่า (91.4 พันล้านดอลลาร์) จะถูกส่งไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ AI โมเดลอเนกประสงค์ล่าสุดอย่าง Gemini 3 ได้รับคำชมในด้านความสามารถในการใช้เหตุผลและการเขียนโค้ด
นิตยสาร Fortune ประกาศว่า Google "ตื่นเต็มตาแล้ว" และภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สำนักข่าว Reuters รายงานว่าวอลล์สตรีทมองว่า Alphabet กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง
ขณะนี้ กระแส "ตกเป็นรอง" อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มย่อยเฉพาะมากกว่าการแข่งขัน AI โดยรวม ยกตัวอย่างเช่น ในเครื่องมือเขียนโค้ด AI Google ยังคงต้องดิ้นรนสู้กับ Anthropic และคู่แข่งอื่น ๆ โดยการเมืองภายในยังคงเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้า แม้ว่าความต้องการของลูกค้าจะเพิ่มสูงขึ้น
เรื่องราว AI ของ Google แบ่งเป็นสองยุค ยุคแรกคือการพลาดโอกาสเพราะความระมัดระวังและแรงเสียดทานภายใน ยุคที่สองคือการลงทุนใหม่ที่ aggressive คำถามคือบริษัทจะรักษาการฟื้นตัวนี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาแก้ไขปัญหาขององค์กรและกลยุทธ์ที่ทำให้สะดุดได้จริงหรือไม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Google ตกเป็นรองใน AI เพราะเน้นความปลอดภัยและรายได้เดิมมากเกินไป ไม่ใช่ขาดความสามารถด้านวิจัย
Google ตกเป็นรองใน AI เพราะเน้นความปลอดภัยและรายได้เดิมมากเกินไป ไม่ใช่ขาดความสามารถด้านวิจัย สาเหตุหลักคือความกลัวความเสี่ยง, ธุรกิจโฆษณาที่ขัดแย้งกับ AI แบบสนทนา, การเมืองภายในองค์กร และความผิดพลาดอย่าง Bard
ช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า Google กลับมาทันหรือนำหน้าแล้ว ด้วยโมเดล Gemini และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล
Loading comments...
Comments
0 comments