วันที่ 20 มิถุนายน 2026 เครื่องบิน Boeing 777 300ER ของ KLM เที่ยวบิน KL791 จากอัมสเตอร์ดัมไปเซาเปาโล ประกาศเหตุฉุกเฉินเหนือช่องแคบอังกฤษ เนื่องจากสงสัยว่าน้ำมันเครื่องรั่วไหล ทีมนักบินต้องทิ้งเชื้อเพลิงเหนือทะเลเหนือ... เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กับฝูงบิน Boeing 777 ของ KLM โดยมีเหตุ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened during the June 20, 2025 KLM Boeing 777-300ER emergency on flight KL791 from Amsterdam to São Paulo — including the suspected. Article summary: ## 1. The June 20, 2025 Incident — KL791 (Amsterdam → São Paulo). Topic tags: general, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
วันที่ 20 มิถุนายน 2026 เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ของสายการบิน KLM ซึ่งทำการบินเที่ยวบิน KL791 เส้นทางจากอัมสเตอร์ดัมไปเซาเปาโล ต้องประกาศเหตุฉุกเฉินหลังจากบินขึ้นได้ไม่นาน ก่อนจะหันหัวกลับเหนือช่องแคบอังกฤษ ทิ้งเชื้อเพลิงเหนือทะเลเหนือ และลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินสคิปโพล ประเทศเนเธอร์แลนด์ สาเหตุที่สงสัยคือน้ำมันเครื่องรั่วไหลในเครื่องยนต์
ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาทางเทคนิคของเครื่องบิน Boeing 777 ของ KLM หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา และยังเปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์ของผู้โดยสารในการได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร
เที่ยวบิน KL791 ออกจากสนามบินอัมสเตอร์ดัมสคิปโพลประมาณ 13:20 น. ตามเวลาท้องถิ่น (CEST) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2026 เครื่องบิน Boeing 777-300ER (ทะเบียน PH-BVS) มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเซาเปาโล/กวารูลโฮส ข้อมูลติดตามการบินแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลอย่าง AirLive และ FlightRadar24 แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินไต่ระดับออกจากสคิปโพลและมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้เหนือช่องแคบอังกฤษ ก่อนจะกลับหัวบริเวณนอกชายฝั่งฝรั่งเศส
ทีมนักบินได้กดรหัส 7700 (รหัสเหตุฉุกเฉินทั่วไป) และเริ่มดำเนินการเปลี่ยนเส้นทางกลับสู่อัมสเตอร์ดัม สาเหตุที่ต้องสงสัยตามแหล่งข่าวด้านการบินคือ น้ำมันเครื่องรั่วไหลในเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม ทาง KLM และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุอย่างเป็นทางการ
ตามขั้นตอนมาตรฐานสำหรับเครื่องบินระยะไกลที่บรรทุกน้ำมันเต็มถังและต้องบินกลับหลังจากบินขึ้นไม่นาน เครื่องบิน KL791 ได้ทำการทิ้งเชื้อเพลิงเหนือทะเลเหนือเพื่อลดน้ำหนักในการลงจอด จากนั้นเครื่องบินได้ลงจอดอย่างปลอดภัยบนทางวิ่ง 27 ที่สนามบินอัมสเตอร์ดัมสคิปโพล โดยไม่มีเหตุการณ์เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเตรียมพร้อมไว้เป็นมาตรการป้องกัน
หมายเหตุเกี่ยวกับวันที่: แหล่งข่าวด้านการบินหลายแห่ง รวมถึง AirLive, TS2.tech และ The Aviation Hub รายงานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 มิถุนายน 2026 (ขึ้นอยู่กับโซนเวลา CEST และ UTC) ไม่ใช่มิถุนายน 2025
เหตุการณ์ของเที่ยวบิน KL791 ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เครื่องบิน Boeing 777 ของ KLM ประสบเหตุฉุกเฉินทางเทคนิคหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดสามารถนำเครื่องกลับลงจอดที่อัมสเตอร์ดัมได้อย่างปลอดภัย:
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2024 เครื่องบิน Boeing 777-200ER ของ KLM (ทะเบียน PH-BQB) ซึ่งทำการบินเที่ยวบิน KL705 จากอัมสเตอร์ดัมไปรีโอเดจาเนโร ต้องประกาศเหตุฉุกเฉินและทิ้งเชื้อเพลิงก่อนกลับลงจอดที่สคิปโพล เครื่องบินกลับหัวเหนือประเทศเบลเยียมหลังจากบินขึ้นประมาณ 40 นาที รายงานเบื้องต้นระบุว่าเป็นปัญหาทางเทคนิคที่ไม่ระบุรายละเอียด ซึ่งต่อมาพบว่ามีข้อผิดพลาดที่ชุดควบคุมระบบไฮดรอลิกตรงกลางด้านซ้าย (HYDIM CL)
เครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2025 เครื่องบิน KLM เที่ยวบิน KL877 ซึ่งเป็น Boeing 777-300ER (ทะเบียน PH-BVW) ประสบเหตุไฟไหม้เครื่องยนต์ซ้ายหลังจากบินขึ้นจากอัมสเตอร์ดัมได้ไม่นาน เครื่องยนต์มีเสียงดังและมีเปลวไฟพุ่งออกมา ทีมนักบินจึงปิดเครื่องยนต์และรักษาระดับการบินไว้ที่ 6,000 ฟุต
เครื่องบินทิ้งเชื้อเพลิงเหนือทะเลเหนือและกลับลงจอดอย่างปลอดภัยที่สคิปโพล
ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สาเหตุที่สงสัยคือ นกชนเครื่องยนต์ หรือ คอมเพรสเซอร์สตอลล์ แม้จะอยู่ระหว่างการสอบสวนในขณะนั้น
ข้อมูลติดตามการบินแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินลงจอดหลังจากบินขึ้นประมาณ 50 นาที
เหตุการณ์ทั้งสามนี้มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน: ปัญหาทางเทคนิคหรือเชิงกลที่ตรวจพบหลังบินขึ้นไม่นาน, การทิ้งเชื้อเพลิงตามขั้นตอนมาตรฐาน, และการกลับลงจอดที่สคิปโพลอย่างปลอดภัยโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฉุกเฉินของเที่ยวบิน KL791 หรือเที่ยวบินที่ล่าช้าหรือยกเลิกซึ่งออกเดินทางจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเนเธอร์แลนด์ มีสิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองอย่างชัดเจนภายใต้กฎข้อบังคับ EU 261/2004 (EU261) และกฎหมาย UK261 ที่เทียบเท่ากันของสหราชอาณาจักร
สำหรับเที่ยวบินที่ระยะทางเกิน 3,500 กม. (เส้นทางอัมสเตอร์ดัม-เซาเปาโลอยู่ที่ประมาณ 9,900 กม.) ผู้โดยสารที่เดินทางถึงจุดหมายปลายทางล่าช้า 3 ชั่วโมงขึ้นไปสามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้:
มีข้อยกเว้นที่สำคัญ สายการบินไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าความล่าช้าหรือการยกเลิกเกิดจาก 'เหตุสุดวิสัย' ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะใช้มาตรการที่สมเหตุสมผลทั้งหมดแล้วก็ตาม ตัวอย่างของเหตุสุดวิสัยที่เป็นที่ยอมรับ ได้แก่ สภาพอากาศเลวร้ายอย่างรุนแรง, ข้อจำกัดการควบคุมจราจรทางอากาศ, ความไม่สงบทางการเมือง และการนัดหยุดงานของพนักงานที่ไม่ใช่ของสายการบิน
ข้อบกพร่องทางเทคนิค เช่น น้ำมันเครื่องรั่วไหลหรือระบบไฮดรอลิกขัดข้อง มักถูกสายการบินอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วหน่วยงานกำกับดูแลและศาลจะมองปัญหาทางกลไก/เครื่องยนต์ด้วยความสงสัยมากกว่าเหตุการณ์ภายนอกจริงๆ ตัวอย่างเช่น ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปได้ตัดสินว่าปัญหาทางเทคนิคที่พบระหว่างการบำรุงรักษาเครื่องบินตามปกติไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย การที่ KLM จะใช้ข้อต่อสู้ในคดีของเที่ยวบิน KL791 หรือไม่นั้น จะเป็นตัวกำหนดว่าผู้โดยสารจะได้รับค่าชดเชยเป็นตัวเงินหรือเพียงแค่สิทธิ์ในการดูแลและการเปลี่ยนเส้นทางเท่านั้น
เหตุการณ์ฉุกเฉินของเที่ยวบิน KL791 แม้จะร้ายแรง แต่ก็เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยการบินมาตรฐาน: ทีมนักบินตรวจพบปัญหาน้ำมันเครื่องรั่วไหลที่ต้องสงสัย, ประกาศเหตุฉุกเฉิน, ทิ้งเชื้อเพลิง, และนำเครื่องกลับลงจอดที่อัมสเตอร์ดัมอย่างปลอดภัย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ สำหรับผู้โดยสาร คำถามสำคัญคือการเดินทางถึงจุดหมายปลายทางล่าช้า 3 ชั่วโมงขึ้นไปหรือไม่ หากใช่ พวกเขาอาจมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยจำนวนมาก ถึงแม้ว่า KLM อาจโต้แย้งโดยอ้างเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบควรเก็บเอกสารทั้งหมด (บอร์ดดิ้งพาส ใบเสร็จรับเงิน และการสื่อสารใดๆ จาก KLM) และพิจารณายื่นคำร้องหากเข้าเกณฑ์ความล่าช้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วันที่ 20 มิถุนายน 2026 เครื่องบิน Boeing 777 300ER ของ KLM เที่ยวบิน KL791 จากอัมสเตอร์ดัมไปเซาเปาโล ประกาศเหตุฉุกเฉินเหนือช่องแคบอังกฤษ เนื่องจากสงสัยว่าน้ำมันเครื่องรั่วไหล ทีมนักบินต้องทิ้งเชื้อเพลิงเหนือทะเลเหนือ...
วันที่ 20 มิถุนายน 2026 เครื่องบิน Boeing 777 300ER ของ KLM เที่ยวบิน KL791 จากอัมสเตอร์ดัมไปเซาเปาโล ประกาศเหตุฉุกเฉินเหนือช่องแคบอังกฤษ เนื่องจากสงสัยว่าน้ำมันเครื่องรั่วไหล ทีมนักบินต้องทิ้งเชื้อเพลิงเหนือทะเลเหนือ... เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กับฝูงบิน Boeing 777 ของ KLM โดยมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันก่อนหน้านี้ เช่น ปัญหาระบบไฮดรอลิกของเที่ยวบิน KL705 เดือนมิ.ย.
ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ หากเที่ยวบินปลายทางล่าช้า 3 ชั่วโมงขึ้นไป มีสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชยสูงสุด €600 (EU261) หรือ £520 (UK261) ต่อคน อย่างไรก็ตาม KLM อาจอ้าง 'เหตุสุดวิสัย' จากปัญหาทางเทคนิค เพื่อปฏ...
Loading comments...
Comments
0 comments