คำเตือนนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังจากที่รัสเซียเพิ่งเปิดฉากโจมตีอย่างหนักหน่วงหลายระลอก และยูเครนก็ได้ตอบโต้กลับอย่างเด็ดขาดด้วยการโจมตีด้วยโดรนครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงมอสโก
การโจมตีที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่บันทึกไว้ในแหล่งข่างคือในคืนวันที่ 1-2 มิถุนายน 2569 ซึ่งรัสเซียเปิดฉากโจมตีแบบผสมผสานครั้งใหญ่ยิง ขีปนาวุธ 73 ลูกและโดรน 656 ลำ การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่กรุงเคียฟและอีกหลายเมืองใหญ่ของยูเครน เช่น ดนิโปร (Dnipro), คาร์คิฟ (Kharkiv) และซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia)
จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวแตกต่างกันไปตามรายงานของแต่ละสำนักข่าว เนื่องจากทีมกู้ภัยยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง:
การโจมตีครั้งนี้ยังทำให้ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากติดอยู่ในอาคารที่พังถล่ม ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการกู้ภัย
ในขณะที่รัสเซียเพิ่มความรุนแรงในการโจมตี ยูเครนก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยได้เพิ่มปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนต่อเป้าหมายในรัสเซียและไครเมียที่ถูกยึดครองอย่างต่อเนื่อง
1. การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในไครเมียและรัสเซีย
ในคืนวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ยูเครนเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ต่อไครเมียที่ถูกยึดครองและหลายภูมิภาคของรัสเซีย การโจมตีครั้งนี้ก่อให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณใกล้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนในซิมเฟโรพอล (Simferopol) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไครเมีย ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับและยังโจมตีโรงงานเคมีในเมืองโตกเลียตตี (Tolyatti) ของรัสเซียอีกด้วย
2. การโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดในมอสโก
ในคืนวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 ยูเครนเปิดฉากการโจมตีด้วยโดรนที่หลายสำนักข่าวรายงานว่าเป็นหนึ่งในครั้งที่ใหญ่ที่สุด โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้:
3. การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการโจมตีมอสโกครั้งประวัติศาสตร์แล้ว ในคืนวันที่ 19-20 มิถุนายน กองกำลังยูเครนยังคงปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในไครเมีย รวมถึงโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองทูเมน (Tyumen) ของไซบีเรียด้วย การโจมตีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของยูเครนในการตัดกำลังการผลิตและส่งกำลังบำรุงของรัสเซีย
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เซเลนสกีออกคำเตือน ได้เกิดเหตุโจมตีทางอากาศของรัสเซียในเมืองซาปอริซเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 รายและบาดเจ็บ 11 ราย
นี่เป็นสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองฝ่ายต่างตอบโต้กันด้วยกำลังทหารที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
Comments
0 comments