สหประชาชาติเตือนว่าการปิดล้อมเอลโอเบดอาจนำไปสู่การเกิดซ้ำของอาชญากรรมร้ายแรงครั้งใหญ่ที่พบใน เอลฟาเชอร์ นอร์ทดาร์ฟูร์ ซึ่งตกเป็นของ RSF ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2025 หลังจากการปิดล้อมนาน 18 เดือน ในเอลฟาเชอร์ สหประชาชาติสรุปว่าการกระทำดังกล่าว ‘มีลักษณะของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’
พันธมิตร 29 ชาติ ในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนได้เตือนว่า พลเรือน 500,000 คน กำลังเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมร้ายแรงในเอลโอเบด ในเดือนพฤศจิกายน 2025 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คนในการโจมตีด้วยโดรนเพียงครั้งเดียวนอกเอลโอเบด และพลเรือนที่ติดอยู่ในเมืองจะต้องได้รับอนุญาตให้ออกไปอย่างปลอดภัย
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 พันธมิตร 29 ชาติ ได้ออกคำเตือนร่วมกันที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในเจนีวา โดยแสดง ‘ความกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับภัยคุกคามอาชญากรรมและการสังหารโดยเจตนาที่ใกล้จะเกิดขึ้น’ ต่อพลเรือนในเอลโอเบด คำประกาศซึ่งนำโดยนอร์เวย์ เตือนว่าการเสริมกำลังทางทหารของ RSF เป็นสัญญาณของการบุกโจมตีทางบกที่ใกล้จะเกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทุกประเทศใช้แรงกดดันสูงสุดต่อทั้ง RSF และคู่ต่อสู้
สหประชาชาติได้เจรจาโดยตรงกับผู้นำ RSF พลเอก โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล (‘เฮเมดตี’) ในหลายระดับ:
Comments
0 comments