ความไม่สอดคล้องระหว่างการเติบโตและประสิทธิภาพการผลิต ทีมงานที่นำโดย Sebastian Raedler เตือนว่าตลาดกำลังประเมินการชะลอตัวของเศรษฐกิจต่ำเกินไป ในขณะที่ประเมินผลประโยชน์จาก AI ด้านประสิทธิภาพการผลิตสูงเกินไป ทำให้หุ้นยุโรปเสี่ยงต่อการปรับตัวลดลงโดยไม่คาดคิด
ความเสี่ยงที่ AI จะกัดกินผลกำไรกันเอง ก่อนหน้านี้ BofA เคยชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI มากเกินไป และความตึงเครียดด้าน valuation อาจบดบังมุมมองเชิงบวก โดยคาดการณ์ downside ของ STOXX 600 ถึง 15% ภายในกลางปี 2026
คำแนะนำในการปรับพอร์ต ธนาคารแนะนำให้ย้ายออกจากหุ้นโมเมนตัมและ AI ไปยังกลุ่ม defensive อย่างอาหารและเครื่องดื่ม โทรคมนาคม และ healthcare ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตามหลังการ Rally ของตลาดโดยรวม
คำเตือนนี้สอดคล้องกับสัญญาณก่อนหน้านี้จาก BofA ที่เตือนถึง 'Summer Correction' ในหุ้นสหรัฐฯ (27 พฤษภาคม) และ 'สัญญาณขาย' ทั่วโลกจาก Bull & Bear Indicator ซึ่งพุ่งขึ้นไปถึง 9.4 ซึ่งอยู่ในเขตที่ซื้อมากเกินไป (overbought) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026
วันที่ 15 มิถุนายน 2026 สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงกรอบการทำงานเบื้องต้นเป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อยุติความขัดแย้งทางทหารนาน 3 เดือน เงื่อนไขหลัก อ้างอิงจากรายงานของ AP News, New York Times และร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 ข้อที่ CNN ได้รับมา มีดังนี้:
STOXX 600 พุ่งขึ้นถึง 1.3% ระหว่างวัน ก่อนจะย่อตัวลงมาเหลือ 0.2% ที่ปิดตลาด ทำสถิติสูงสุดใหม่ในการปิด ส่วน STOXX 50 แตะ 6,260 จุด
ในสหรัฐฯ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.9% ระหว่างวัน Nasdaq Composite กระโดดขึ้น 3% และ Dow Jones ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลในการซื้อขายช่วงเช้า
ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากตลาดประเมินถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ดัชนียังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในวันต่อมา โดยแตะระดับ ~636 จุด ในวันที่ 16 มิถุนายน
กลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือหุ้นท่องเที่ยวและสายการบิน ซึ่งพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตามราคาน้ำมันที่ดิ่งลง ค่าเชื้อเพลิงที่ถูกลงและความคาดหวังเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงช่วยเสริมความเชื่อมั่น กลุ่ม defensive อย่างอสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค และ healthcare outperformed ในวันถัดมา ซึ่งสะท้อนถึงการปรับพอร์ตตามที่ BofA แนะนำไว้บางส่วน
หุ้นพลังงานและเหมืองแร่เผชิญกับการขายทำกำไร เนื่องจากราคาน้ำมันร่วงลง โดยกลุ่มเหล่านี้เป็นผู้ชนะในช่วงต้นปี
หุ้น Vestas Wind Systems ปรับขึ้น 5.3% ในวันที่ 19 มิถุนายน หลังจาก JP Morgan ประกาศจับตาดูเป็นบวก แต่ทิศทางตลาดโดยรวมกลับมาผสมปนเปกันในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากดีลเริ่มถูกตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น
แม้จะมีความอิ่มเอมใจ แต่ความไม่แน่นอนสำคัญหลายประการยังคงอยู่:
กรอบเวลา 60 วันที่ไม่แน่นอน ดีลนี้เป็นเพียงกรอบการทำงานเบื้องต้น การหยุดยิง 60 วันยังเปิดโอกาสให้การเจรจานิวเคลียร์ในรอบต่อไปล้มเหลวได้ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าเงื่อนไขนิวเคลียร์จะสรุปภายในกรอบเวลาดังกล่าวเท่านั้น โดยมีทางเลือกในการขยายเวลา
การคัดค้านจากสภาคองเกรสและอิสราเอล นิวยอร์กไทมส์รายงานว่ารายละเอียดทั้งหมดยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบและการบรรเทามาตรการคว่ำบาตรยังคงคลุมเครือ ฝ่ายแข็งกร้าวในทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านอาจทำให้ข้อตกลงถาวรไม่เกิดขึ้น
ความคลุมเครือด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ข้อตกลงให้เวลา 60 วันแก่ิหร่านในการตัดสินใจเกี่ยวกับคลังยูเรเนียมของตน โดยไม่มีกลไกบังคับใช้ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
ขอบเขตทางภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดยิงรวมถึงเลบานอน ซึ่งอิสราเอลยึดครองเกือบ 1 ใน 5 ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาจกลับมาระเบิดอีกครั้ง
ความเปราะบางของตลาด คำเตือนของ BofA ที่ว่า 70% ของสัญญาณตลาดหมีกำลังกระพริบ แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีแรงหนุนเชิงบวกจากข้อตกลงสันติภาพ แต่ช่องโหว่เชิงโครงสร้างพื้นฐาน อย่าง valuation การเติบโตที่ชะลอตัว และ overinvestment ใน AI ยังคงอยู่ การที่ STOXX 600 พุ่งขึ้นจาก +1.3% แล้วลดลงเหลือ +0.2% ในวันที่ทำข้อตกลงเอง บ่งชี้ว่ากลไก 'buy the rumor, sell the fact' เริ่มทำงานแล้ว
Comments
0 comments