คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาขยายมาตรการตอบโต้การอุดหนุนไปยังรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) ของจีน โดยอาจเก็บภาษีเพิ่ม 7.8% 35.3% ส่งผลให้ภาษีรวมสูงถึง 45.3% ในบางรุ่น ซึ่งจะปิดช่องโหว่ที่ผู้ผลิตรถจีนใช้ในการส่งออกรถ PH... การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการขาดดุลการค้าสินค้าของ EU ต่อจีนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Searching with cited sources for What tariffs is the European Commission preparing to impose on Chinese plug-in hybrid vehicles, which Chine. Article summary: ## EU Tariffs on Chinese Plug-In Hybrid Vehicles. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะขยายมาตรการตอบโต้การอุดหนุนที่มีอยู่เดิมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ของจีน ไปยังรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) และรถยนต์ไฮบริดประเภทอื่นๆ ด้วย รายงานระบุว่า EU กำลังพิจารณาเก็บภาษีเพิ่มอีก 7.8%–35.3% สำหรับรถยนต์ไฮบริดจากจีน ซึ่งเมื่อรวมกับภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% ที่มีอยู่เดิมแล้ว ภาษีทั้งหมดอาจสูงถึง 45.3% ในบางรุ่น
แม้ว่าจะยังไม่มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรถยนต์ไฮบริด ณ เดือนมกราคม 2026 แต่ Stéphane Séjourné หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมของ EU ได้หยิบยกประเด็นการปิดช่องโหว่นี้ขึ้นมาหลายครั้ง
ผู้ผลิตรถยนต์จีนได้เร่งส่งออกรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอินไปยัง EU อย่างรวดเร็ว เพื่อเลี่ยงภาษีที่เน้นเฉพาะ BEV ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คณะกรรมาธิการต้องขยายมาตรการ
ผู้ผลิตทุกรายที่ส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนไปยัง EU จะได้รับผลกระทบ โดยอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท ซึ่งสะท้อนโครงสร้างเดียวกับที่ใช้กับ BEV ตัวอย่างที่ชัดเจน:
การผลักดันให้ขยายภาษีเกิดขึ้นในช่วงที่ความไม่สมดุลทางการค้ารุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในเดือนเมษายน 2026 การขาดดุลการค้าสินค้าของ EU กับจีนอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านยูโรต่อวัน (ประมาณ 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตัวเลขสำคัญจากแหล่งข้อมูลทางการ:
ผู้นำ EU กำลังดำเนินนโยบายที่ละเอียดอ่อน ในการประชุมสุดยอดที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 พวกเขาพยายามหาจุดกึ่งกลาง คือเพิ่มความแข็งกร้าวในการตอบโต้จีน แต่ไม่ใช้มาตรการที่จะกระตุ้นให้เกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบ องค์ประกอบสำคัญของความสมดุลนี้:
วาทกรรมแข็งกร้าว แต่การดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป คณะกรรมาธิการยุโรปเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อรับมือกับสิ่งที่เรียกว่า "China Shock 2.0" — การทะลักของสินค้าจีนราคาถูกที่คุกคามภาคการผลิตของยุโรป ปักกิ่งขู่ตอบโต้กลับ
แต่ EU จงใจใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุนที่ตรงจุดและสอดคล้องกับ WTO แทนที่จะใช้ภาษีเหวี่ยงแหหรือการตัดขาดครั้งใหญ่
แนวทาง "การลดความเสี่ยง" (de-risking) กลยุทธ์ของ EU สอดคล้องกับคำมั่นของ G7 ในการกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน โดยเน้นการปกป้องเศรษฐกิจ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม และการเป็นพันธมิตรกับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน ซึ่งถูกวางกรอบว่าเป็นการ "ลดความเสี่ยง" ไม่ใช่ "ตัดขาด" (decoupling)
'ราคาขั้นต่ำ' (Price Undertakings) เป็นทางออก ในเดือนมกราคม 2026 EU และจีนตกลงในกลไกที่ให้ผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจีนสามารถใช้การกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำ ("price undertakings") แทนการจ่ายภาษี วิธีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตจีนมีทางออกที่รักษาหน้าและลดความเสี่ยงในการตอบโต้ทันที ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการกำลังดำเนินการกับคำขอยกเว้นเหล่านี้ โดยแบรนด์ Cupra ของ Volkswagen Group เป็นรายแรกที่ยื่นคำขอ
ความเห็นที่แตกต่างในรัฐสมาชิก รัฐสมาชิกทั้ง 27 ประเทศเห็นพ้องกันว่านโยบายการค้าของจีนเป็นภัยคุกคาม แต่ไม่เห็นด้วยกับระดับความแข็งกร้าว ประเทศที่มีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการค้ากับจีนอย่างมากมักจะระมัดระวังมากกว่า ซึ่งจำกัดขอบเขตที่บรัสเซลส์จะดำเนินการได้
การยกระดับแบบค่อยเป็นค่อยไป The Economist ระบุว่าการถกเถียงเปลี่ยนจาก ว่าจะ เพิ่มกำแพงภาษีหรือไม่ เป็น จะเพิ่มเท่าไหร่, เร็วแค่ไหน และ จัดการผลกระทบอย่างไร แนวโน้มคือการขยายภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ จาก BEV ไปยังรถยนต์ไฮบริด และอาจขยายไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ แทนที่จะเป็นการยกระดับครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว
สรุป: ผู้นำ EU กำลังส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจนต่อจีน แต่พวกเขาออกแบบแต่ละขั้นตอนให้มีช่องว่างสำหรับการเจรจาและลดความตึงเครียด โดยหวังกดดันให้ปักกิ่งปฏิรูปนโยบายการค้าโดยไม่ก่อให้เกิดสงครามการค้าข้ามทวีป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาขยายมาตรการตอบโต้การอุดหนุนไปยังรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) ของจีน โดยอาจเก็บภาษีเพิ่ม 7.8% 35.3% ส่งผลให้ภาษีรวมสูงถึง 45.3% ในบางรุ่น ซึ่งจะปิดช่องโหว่ที่ผู้ผลิตรถจีนใช้ในการส่งออกรถ PH...
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาขยายมาตรการตอบโต้การอุดหนุนไปยังรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) ของจีน โดยอาจเก็บภาษีเพิ่ม 7.8% 35.3% ส่งผลให้ภาษีรวมสูงถึง 45.3% ในบางรุ่น ซึ่งจะปิดช่องโหว่ที่ผู้ผลิตรถจีนใช้ในการส่งออกรถ PH... การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการขาดดุลการค้าสินค้าของ EU ต่อจีนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ วันละประมาณ 1 พันล้านยูโร สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้นำยุโรปให้ต้องตอบโต้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดสงครามการค้าแบบเต็...
ผู้นำ EU กำลังใช้กลยุทธ์สมดุล ทั้งการส่งสัญญาณแข็งกร้าว การใช้แผน 'ลดความเสี่ยง' (de risking) การเปิดทางให้ใช้ 'ราคาขั้นต่ำ' เป็นทางออก รวมถึงความเห็นที่แตกต่างกันของรัฐสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ เพื่อสร้างมาตรการที่เข้มงวด...