ผู้ผลิตทุกรายที่ส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนไปยัง EU จะได้รับผลกระทบ โดยอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท ซึ่งสะท้อนโครงสร้างเดียวกับที่ใช้กับ BEV ตัวอย่างที่ชัดเจน:
การผลักดันให้ขยายภาษีเกิดขึ้นในช่วงที่ความไม่สมดุลทางการค้ารุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในเดือนเมษายน 2026 การขาดดุลการค้าสินค้าของ EU กับจีนอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านยูโรต่อวัน (ประมาณ 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตัวเลขสำคัญจากแหล่งข้อมูลทางการ:
ผู้นำ EU กำลังดำเนินนโยบายที่ละเอียดอ่อน ในการประชุมสุดยอดที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 พวกเขาพยายามหาจุดกึ่งกลาง คือเพิ่มความแข็งกร้าวในการตอบโต้จีน แต่ไม่ใช้มาตรการที่จะกระตุ้นให้เกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบ องค์ประกอบสำคัญของความสมดุลนี้:
วาทกรรมแข็งกร้าว แต่การดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป คณะกรรมาธิการยุโรปเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อรับมือกับสิ่งที่เรียกว่า "China Shock 2.0" — การทะลักของสินค้าจีนราคาถูกที่คุกคามภาคการผลิตของยุโรป ปักกิ่งขู่ตอบโต้กลับ
แต่ EU จงใจใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุนที่ตรงจุดและสอดคล้องกับ WTO แทนที่จะใช้ภาษีเหวี่ยงแหหรือการตัดขาดครั้งใหญ่
แนวทาง "การลดความเสี่ยง" (de-risking) กลยุทธ์ของ EU สอดคล้องกับคำมั่นของ G7 ในการกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน โดยเน้นการปกป้องเศรษฐกิจ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม และการเป็นพันธมิตรกับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน ซึ่งถูกวางกรอบว่าเป็นการ "ลดความเสี่ยง" ไม่ใช่ "ตัดขาด" (decoupling)
'ราคาขั้นต่ำ' (Price Undertakings) เป็นทางออก ในเดือนมกราคม 2026 EU และจีนตกลงในกลไกที่ให้ผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจีนสามารถใช้การกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำ ("price undertakings") แทนการจ่ายภาษี วิธีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตจีนมีทางออกที่รักษาหน้าและลดความเสี่ยงในการตอบโต้ทันที ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการกำลังดำเนินการกับคำขอยกเว้นเหล่านี้ โดยแบรนด์ Cupra ของ Volkswagen Group เป็นรายแรกที่ยื่นคำขอ
ความเห็นที่แตกต่างในรัฐสมาชิก รัฐสมาชิกทั้ง 27 ประเทศเห็นพ้องกันว่านโยบายการค้าของจีนเป็นภัยคุกคาม แต่ไม่เห็นด้วยกับระดับความแข็งกร้าว ประเทศที่มีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการค้ากับจีนอย่างมากมักจะระมัดระวังมากกว่า ซึ่งจำกัดขอบเขตที่บรัสเซลส์จะดำเนินการได้
การยกระดับแบบค่อยเป็นค่อยไป The Economist ระบุว่าการถกเถียงเปลี่ยนจาก ว่าจะ เพิ่มกำแพงภาษีหรือไม่ เป็น จะเพิ่มเท่าไหร่, เร็วแค่ไหน และ จัดการผลกระทบอย่างไร แนวโน้มคือการขยายภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ จาก BEV ไปยังรถยนต์ไฮบริด และอาจขยายไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ แทนที่จะเป็นการยกระดับครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว
สรุป: ผู้นำ EU กำลังส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจนต่อจีน แต่พวกเขาออกแบบแต่ละขั้นตอนให้มีช่องว่างสำหรับการเจรจาและลดความตึงเครียด โดยหวังกดดันให้ปักกิ่งปฏิรูปนโยบายการค้าโดยไม่ก่อให้เกิดสงครามการค้าข้ามทวีป
Comments
0 comments