Sajia Shahrin Neha นักวิจัยก่อนปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ ใช้ ALMA, VLA และ JWST ค้นพบกระจุกดาวอายุน้อยขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในวงแหวนรอบใจกลางกาแล็กซี NGC 3351 และ NGC 1097 ประมาณ 50 แห่ง [3][10] ALMA และ VLA สามารถเจาะทะลุฝุ่นจักรวาลหนาทึบตรวจจับกระจุกดาวที่กล้องโทรทรรศน์แสงและอินฟราเรดทั่วไปมองไม่เห็น [3][1...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did a University of Kentucky predoctoral researcher reveal about hidden star clusters in nearby galaxies using ALMA, the VLA, and the J. Article summary: Here is a concise summary of the findings presented at the 248th AAS meeting on June 17, 2026.. Topic tags: general, government, education, academic, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ในการประชุมสมาคมดาราศาสตร์อเมริกันครั้งที่ 248 Sajia Shahrin Neha นักวิจัยก่อนปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ ได้เปิดเผยผลการศึกษาที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับกระจุกดาวอายุน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ใน 'วงแหวนโรงงาน' รอบใจกลางของกาแล็กซีสองแห่ง ได้แก่ NGC 3351 และ NGC 1097
ทีมวิจัยใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA (Atacama Large Millimeter/submillimeter Array) และ VLA (Very Large Array) ของ NSF รวมกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) ของ NASA เพื่อเจาะทะลุฝุ่นจักรวาลที่หนาทึบ
ด้วยการแยกองค์ประกอบของคลื่นวิทยุออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ฝุ่นร้อน (thermal dust), ก๊าซไอออไนซ์ (free–free emission) และรังสีซินโครตรอนจากซูเปอร์โนวา (synchrotron emission) ทีมงานสามารถระบุอายุของกระจุกดาวแต่ละแห่งได้เป็น 4 ระยะ :
กระจุกดาวเหล่านี้อยู่ในวงแหวนรอบใจกลางกาแล็กซีที่เรียกว่า 'circumnuclear rings' ซึ่งมีก๊าซหนาแน่นมาก ห่างจากแกนกลางกาแล็กซีเพียงไม่กี่ร้อยถึงพันปีแสง ก๊าซที่ไหลเข้ามาตามแถบกาแล็กซีจะสะสมตัวในบริเวณนี้ และจุดชนวนการเกิดดาวฤกษ์อย่างรุนแรงในอัตราและความหนาแน่นที่คล้ายคลึงกับกาแล็กซีในยุค 'เที่ยงวันจักรวาล' (cosmic noon) เมื่อหลายพันล้านปีก่อน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Sajia Shahrin Neha นักวิจัยก่อนปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ ใช้ ALMA, VLA และ JWST ค้นพบกระจุกดาวอายุน้อยขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในวงแหวนรอบใจกลางกาแล็กซี NGC 3351 และ NGC 1097 ประมาณ 50 แห่ง [3][10]
Sajia Shahrin Neha นักวิจัยก่อนปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ ใช้ ALMA, VLA และ JWST ค้นพบกระจุกดาวอายุน้อยขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในวงแหวนรอบใจกลางกาแล็กซี NGC 3351 และ NGC 1097 ประมาณ 50 แห่ง [3][10] ALMA และ VLA สามารถเจาะทะลุฝุ่นจักรวาลหนาทึบตรวจจับกระจุกดาวที่กล้องโทรทรรศน์แสงและอินฟราเรดทั่วไปมองไม่เห็น [3][10] ส่วน JWST ยืนยันว่าแหล่งวิทยุเหล่านั้นคือกระจุกดาวจริง [3]
นักวิจัยแบ่งวิวัฒนาการของกระจุกดาวออกเป็น 4 ระยะ: (1) ระยะก่อตัวสว่างด้วยฝุ่น (2) ระยะอายุน้อยมากยังถูกห่อหุ้ม (3) ระยะที่พัดฝุ่นออกไปแล้ว และ (4) ระยะที่ดาวมวลสูงระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา [10][14]