สาเหตุของการระบาดครั้งนี้คือ ‘บันดิบูเกียวไวรัส’ (Bundibugyo virus, สปีชีส์ Orthoebolavirus bundibugyoense) ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในยูกันดาเมื่อปี 2550 จุดที่แตกต่างและน่ากังวลคือ ต่างจากสายพันธุ์ไซร์ (Zaire ebolavirus) ที่เป็นต้นเหตุของการระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557–2559 ตรงที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับสายพันธุ์นี้
สหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้เงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่องค์กร Coalition for Epidemic Preparedness Innovations (CEPI) เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็น แต่การผลิตวัคซีนและยาที่มีประสิทธิภาพยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรือหลายปี
แอฟริกา CDC (Africa Centres for Disease Control and Prevention) รายงานว่า ระบบติดตามผู้สัมผัสเสี่ยง (contact tracing) แทบจะล่มสลาย จากผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ถูกระบุได้มากกว่า 33,000 ราย มีเพียงไม่ถึง 4,100 รายเท่านั้นที่อยู่ในระหว่างการเฝ้าระวัง — หมายความว่า ผู้สัมผัสเสี่ยงถึง 88% ไม่ได้รับการติดตามเฝ้าระวัง ช่องว่างขนาดใหญ่นี้ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ประชาคมโลกจะให้คำมั่นสนับสนุนเงินจำนวนมหาศาล แต่เงินที่ส่งถึงมือจริงกลับน้อยนิด:
Comments
0 comments