เกือบจะพร้อมกันกับการโจมตีของรัสเซีย ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้นในกรุงมอสโก
โดรนของยูเครนสามารถเจาะทะลวงแนวป้องกันและโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมอสโก (Moscow Oil Refinery) ในเขตคาโปตเนีย (Kapotnya) ได้สำเร็จ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ กลุ่มควันดำทะมึนลอยปกคลุมท้องฟ้าทางตอนใต้ของกรุงมอสโก เหตุการณ์นี้ส่งผลให้สนามบิน 4 แห่งในกรุงมอสโกต้องระงับการบินชั่วคราว และมีการปิดถนนวงแหวนบางส่วน
นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เซียร์เกย์ โซเบียนิน รายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนได้อย่างน้อย 194 ลำเหนือกรุงมอสโก แต่ยอมรับว่ามีโดรนบางลำสามารถบินถึงโรงกลั่นได้ การโจมตีด้วยโดรนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองภายในสัปดาห์เดียวกันที่โรงกลั่นถูกโจมตี
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยเรียกการโจมตีมอสโกครั้งนี้ว่าเป็นการตอบโต้ที่ 'ชอบธรรมอย่างยิ่ง' ต่อการโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน และกล่าวคำขาดที่ถูกสื่อทั่วโลกรายงานอย่างกว้างขวางว่า 'ถ้ายูเครนถูกเผา มอสโกของพวกคุณก็จะถูกเผาเช่นกัน' (If Ukraine burns, your Moscow will burn)
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียแถลงว่าการโจมตีข้ามคืนดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ 'ประสานงานกัน' โดยระบุว่าเป้าหมายคือโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงและพลังงานของยูเครน รัสเซียอ้างว่าโจมตีสำเร็จที่คลังเชื้อเพลิงในพื้นที่บอรีสปิล-2 (Boryspil-2) ในเคียฟโอบลาสต์ และโรงกลั่นน้ำมันซาตูรีโน (Zaturino) ในจังหวัดปอลตาวา
Comments
0 comments