การพลิกตะแคงตัวเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นกลยุทธ์ป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้ใหญ่ที่เคลื่อนไหวไม่ได้หรือมีความเสี่ยง รวมถึงผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ความถี่ที่เหมาะสมที่สุดยังไม่ชัดเจน การศึกษาและการทบทวนวรรณกรรมได้ศึกษาตารางเวลาทั้งแบบทุก 2 ชั่วโมง, 3 ชั่วโมง, 4 ชั่วโมง และ 6 ชั่วโมง โดยมักใช้ร่วมกับที่นอนชนิดต่างๆ แต่หลักฐานยังไม่ conclusive
การพลิกตัวทุก 4 ชั่วโมงมีหลักฐานสนับสนุนบ้างเมื่อใช้ร่วมกับที่นอนที่กระจายแรงกดทับหรือที่นอนโฟมยืดหยุ่น (viscoelastic foam) แต่ไม่ควรตีความว่า 'Norton <16 ต้องพลิกทุก 4 ชั่วโมงเสมอ'
การจัดโปรแกรมพลิกตะแคงตัวได้รับการศึกษาในรูปแบบของตารางเวลาและท่าทางต่างๆ เพื่อป้องกันแผลกดทับในผู้ใหญ่
การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบครั้งใหญ่ได้ประเมินการทดลองแบบสุ่มและแบบกลุ่มของการจัดตารางพลิกตัวและท่าทางในผู้ใหญ่ทั้งในสถานการณ์ดูแลผู้ป่วยเฉียบพลันและระยะยาว
การทบทวนดังกล่าวพบว่าขนาดของประโยชน์และความถี่ในการพลิกตัวที่เหมาะสมที่สุดยังคงไม่แน่นอน
การทบทวนหลักฐานแนวทางปฏิบัติได้เปรียบเทียบตารางเวลาหลายแบบ รวมถึงการพลิกตัวทุก 2, 3, 4 และ 6 ชั่วโมง ซึ่งมักสัมพันธ์กับชนิดของที่นอนหรือพื้นผิวลดแรงกดทับ
รายงานการทบทวนหลักฐานหนึ่งระบุว่าการพลิกตัวทุก 4 ชั่วโมงร่วมกับที่นอนลดแรงกดทับอาจมีประสิทธิภาพทางคลินิกมากกว่าวิธีการพลิกบ่อยกว่าบางวิธีบนที่นอนมาตรฐาน แต่ข้อค้นพบนี้มาจากหลักฐานที่มีจำกัดและควรใช้อย่างระมัดระวัง
การทบทวนที่เน้นในโรงพยาบาลยืนยันว่าการพลิกและตะแคงตัวถูกใช้เพื่อลดแผลกดทับที่เกิดในโรงพยาบาล และวรรณกรรมได้สำรวจตารางเวลาทั้งแบบทุก 3, 4 และ 6 ชั่วโมง
กฎตรงๆ เช่น 'Norton <16 = พลิกทุก 4 ชั่วโมง' เป็นการอนุมาน ไม่ใช่เกณฑ์ที่พิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดตามหลักฐาน หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนตรรกะนี้เพียงทางอ้อมเท่านั้น:
นโยบายของโรงพยาบาลที่ป้องกันได้ดีกว่าควรถูกเขียนขึ้นในลักษณะที่แบ่งตามระดับความเสี่ยงและเป็นรายบุคคล มากกว่าที่จะเป็นกฎตายตัวเดียว
ถ้อยคำที่ดีกว่าสำหรับระเบียบปฏิบัติของโรงพยาบาลคือ:
อย่าเขียนนโยบายเป็น 'Norton <16 = พลิกทุก 4 ชั่วโมง' โดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม ให้เขียนเป็น:
"ผู้ป่วยที่มีคะแนน Norton <16 ถือว่ามีความเสี่ยงและควรได้รับมาตรการป้องกันแผลกดทับแบบครบวงจร หากผู้ป่วยติดเตียง ให้พลิกตะแคงตัวอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมงเมื่อเหมาะสมทางคลินิกและเมื่อใช้พื้นผิวรองรับที่กระจายแรงกดทับ ให้เพิ่มความถี่ในการพลิกตัวและปรึกษาทีมดูแลแผลหากผิวหนังทนต่อแรงกดได้ไม่ดี มีแผลกดทับอยู่แล้ว หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม"
ถ้อยคำนี้สอดคล้องกับหลักฐานมากกว่า เนื่องจากเชื่อมโยง Norton กับการระบุความเสี่ยง ในขณะที่ยอมให้ความถี่ในการพลิกตัวขึ้นอยู่กับพื้นผิวรองรับ สภาพผิวหนังที่ทนได้ และสภาพของผู้ป่วย
มีหลักฐานที่ดีว่าผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวไม่ได้และมีความเสี่ยงจำเป็นต้องได้รับการพลิกตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ แต่มีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์กฎเกณฑ์คะแนน Norton-ต่อ-ความถี่ในการพลิกตัวที่เป็นสากล คะแนน Norton <16 สามารถกระตุ้นให้เริ่มมาตรการป้องกันแบบครบวงจรและการพลิกตัวตามตารางเวลาได้อย่างสมเหตุสมผล และการพลิกตัวทุก 4 ชั่วโมงอาจเป็นที่ยอมรับได้ในผู้ป่วยที่เลือกสรรซึ่งนอนบนพื้นผิวที่กระจายแรงกดทับ อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ได้รับการสนับสนุนดีที่สุดคือการปรับความถี่เป็นรายบุคคลโดยพิจารณาจากคะแนน Norton บวกกับความสามารถในการเคลื่อนไหว การตรวจพบของผิวหนัง พื้นผิวรองรับ และปัจจัยเสี่ยงทางคลินิก
Comments
0 comments