Philip Lane ยังเสริมอีกว่า การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการตอบสนองชั่วคราว ('delta response') ต่อเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งเกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง และการประเมินอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางที่แม่นยำนั้น มีความสำคัญกับนโยบายในระยะยาวมากกว่าในระยะสั้น เนื่องจากนโยบายระยะสั้นต้องพึ่งพามุมมองที่มีต่อเงินเฟ้อในอนาคตเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ECB จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนกรกฎาคมหรือเดือนกันยายน
"ผมมองว่าการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางของเรานั้น จะมีความเกี่ยวข้องกับจุดสิ้นสุดของวัฏจักร เมื่อภาวะช็อกสิ้นสุดลง" Philip Lane กล่าวในงานประชุมการเงินที่กรุงลอนดอน
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ECB มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.25% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 การตัดสินใจครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจาก สงครามอิหร่าน ที่ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคม 2026 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.2% (เพิ่มขึ้นจาก 3.0% ในเดือนเมษายน) โดยราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นถึง 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ประธาน ECB นางคริสติน ลาการ์ด กล่าวเตือนว่า เงินเฟ้อกำลัง "ขยายวงกว้างเกินกว่าพลังงาน" และ ECB กลายเป็นธนาคารกลางหลักแห่งแรกของโลกที่ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
การคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ ECB ในเดือนมีนาคม 2026 ได้สะท้อนถึงผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางไว้แล้ว โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงถึง 3.1% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ในไตรมาสที่ 3 ในขณะเดียวกัน การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจก็ถูกปรับลดลง 0.3% สำหรับปี 2026 "อันเป็นผลจากสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง"
และผลสำรวจจากผู้คาดการณ์มืออาชีพ (SPF) ของ ECB ในเดือนพฤษภาคม 2026 ก็ชี้ให้เห็นถึงการปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้น
| ตัวชี้วัด | ปี 2026 | ปี 2027 | ปี 2028 |
|---|---|---|---|
| อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (HICP) | 2.6% (ปรับเพิ่มขึ้น) | 2.0% | 2.1% |
| การเติบโตของ GDP ที่แท้จริง | 0.9% (ปรับลดลง 0.3 จุด) | 1.3% (ปรับลดลง 0.1 จุด) | 1.4% |
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) — ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) มีมติ 7 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate) ไว้ที่ 3.75% โดยเมแกน กรีน และฮิว พิลล์ สองกรรมการที่ไม่เห็นด้วยกับมติข้างต้น ลงคะแนนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4% เนื่องจากกังวลความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ผลสำรวจของรอยเตอร์จากนักเศรษฐศาสตร์ 65 ราย พบว่าเสียงส่วนใหญ่คาดว่า BoE จะคงดอกเบี้ยต่อไปตลอดปี 2026 แต่ก็มีกลุ่มน้อยที่คาดการณ์ถึงการขึ้นดอกเบี้ย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) — ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50%–3.75% โดยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (dot plot) ของคณะกรรมการฯ มีค่ามัธยฐานสำหรับอัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นปี 2026 อยู่ที่ 3.8% (เพิ่มขึ้นจาก 3.4% ในการคาดการณ์ครั้งก่อน) ซึ่งบ่งชี้ว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง หรือคงดอกเบี้ยไว้เป็นเวลานาน
แพลตฟอร์มพยากรณ์ Polymarket ชี้ว่า การคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนเป็นเรื่องที่แน่นอน ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง
| ธนาคารกลาง | อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน | การดำเนินการล่าสุด | ทิศทาง |
|---|---|---|---|
| ECB | 2.25% (deposit rate) | +0.25% เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน (ขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023) | Hawkish — มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีกในเดือนกรกฎาคม/กันยายน |
| ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) | 3.75% | คงอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน (เสียง 7-2) | หลากหลาย — กรรมการ 2 ท่านต้องการขึ้นดอกเบี้ย เสียงส่วนใหญ่คาดคงที่ |
| ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) | 3.50%–3.75% | คงอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน (เอกฉันท์) | ระมัดระวัง — ค่ามัธยฐาน dot plot ชี้การลดดอกเบี้ยจะน้อยลง |
คำกล่าวของ Philip Lane เกี่ยวกับ Neutral Rate ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า ECB มองว่ายังมีพื้นที่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปได้ โดยไม่กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และตลาดการเงินก็กำลังคาดการณ์สถานการณ์นี้อยู่แล้ว
Comments
0 comments