รัสเซียโจมตีเคียฟและโปลตาวาด้วยขีปนาวุธ ballistic ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีเซเลนสกี โทรศัพท์ประสานงานกับโดนัลด์ ทรัมป์ และเอ็มมานูเอล มาครง หลังการประชุมสุดยอดจี7 แสดงให้เห็... เซเลนสกีต้องการจัดการประชุมไตรภาคีกับปูตินและทรัมป์ในสหรัฐฯ แต่เครมลินปฏิเสธการเจรจาโดยตรงบนดินแ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Searching with cited sources for What happened when Russia hit Kyiv with ballistic missiles on Thursday, and how did that intersect with Pre. Article summary: On Thursday, June 18, 2026, Russia struck Kyiv and Poltava with ballistic missiles just hours after President Zelenskyy held a high-level coordination call with Donald Trump and Emmanuel Macron following the G7 summit. T. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 รัสเซียยิงขีปนาวุธ ballistic โจมตีกรุงเคียฟและเมืองโปลตาวา (Poltava) เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน โทรศัพท์ประสานงานระดับสูงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ภายหลังการประชุมสุดยอดกลุ่มจี7 การโจมตีครั้งนี้เน้นย้ำถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างความพยายามทางการทูตอย่างเร่งด่วนของเซเลนสกีเพื่อผลักดันการเจรจาสันติภาพ กับการใช้กำลังทหารที่บานปลายอย่างต่อเนื่องของมอสโก
รัสเซียโจมตีเคียฟและโปลตาวาด้วยขีปนาวุธ ballistic ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน มีรายงานว่าเกิดระเบิดหลายครั้งในทั้งสองเมืองหลังเวลา 01:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอากาศยูเครนเตือนถึงภัยคุกคามจากขีปนาวุธ ballistic จากทางเหนือ และมีรายงานระเบิดถึง 6 ครั้งในโปลตาวา
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ได้ยินเสียงระเบิดในเคียฟ
การโจมตีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง — รัสเซียได้โจมตีทางอากาศขนาดใหญ่หลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน รัสเซียยิงขีปนาวุธและโดรน 60 ลูกใส่เคียฟ โจมตีมหาวิหารดอร์มิชัน (Dormition Cathedral) ของเคียฟ เปเชอร์สก์ ลาฟรา (Kyiv Pechersk Lavra) และทำให้เกิดไฟไหม้เป็นวงกว้าง
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 2 มิถุนายน การโจมตีระลอกหนึ่งคร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 16 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย ในหลายเมือง
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เซเลนสกีได้โทรศัพท์พูดคุยกับทรัมป์และมาครงหลังจากที่การประชุมสุดยอดจี7 สิ้นสุดลง เขาเรียกการพูดคุยครั้งนี้ว่า "การหารือประสานงานที่สำคัญ ซึ่งสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" และกล่าวขอบคุณทรัมป์ที่ให้ความสนใจต่อยูเครน
ผู้นำทั้งสามได้พบปะกันด้วยตนเองบนชายขอบของการประชุมสุดยอดจี7 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งเซเลนสกีได้แสดงภาพถ่ายความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียที่เคียฟ เปเชอร์สก์ ลาฟรา ให้ทรัมป์ดู
เซเลนสกีกล่าวว่าเขาหวังว่าทรัมป์จะช่วยจัดการประชุมไตรภาคีในสหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง ปูติน และทรัมป์ เขากล่าวว่า "หากรัสเซียปฏิเสธโอกาสนี้เช่นกัน ก็จะต้องใช้แรงกดดัน"
เครมลินปฏิเสธการประชุมโดยตรงระหว่างเซเลนสกีและปูตินในประเทศที่เป็นกลางอย่างต่อเนื่อง โดยยืนกรานว่าเซเลนสกีต้องเดินทางไปมอสโก ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เคียฟปฏิเสธ
เซเลนสกีกล่าวว่าเขายินดีพบปูตินในตุรกี สวิตเซอร์แลนด์ หรือตะวันออกกลาง แต่จะไม่ไปพบที่มอสโก
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวหลังการพบปะกับเซเลนสกีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนว่า "รัสเซียควรทำข้อตกลง" เขากล่าวว่าเขาจะ "ทำทุกอย่างที่ทำได้" เพื่อยุติสงคราม
นักการทูตยุโรปและฝรั่งเศสกล่าวว่าผู้นำจี7เห็นพ้องว่าสมรภูมิรบตอนนี้เป็นใจให้ยูเครน และจุดยืนก่อนหน้านี้ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ นั้นเอื้อต่อมอสโกมากเกินไป
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเอิน (Ursula von der Leyen) กล่าวว่า "กระแสกำลังเปลี่ยนไปทางยูเครน"
ประธานาธิบดีมาครงแห่งฝรั่งเศสแถลงว่าผู้นำจี7 รวมถึงทรัมป์ เห็นพ้องว่ารัสเซีย "ไม่มีความตั้งใจจริง" ที่จะสร้างสันติภาพ หลังจากที่มอสโกปฏิเสธข้อเสนอจากสหรัฐฯ และยุโรปที่จะเริ่มการเจรจาต่อรอง ทรัมป์กล่าวว่าเขามี "การพูดคุยที่ดีมาก" กับผู้นำทั้งสอง แต่กล่าวว่า "พวกเขาไม่ค่อยชอบกันสักเท่าไหร่"
การเจรจาสันติภาพที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางนั้นหยุดชะงักลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อมโยงการชะลอตัวนี้เข้ากับการที่วอชิงตันมุ่งความสนใจไปที่การรณรงค์ทางทหารต่ออิหร่าน ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้กำหนดเส้นตายในเดือนมิถุนายนให้ยูเครนและรัสเซียบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
รัฐบาลทรัมป์เพิ่มแรงกดดันต่อยูเครนให้ยอมผ่อนปรนเพื่อยุติความขัดแย้งภายในช่วงต้นฤดูร้อน
ผู้นำยุโรปในที่ประชุมจี7 เรียกร้องให้ทรัมป์เป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างเซเลนสกีและปูตินในสหรัฐฯ เพื่อทำลายทางตันนี้
ในขณะที่รัสเซียโจมตีเคียฟในวันที่ 18 มิถุนายน ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดต่อมอสโกนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบ โดยโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน การโจมตีของยูเครนยังโดนสะพานรถไฟสำคัญในไครเมียที่ถูกยึดครองอีกด้วย
เซเลนสกีเชื่อมโยงการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเคียฟในวันที่ 15 มิถุนายนเข้ากับวันเกิดของทรัมป์ โดยเรียกมันว่า "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
นอกจากนี้ เขายังกดดันทรัมป์เพื่อขอใบอนุญาตจากสหรัฐฯ ในการผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธและขีปนาวุธในยูเครน
การโจมตีด้วยขีปนาวุธ ballistic เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนต่อเคียฟเกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากที่เซเลนสกีผลักดันทางการทูตครั้งใหญ่ร่วมกับทรัมป์และมาครง มันแสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธของมอสโกที่จะเข้าร่วมการเจรจาโดยตรงบนดินแดนที่เป็นกลาง แม้ว่าทรัมป์จะแข็งกร้าวในที่สาธารณะเรียกร้องให้รัสเซียทำข้อตกลง และผู้นำยุโรปแย้งว่าโมเมนตัมทางการทหารเปลี่ยนไปเข้าข้างยูเครนแล้วก็ตาม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รัสเซียโจมตีเคียฟและโปลตาวาด้วยขีปนาวุธ ballistic ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีเซเลนสกี โทรศัพท์ประสานงานกับโดนัลด์ ทรัมป์ และเอ็มมานูเอล มาครง หลังการประชุมสุดยอดจี7 แสดงให้เห็...
รัสเซียโจมตีเคียฟและโปลตาวาด้วยขีปนาวุธ ballistic ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีเซเลนสกี โทรศัพท์ประสานงานกับโดนัลด์ ทรัมป์ และเอ็มมานูเอล มาครง หลังการประชุมสุดยอดจี7 แสดงให้เห็... เซเลนสกีต้องการจัดการประชุมไตรภาคีกับปูตินและทรัมป์ในสหรัฐฯ แต่เครมลินปฏิเสธการเจรจาโดยตรงบนดินแดนที่เป็นกลางอย่างต่อเนื่อง โดยยืนกรานให้เซเลนสกีเดินทางไปมอสโกแทน
ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีเป็นเชิงแข็งกร้าวมากขึ้น โดยบอกกับผู้สื่อข่าวหลังพบเซเลนสกีว่า 'รัสเซียควรทำข้อตกลง' ขณะที่ผู้นำยุโรปในที่ประชุมจี7เห็นพ้องว่ารัสเซีย 'ไม่มีความตั้งใจจริง' ที่จะแสวงหาสันติภาพ