ประมาณ 13 15 นาทีหลังแผ่นดินไหวหลัก M9.0 คลื่น剪切 (S wave) เดินทางลงไป 2,900 กม. ถึงแก่นโลกชั้นนอกที่เป็นของเหลว สะท้อนกลับขึ้นมาเป็นคลื่น ScS กระตุ้นให้รอยเลื่อนตามแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกทั่วญี่ปุ่นเลื่อนตัวอีกครั้ง การเลื่อนตัวครั้งที่สองกินพื้นที่ถึง 3,000 กม.
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the 2011 Tohoku earthquake's core-reflected ScS waves do to Japan, how large was the affected area, and what are the implications f. Article summary: Here is what the 2011 Tohoku earthquake's core-reflected ScS waves did, the scale of the event, and what it means for hazard planning.. Topic tags: general, education, academic, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it usef
แผ่นดินไหวโทโฮคุ (M9.0) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 นั้นถือเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ แต่งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งทำให้นักธรณีวิทยาต้องทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับการที่คลื่นไหวสะเทือนจากส่วนลึกของโลกสามารถกระตุ้นรอยเลื่อนในระยะไกลได้
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 โดยทีมนักวิจัยนำโดย ศ.ซุนยอง ปาร์ก (Sunyoung Park) แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก เปิดเผยว่าคลื่น ScS ที่สะท้อนจากแก่นโลกจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ได้เดินทางลงไปถึงแก่นโลก สะท้อนกลับมา และทำให้เกิดการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนรอบหมู่เกาะญี่ปุ่นอีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกหลักฐานว่าคลื่นไหวสะเทือนที่สะท้อนจากแก่นโลกสามารถทำให้รอยเลื่อนขยับตัวได้
ประมาณ 13-15 นาที หลังจากแผ่นดินไหวหลัก คลื่น剪切 (S-wave) ได้เดินทางลงไปเป็นระยะทางประมาณ 2,900 กิโลเมตร ผ่านชั้นแมนเทิล กระทบกับแก่นโลกชั้นนอกที่เป็นของเหลว แล้วสะท้อนกลับขึ้นมาที่ผิวโลกเป็นคลื่น ScS
เมื่อคลื่นสะท้อนนี้เดินทางมาถึงใต้ประเทศญี่ปุ่น มันได้กระตุ้นให้เกิดการเลื่อนตัวครั้งที่สองตามแนวรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกใหญ่สองแผ่นที่อยู่รอบหมู่เกาะ สถานี GPS ทั่วทั้งประเทศบันทึกการเคลื่อนตัวของพื้นดินไปทางตะวันออกเป็นระยะทางสูงสุด 5-6 มิลลิเมตร ในลักษณะการเคลื่อนที่แบบขั้นบันได
การเลื่อนตัวของรอยเลื่อนครั้งที่สองที่เกิดจากคลื่น ScS นี้กินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึงประมาณ 3,000 กิโลเมตร ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมหมู่เกาะญี่ปุ่นทั้งหมด ตั้งแต่มหานครฮอกไกโดทางเหนือ จนถึงเกาะคิวชูทางตะวันตกเฉียงใต้
พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาในเหตุการณ์ครั้งที่สองนี้เทียบเท่ากับแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.5
การค้นพบนี้มีนัยสำคัญต่อการประเมินภัยแผ่นดินไหวในอนาคต:
กลไกใหม่ของการเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่ล่าช้า แบบจำลองการประเมินอันตรายในปัจจุบันนับรวมถึงการเกิดอาฟเตอร์ช็อกจากความเครียดที่เปลี่ยนไปแบบคงที่ (static stress changes) และการกระตุ้นจากคลื่นผิวโลก (surface-wave triggering) แต่การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าคลื่นที่สะท้อนจากส่วนลึกของโลกสามารถกระตุ้นรอยเลื่อนขึ้นใหม่ได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากแผ่นดินไหวหลัก ซึ่งเป็นช่องว่างของอันตรายที่ระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการพยากรณ์ในปัจจุบันยังไม่ได้นำมาพิจารณา
ขอบเขตพื้นที่ที่กว้างไกลมากขึ้น คลื่น ScS สามารถส่งผ่านความเครียดที่สำคัญไปในระยะทางระดับทวีป (หลายพันกิโลเมตร) ซึ่งไม่ใช่แค่ตามแนวรอยเลื่อนที่แตกเท่านั้น ดังนั้นแผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาดใหญ่จึงอาจก่อให้เกิดการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนรองในพื้นที่ที่กว้างกว่าที่แบบจำลองพื้นที่เสี่ยงอันตรายแบบเดิมสันนิษฐานไว้มาก
ช่องว่างในการเฝ้าติดตามและสร้างแบบจำลอง เครือข่ายแผ่นดินไหวและระบบ GPS ในปัจจุบันสามารถบันทึกสัญญาณที่จำเป็นในการตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้ แต่ปรากฏการณ์นี้ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการประเมินอันตรายในทางปฏิบัติ การเตรียมพร้อมในอนาคตอาจต้องเพิ่มการกระตุ้นจากคลื่นสะท้อนแก่นโลกเข้าไปในแบบจำลองอาฟเตอร์ช็อกและสึนามิแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแผ่นดินไหวขนาด M8.5 ขึ้นไป ซึ่งคลื่น ScS จะมีแอมพลิจูดมากพอที่จะทำให้เกิดการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนในระยะไกล
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ประมาณ 13 15 นาทีหลังแผ่นดินไหวหลัก M9.0 คลื่น剪切 (S wave) เดินทางลงไป 2,900 กม. ถึงแก่นโลกชั้นนอกที่เป็นของเหลว สะท้อนกลับขึ้นมาเป็นคลื่น ScS กระตุ้นให้รอยเลื่อนตามแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกทั่วญี่ปุ่นเลื่อนตัวอีกครั้ง
ประมาณ 13 15 นาทีหลังแผ่นดินไหวหลัก M9.0 คลื่น剪切 (S wave) เดินทางลงไป 2,900 กม. ถึงแก่นโลกชั้นนอกที่เป็นของเหลว สะท้อนกลับขึ้นมาเป็นคลื่น ScS กระตุ้นให้รอยเลื่อนตามแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกทั่วญี่ปุ่นเลื่อนตัวอีกครั้ง การเลื่อนตัวครั้งที่สองกินพื้นที่ถึง 3,000 กม. กว้างที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้ และปลดปล่อยพลังงานเทียบเท่าแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.5