เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ออกโรงเตือนรัฐบาลอิสราเอลให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ชี้กำลังเสี่ยงสูญเสีย 'พันธมิตรที่แข็งแกร่งเพียงคนเดียว' ข้อตกลงดังกล่าว (MOU) เรียกร้องให้หยุดยิงถาวรทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ที่ท่าเ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What warning did U.S. Vice President JD Vance issue to Israeli critics of the Trump administration's memorandum of understanding with Iran,. Article summary: On June 18, 2026, U.S. Vice President JD Vance issued a sharp warning to Israeli officials criticizing the Trump administration's 14-point memorandum of understanding (MOU) with Iran, telling them to stop attacking the d. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ออกโรงเตือนนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูแห่งอิสราเอลและคณะรัฐมนตรีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยแวนซ์บอกให้ 'หยุดโจมตี' บันทึกความเข้าใจ (MOU) 14 ข้อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับอิหร่าน พร้อมข่มขู่ว่า หากยังด่ายังไสกันต่อไป ความสัมพันธ์กับ 'พันธมิตรที่แข็งแกร่งเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่บนโลก' อาจเสียหายหนัก คำเตือนครั้งประวัติศาสตร์นี้ถือเป็นรอยร้าวครั้งใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิสราเอลนับตั้งแต่เริ่มสงครามร่วมกับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน
แวนซ์แถลงข่าวที่ทำเนียบขาวปกป้องข้อตกลงสันติภาพของทรัมป์ และตอบโต้ผู้นำอิสราเอลที่ประณามข้อตกลงนี้โดยตรง คำเตือนมีทั้งหมดสามประเด็นหลัก:
ข้อ 1: 'อย่าแหย่เพื่อนตาย' แวนซ์ยืนยันว่า ทรัมป์ 'เป็นประมุขของประเทศเดียวในโลกที่เห็นใจอิสราเอลในขณะนี้' พร้อมเตือนคณะรัฐมนตรีอิสราเอลว่าอาวุธป้องกันส่วนใหญ่ของอิสราเอลมาจากงบประมาณอเมริกัน เขาบอกว่า หากเป็นเขา เขา 'คงไม่เลือกที่จะโจมตีพันธมิตรที่แข็งแกร่งแห่งเดียวที่เหลืออยู่บนโลก' แน่
ข้อ 2: 'นายฆ่าไม่พ้นทุกปัญหา' แวนซ์ปฏิเสธข้ออ้างของอิสราเอลว่าการยึดครองทางทหารในเลบานอนตอนใต้จำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ เขาต่อว่าผู้นำอิสราเอลว่า 'ลืมตามองความจริงบ้าง' พร้อมท้า 'ข้อเสนอของนายคืออะไรกันแน่? ประเทศของนายมีคนแค่ 9 ล้าน นายจะฆ่าให้ตายหมดทุกคนเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงแบบนี้ไม่ได้หรอก'
ข้อ 3: เสี่ยงเสียความช่วยเหลือ การอ้างถึงงบประมาณทางทหารของสหรัฐฯ ที่ใช้ในการป้องกันอิสราเอลซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ่งชี้เป็นการข่มขู่โดยนัยว่า หากยังด่ากันอยู่นี้ ความช่วยเหลือทางทหารอาจตกอยู่ในอันตราย
ข้อตกลงนี้มีปากีสถานเป็นคนกลางเจรจา ทรัมป์ลงนาม MOU 14 ข้อเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 100 วัน
:
อิสราเอลถูกกีดกันออกจากโต๊ะเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านตั้งแต่ต้นโดยสิ้นเชิง MOU เจรจากันโดยตรงระหว่างวอชิงตันและเตหะราน โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง ไม่มีการยื่นข้อเสนอให้อิสราเอลใดๆ ทั้งสิ้น
รายงานยังอ้างว่าเนทันยาฮูไม่แม้แต่จะได้เห็นร่างข้อตกลงเลย
แวนซ์ถึงกับเรียกอิสราเอลว่า 'ผู้รับเหมาช่วงของอเมริกา' แทนที่จะเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียม
ก่อนมีข้อตกลง อิสราเอลขยายปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนตอนใต้อย่างรุนแรง ยึดครองพื้นที่เกือบ 1 ใน 5 ของประเทศ ทำให้อิหร่านต้องระงับการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีเสียก่อน หลัง MOU ประกาศ อิสราเอลกลับประกาศว่าจะไม่ถอนทหารออกจาก 'เขตกันชน' ในเลบานอนตอนใต้ โดยยืนกรานว่าจะคงกำลังไว้
ฮิซบุลเลาะห์ปฏิเสธแผนหยุดยิงใดๆ ที่ไม่พูดถึงการถอนกำลังของอิสราเอล และทั้งสองฝ่ายกลับมาโจมตีอีกครั้งหลังการหยุดยิงก่อนหน้านี้ล่มสลาย
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านแถลงในเวลาต่อมาว่า การสิ้นสุดสงครามขึ้นอยู่กับการถอนกำลังของอิสราเอลออกจากเลบานอน
คณะรัฐมนตรีอิสราเอลทั้งสายกลางและฝ่ายขวาจัดประณามข้อตกลงอย่างรุนแรง โดยบางคนโจมตีทรัมป์เป็นการส่วนตัว รัฐมนตรีขวาจัด สมอทริช และ เบน-กเวียร์ กระตุ้นสหรัฐฯ ให้ทำสงครามกับอิหร่านต่อไป
เบนนี แกนซ์ ผู้นำฝ่ายค้านและตัวเต็งเลือกตั้ง ประณาม 'ผลลัพธ์อันน่าเวทนาของรัฐบาลที่ล้มเหลว'
ด้านฮิซบุลเลาะห์ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ลงนาม ปฏิเสธข้อตกลงและสู้รบต่อไป
แวนซ์ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่า การปฏิบัติการในเลบานอนของอิสราเอลจำเป็นต่อความมั่นคง เขาบรรยายปฏิกิริยาของอิสราเอลว่าเป็น 'อาการตื่นตระหนกประหลาด' และ 'ขี้แตกขี้แตน' พร้อมระบุว่า ทรัมป์สังเกตเห็น 'ความไม่สอดคล้อง' ระหว่างเป้าหมายของผู้นำอิสราเอลกับความต้องการของประชาชนอเมริกัน
'ปัญหาของอิสราเอลไม่ใช่โดนัลด์ เจ. ทรัมป์' แวนซ์บอกว่าใครที่คิดว่าปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'ควรลืมตาดูโลกความจริงสักที'
ความหวังที่พังทลายของเนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลเดิมพันอนาคตทางการเมืองของตัวเองไว้กับการรณรงค์ร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน แต่ MOU ยุติสงครามโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทำให้ชาวอิสราเอลนับ 'หลายวิธีที่กลยุทธ์ด้านอิหร่านของเนทันยาฮูล้มเหลว'
ปะทะกับทรัมป์แบบไม่บันยะบันยัง แทนที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้น เนทันยาฮูกลับเจอศึกหนักจากทั้งฝ่ายขวาที่อยากสู้ต่อจนกว่าการปกครองอิหร่านจะล่มสลาย และฝ่ายกลางที่มองว่าข้อตกลงนี้คือความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์
ผลกระทบทางการเมือง สื่อสากลมองว่าข้อตกลงนี้คือ 'ความพ่ายแพ้อันน่าทึ่ง' สำหรับเนทันยาฮู ผู้เคยสัญญาว่าสงครามร่วมจะเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลาง แต่กลับถูกสหรัฐฯเจรจาสันติภาพกับเตหะรานแบบไม่สนเสียงของเขา ด้วยการเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงภายในเดือนตุลาคม 2569 โอกาสของเนทันยาฮูในการรักษาอำนาจถูกมองว่าสั่นคลอนอย่างหนัก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ออกโรงเตือนรัฐบาลอิสราเอลให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ชี้กำลังเสี่ยงสูญเสีย 'พันธมิตรที่แข็งแกร่งเพียงคนเดียว'
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ออกโรงเตือนรัฐบาลอิสราเอลให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ชี้กำลังเสี่ยงสูญเสีย 'พันธมิตรที่แข็งแกร่งเพียงคนเดียว' ข้อตกลงดังกล่าว (MOU) เรียกร้องให้หยุดยิงถาวรทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ที่ท่าเรืออิหร่าน และเปิดช่องทางเจรจา 60 วันเพื่อหาข้อยุติในประเด็นนิวเคลียร์
อิสราเอลถูกกีดกันออกจากการเจรจาอย่างสิ้นเชิงและประกาศจะไม่ถอนกำลังออกจาก 'เขตกันชน' ในเลบานอนตอนใต้ ขณะที่ฮิซบุลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงและยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง สร้างความแตกร้าวอย่างลึกซึ้งระหว่างวอชิงตันกับเทลอาวีฟ