ข้อ 2: 'นายฆ่าไม่พ้นทุกปัญหา' แวนซ์ปฏิเสธข้ออ้างของอิสราเอลว่าการยึดครองทางทหารในเลบานอนตอนใต้จำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ เขาต่อว่าผู้นำอิสราเอลว่า 'ลืมตามองความจริงบ้าง' พร้อมท้า 'ข้อเสนอของนายคืออะไรกันแน่? ประเทศของนายมีคนแค่ 9 ล้าน นายจะฆ่าให้ตายหมดทุกคนเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงแบบนี้ไม่ได้หรอก'
ข้อ 3: เสี่ยงเสียความช่วยเหลือ การอ้างถึงงบประมาณทางทหารของสหรัฐฯ ที่ใช้ในการป้องกันอิสราเอลซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ่งชี้เป็นการข่มขู่โดยนัยว่า หากยังด่ากันอยู่นี้ ความช่วยเหลือทางทหารอาจตกอยู่ในอันตราย
ข้อตกลงนี้มีปากีสถานเป็นคนกลางเจรจา ทรัมป์ลงนาม MOU 14 ข้อเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 100 วัน
:
อิสราเอลถูกกีดกันออกจากโต๊ะเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านตั้งแต่ต้นโดยสิ้นเชิง MOU เจรจากันโดยตรงระหว่างวอชิงตันและเตหะราน โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง ไม่มีการยื่นข้อเสนอให้อิสราเอลใดๆ ทั้งสิ้น
รายงานยังอ้างว่าเนทันยาฮูไม่แม้แต่จะได้เห็นร่างข้อตกลงเลย
แวนซ์ถึงกับเรียกอิสราเอลว่า 'ผู้รับเหมาช่วงของอเมริกา' แทนที่จะเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียม
ก่อนมีข้อตกลง อิสราเอลขยายปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนตอนใต้อย่างรุนแรง ยึดครองพื้นที่เกือบ 1 ใน 5 ของประเทศ ทำให้อิหร่านต้องระงับการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีเสียก่อน หลัง MOU ประกาศ อิสราเอลกลับประกาศว่าจะไม่ถอนทหารออกจาก 'เขตกันชน' ในเลบานอนตอนใต้ โดยยืนกรานว่าจะคงกำลังไว้
ฮิซบุลเลาะห์ปฏิเสธแผนหยุดยิงใดๆ ที่ไม่พูดถึงการถอนกำลังของอิสราเอล และทั้งสองฝ่ายกลับมาโจมตีอีกครั้งหลังการหยุดยิงก่อนหน้านี้ล่มสลาย
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านแถลงในเวลาต่อมาว่า การสิ้นสุดสงครามขึ้นอยู่กับการถอนกำลังของอิสราเอลออกจากเลบานอน
คณะรัฐมนตรีอิสราเอลทั้งสายกลางและฝ่ายขวาจัดประณามข้อตกลงอย่างรุนแรง โดยบางคนโจมตีทรัมป์เป็นการส่วนตัว รัฐมนตรีขวาจัด สมอทริช และ เบน-กเวียร์ กระตุ้นสหรัฐฯ ให้ทำสงครามกับอิหร่านต่อไป
เบนนี แกนซ์ ผู้นำฝ่ายค้านและตัวเต็งเลือกตั้ง ประณาม 'ผลลัพธ์อันน่าเวทนาของรัฐบาลที่ล้มเหลว'
ด้านฮิซบุลเลาะห์ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ลงนาม ปฏิเสธข้อตกลงและสู้รบต่อไป
แวนซ์ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่า การปฏิบัติการในเลบานอนของอิสราเอลจำเป็นต่อความมั่นคง เขาบรรยายปฏิกิริยาของอิสราเอลว่าเป็น 'อาการตื่นตระหนกประหลาด' และ 'ขี้แตกขี้แตน' พร้อมระบุว่า ทรัมป์สังเกตเห็น 'ความไม่สอดคล้อง' ระหว่างเป้าหมายของผู้นำอิสราเอลกับความต้องการของประชาชนอเมริกัน
'ปัญหาของอิสราเอลไม่ใช่โดนัลด์ เจ. ทรัมป์' แวนซ์บอกว่าใครที่คิดว่าปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'ควรลืมตาดูโลกความจริงสักที'
ความหวังที่พังทลายของเนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลเดิมพันอนาคตทางการเมืองของตัวเองไว้กับการรณรงค์ร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน แต่ MOU ยุติสงครามโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทำให้ชาวอิสราเอลนับ 'หลายวิธีที่กลยุทธ์ด้านอิหร่านของเนทันยาฮูล้มเหลว'
ปะทะกับทรัมป์แบบไม่บันยะบันยัง แทนที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้น เนทันยาฮูกลับเจอศึกหนักจากทั้งฝ่ายขวาที่อยากสู้ต่อจนกว่าการปกครองอิหร่านจะล่มสลาย และฝ่ายกลางที่มองว่าข้อตกลงนี้คือความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์
ผลกระทบทางการเมือง สื่อสากลมองว่าข้อตกลงนี้คือ 'ความพ่ายแพ้อันน่าทึ่ง' สำหรับเนทันยาฮู ผู้เคยสัญญาว่าสงครามร่วมจะเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลาง แต่กลับถูกสหรัฐฯเจรจาสันติภาพกับเตหะรานแบบไม่สนเสียงของเขา ด้วยการเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงภายในเดือนตุลาคม 2569 โอกาสของเนทันยาฮูในการรักษาอำนาจถูกมองว่าสั่นคลอนอย่างหนัก
Comments
0 comments