ในการประชุมรัฐมนตรีครั้งเดียวกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) เรียกร้องให้มีการปรับโฉมเป็น 'NATO 3.0' — ซึ่งเป็นการหวนคืนสู่การเป็น "พันธมิตรทางทหารที่แข็งกร้าวและจริงจัง" (real, hardline military alliance) ตามแบบฉบับ NATO 1.0 ที่เคยชนะสงครามเย็น โดยมี ชาติยุโรปเป็นผู้นำในการป้องกันตนเองในรูปแบบทั่วไป (conventional defense) เฮกเซธยังได้ประกาศว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะดำเนิน การทบทวนกำลังพลสหรัฐฯ ทั้งหมดในยุโรปเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของชาติยุโรปในการรับผิดชอบการป้องกันตนเอง เขายังเตือนด้วยว่าพันธมิตรบางรายอาจ "ล้มเหลว" จากการทบทวนนี้ และการสนับสนุนทางการเงินของสหรัฐฯ ต่อ NATO อาจขึ้นอยู่กับการที่ชาติสมาชิกบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหม สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่า จะไม่ส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารตามปกติอีกต่อไป ในยามวิกฤต ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ยุโรปต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น
แม้จะมีท่าทีแข็งกร้าว สหรัฐฯ ยังคงยืนยันที่จะคงอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการป้องปรามที่ขยายขอบเขต (extended deterrence) ของ NATO แม้ว่าจะมีการทบทวนโครงสร้างกำลังตามแบบก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้เสนอ ร่างงบประมาณกลาโหมปีงบประมาณ 2027 มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ — ซึ่งเพิ่มขึ้น 50% จากกรอบวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี FY2026 ซึ่งเฮกเซธกล่าวว่าเป็น "ข้อความถึงโลก" เกี่ยวกับการฟื้นฟูความแข็งแกร่งทางทหารของสหรัฐฯ
พล.อ. มาร์ค รุตเต (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ประกาศระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2026 ว่า บรรดาชาติสมาชิกยุโรปและแคนาดาได้เพิ่มการลงทุนหลักด้านกลาโหม (core defense investment) มากกว่า 90,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20% นี่เป็นปีที่สองติดต่อกันที่มีการเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ส่งผลให้การใช้จ่ายกลาโหมโดยรวมของยุโรปและแคนาดาอยู่ที่ 574,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าระดับปี 2024 รุตเตกล่าวว่านี่คือการสร้าง "ยุโรปที่แข็งแกร่งขึ้นใน NATO ที่แข็งแกร่งขึ้น" และเรียกร้องให้เกิด "การก้าวกระโดดครั้งใหญ่" (quantum leap) สู่เป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่ 5% ของ GDP
| การพัฒนา | วันที่ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| ปรับปรุงการวางแผนนิวเคลียร์ของ NPG | มิถุนายน 2025 | อนุมัติแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวางแผนนิวเคลียร์ |
| ข้อตกลงปรับปรุงนิวเคลียร์ของ NPG | 18 มิถุนายน 2026 | คำมั่นสัญญาปรับปรุงนิวเคลียร์ครั้งแรกในรอบ 19 ปี |
| คำเรียก 'NATO 3.0' | 18 มิถุนายน 2026 | เฮกเซธ: ยุโรปต้องเป็นผู้นำในการป้องกันตามแบบ |
| ทบทวนกำลังพลสหรัฐฯ ในยุโรป | 18 มิถุนายน 2026 | ประเมิน 6 เดือน; ผลลัพธ์ผูกกับอัตราการรับผิดชอบของพันธมิตร |
| คำมั่นด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ | 18 มิถุนายน 2026 | สหรัฐฯ คงอาวุธนิวเคลียร์ในยุโรป |
| งบกลาโหมสหรัฐฯ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (FY2027) | เสนอเมื่อ 2026 | เพิ่มขึ้น 50% จาก FY2026 |
| ยุโรปและแคนาดา +90,000 ล้านดอลลาร์ (2025) | ประกาศเมื่อ มิ.ย. 2026 | เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากปี 2024 |
ในการประชุมรัฐมนตรีครั้งเดียวกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) เรียกร้องให้มีการปรับโฉมเป็น 'NATO 3.0' — ซึ่งเป็นการหวนคืนสู่การเป็น "พันธมิตรทางทหารที่แข็งกร้าวและจริงจัง" (real, hardline military alliance) ตามแบบฉบับ NATO 1.0 ที่เคยชนะสงครามเย็น โดยมี ชาติยุโรปเป็นผู้นำในการป้องกันตนเองในรูปแบบทั่วไป (conventional defense) เฮกเซธยังได้ประกาศว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะดำเนิน การทบทวนกำลังพลสหรัฐฯ ทั้งหมดในยุโรปเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของชาติยุโรปในการรับผิดชอบการป้องกันตนเอง เขายังเตือนด้วยว่าพันธมิตรบางรายอาจ "ล้มเหลว" จากการทบทวนนี้ และการสนับสนุนทางการเงินของสหรัฐฯ ต่อ NATO อาจขึ้นอยู่กับการที่ชาติสมาชิกบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหม สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่า จะไม่ส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารตามปกติอีกต่อไป ในยามวิกฤต ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ยุโรปต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น
แม้จะมีท่าทีแข็งกร้าว สหรัฐฯ ยังคงยืนยันที่จะคงอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการป้องปรามที่ขยายขอบเขต (extended deterrence) ของ NATO แม้ว่าจะมีการทบทวนโครงสร้างกำลังตามแบบก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้เสนอ ร่างงบประมาณกลาโหมปีงบประมาณ 2027 มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ — ซึ่งเพิ่มขึ้น 50% จากกรอบวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี FY2026 ซึ่งเฮกเซธกล่าวว่าเป็น "ข้อความถึงโลก" เกี่ยวกับการฟื้นฟูความแข็งแกร่งทางทหารของสหรัฐฯ
พล.อ. มาร์ค รุตเต (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ประกาศระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2026 ว่า บรรดาชาติสมาชิกยุโรปและแคนาดาได้เพิ่มการลงทุนหลักด้านกลาโหม (core defense investment) มากกว่า 90,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20% นี่เป็นปีที่สองติดต่อกันที่มีการเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ส่งผลให้การใช้จ่ายกลาโหมโดยรวมของยุโรปและแคนาดาอยู่ที่ 574,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าระดับปี 2024 รุตเตกล่าวว่านี่คือการสร้าง "ยุโรปที่แข็งแกร่งขึ้นใน NATO ที่แข็งแกร่งขึ้น" และเรียกร้องให้เกิด "การก้าวกระโดดครั้งใหญ่" (quantum leap) สู่เป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่ 5% ของ GDP
| การพัฒนา | วันที่ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| ปรับปรุงการวางแผนนิวเคลียร์ของ NPG | มิถุนายน 2025 | อนุมัติแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวางแผนนิวเคลียร์ |
| ข้อตกลงปรับปรุงนิวเคลียร์ของ NPG | 18 มิถุนายน 2026 | คำมั่นสัญญาปรับปรุงนิวเคลียร์ครั้งแรกในรอบ 19 ปี |
| คำเรียก 'NATO 3.0' | 18 มิถุนายน 2026 | เฮกเซธ: ยุโรปต้องเป็นผู้นำในการป้องกันตามแบบ |
| ทบทวนกำลังพลสหรัฐฯ ในยุโรป | 18 มิถุนายน 2026 | ประเมิน 6 เดือน; ผลลัพธ์ผูกกับอัตราการรับผิดชอบของพันธมิตร |
| คำมั่นด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ | 18 มิถุนายน 2026 | สหรัฐฯ คงอาวุธนิวเคลียร์ในยุโรป |
| งบกลาโหมสหรัฐฯ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (FY2027) | เสนอเมื่อ 2026 | เพิ่มขึ้น 50% จาก FY2026 |
| ยุโรปและแคนาดา +90,000 ล้านดอลลาร์ (2025) | ประกาศเมื่อ มิ.ย. 2026 | เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากปี 2024 |