MSCI China Index ร่วง 2.1% ในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้ค่าสะสมลดลงถึง 20% จากจุดสูงสุดในวันที่ 2 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) [1] สาเหตุหลักเกิดจากเงินทุนทั่วโลกเทขายหุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ตและคอนซูเมอร์ของจีน และหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ฮาร์ดแวร์ในไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ [3][12] ห...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused the MSCI China Index to near bear market territory in June 2026, which specific stocks dragged it down, how did the onshore Star. Article summary: Here is a concise, evidence-backed answer.. Topic tags: general, education, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
เดือนมิถุนายน 2026 เป็นเดือนที่ตลาดหุ้นจีนเกิดปรากฏการณ์ 'ฟ้ากับเหว' อย่างชัดเจน ระหว่าง ดัชนี MSCI China ที่จดทะเบียนในฮ่องกง (Offshore) ซึ่งเกือบเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) กับ ดัชนี SSE STAR 50 ในตลาดเซี่ยงไฮ้ (Onshore) ที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง
ดัชนี MSCI China ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมหุ้นจีนขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนนอกประเทศ (ส่วนใหญ่ในฮ่องกง) ร่วงลงถึง 2.1% ในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้มูลค่าสะสมลดลง 20% จากจุดสูงสุดในวันที่ 2 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นเกณฑ์ทางเทคนิคที่บ่งชี้ถึงการเข้าสู่ ตลาดหมี (Bear Market)
สาเหตุหลักไม่ได้มาจากปัจจัยลบของจีนเท่านั้น แต่เกิดจาก กระแสเงินทุนทั่วโลกหมุนออก (Global Capital Rotation) จากหุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ตและคอนซูเมอร์ของจีน ไปยังหุ้นกลุ่ม AI ฮาร์ดแวร์ ในไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้นที่กดดันดัชนี MSCI China มากที่สุดคือ Alibaba Group Holding Ltd. และ Tencent Holdings Ltd. การเทขายครั้งนี้กระทบหุ้นเทคโนโลยีก้อนใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกง ส่งผลให้ดัชนี Hang Seng Tech Index ก็เข้าสู่ภาวะตลาดหมีเช่นกัน
ในขณะที่ตลาดฮ่องกงร่วง ดัชนี SSE STAR 50 ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมหุ้น 50 อันดับแรกบน Science and Technology Innovation Board (科创板) ของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ กลับพุ่งขึ้น 4.69% ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ปิดที่ 1,840.82 จุด
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน Bosera STAR 50 Index ETF ก็ร้อนแรงมาก:
JPMorgan อธิบายว่า ความแตกต่างนี้สะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดที่แตกต่างกัน
ภาพรวมของกระแสการลงทุน AI ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจาก 'ซอฟต์แวร์' ไปสู่ 'ฮาร์ดแวร์' ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดที่ผลิตชิปและส่วนประกอบ AI อย่างมาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
MSCI China Index ร่วง 2.1% ในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้ค่าสะสมลดลงถึง 20% จากจุดสูงสุดในวันที่ 2 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) [1]
MSCI China Index ร่วง 2.1% ในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้ค่าสะสมลดลงถึง 20% จากจุดสูงสุดในวันที่ 2 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) [1] สาเหตุหลักเกิดจากเงินทุนทั่วโลกเทขายหุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ตและคอนซูเมอร์ของจีน และหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ฮาร์ดแวร์ในไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ [3][12]
หุ้นที่ถ่วงดัชนีมากที่สุดในวันนั้นคือ Alibaba Group Holding Ltd. และ Tencent Holdings Ltd.