มาตรการควบคุมการส่งออกของทำเนียบขาวเกิดขึ้นหลังจาก Anthropic ให้สิทธิ์เข้าถึงก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แก่ Fable 5 และ Mythos 5 แก่ SK Telecom ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมของเกาหลีใต้ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับจีน ตามรายงานของเดอะวอชิงตันโพสต์ รัฐบาลได้รับรายชื่อสถาบัน 111 แห่งที่ขอเข้าใช้ Mythos ก่อนใคร ซึ่งได้ตรวจสอบและอนุมัติแล้ว แต่ต่อมา Anthropic แจ้งว่าได้ให้สิทธิ์แก่ หน่วยงานเพิ่มเติมอีกประมาณ 50 แห่ง รวมถึง SK Telecom โดยไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบจากทำเนียบขาว
ทำเนียบขาวเกรงว่า 'หน่วยงานที่เชื่อมโยงกับจีน' อาจเข้าถึงโมเดล前沿 (frontier model) ได้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการ distillation โมเดล (การคัดลอกความสามารถของโมเดล) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังจีน
ไม่นานหลังจากการเปิดตัว Fable 5 ก็พบช่องโหว่ 'jailbreak' ที่อาจเลี่ยงการ์ดความปลอดภัยของโมเดลได้ ดาริโอ อาโมเด ซีอีโอของ Anthropic ยอมรับว่าช่องโหว่ที่คล้ายกันนี้มีอยู่ใน 'โมเดล AI ส่วนใหญ่ที่เปิดตัว' ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์อธิบายว่าการจัดการปัญหาของ Anthropic เป็น 'ความสะเพร่า' ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การตัดสินใจ
คำสั่งจากกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ให้เวลา Anthropic ในการดำเนินการจำกัดวงแคบลง บริษัทสรุปว่าวิธีเดียวที่เป็นไปได้ในการปฏิบัติตามคือ การปิดการใช้งานโมเดลทั้งสองสำหรับผู้ใช้ทั้งหมด รวมถึงพลเมืองอเมริกัน เนื่องจากบริษัทขาดเครื่องมือยืนยันสัญชาติแบบเรียลไทม์
สื่อเกาหลีใต้และสื่อต่างประเทศหลายแห่ง อ้างอิงจากเดอะวอชิงตันโพสต์และเจ้าหน้าที่รัฐบาล ยืนยันว่า 'บริษัทโทรคมนาคมเกาหลีใต้ที่ถูกสงสัยว่ามีสายสัมพันธ์กับจีน' คือ SK Telecom (SKT) SK Telecom ปฏิเสธอย่างแข็งขัน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับจีน ในแถลงการณ์ที่รายงานโดยหนังสือพิมพ์เกาหลี คยองฮยัง ซินมุน SKT กล่าวว่า 'เราไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับจีนเลย' บริษัทโต้แย้งว่ากำลังถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน
การเปิดเผยดังกล่าวทำให้ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเกาหลีใต้ทั้งหมดตื่นตัว โดยผู้เล่นในอุตสาหกรรมกลัวว่าจะถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และเกรงว่าความร่วมมือด้าน AI กับบริษัทสหรัฐฯ จะเย็นชาลง สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าข้อพิพาทนี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร่วมมือด้าน AI กับบริษัทสหรัฐฯ ในตอนนี้ต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจีนของตน นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าสิ่งนี้อาจทำให้บริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ไม่กล้าแสวงหาสิทธิ์เข้าถึงโมเดล AI ล้ำสมัยของสหรัฐฯ ก่อนใคร
The Korea Times รายงานว่าเหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า 'เครื่องมือ AI ที่ล้ำสมัยได้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออกของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ' ซึ่งกระตุ้นให้เกิดเสียงเรียกร้องในกรุงโซลให้มี 'อธิปไตยทาง AI' ที่มากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาโมเดลของสหรัฐฯ
Anthropic ส่งทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคอาวุโสไปยังวอชิงตันทันที ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 13-14 มิถุนายนเพื่อเจรจาฉุกเฉิน วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า Anthropic 'เร่งแก้ไข' ข้อพิพาทและมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเพื่อยกเลิกข้อจำกัด
การเจรจามุ่งเน้นไปที่การแสดงให้เห็นว่า Anthropic สามารถนำ มาตรการป้องกันทางเทคนิค มาใช้ได้ เช่น การยืนยันสัญชาติแบบเรียลไทม์และการควบคุมการเข้าถึงโมเดล ซึ่งจะตอบสนองข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลโดยไม่จำเป็นต้องปิดระบบทั้งหมด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์บอกกับ Fox Business ว่ามี 'การเจรจาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการแก้ไขช่องโหว่ของ Fable 5' แต่รัฐบาลยังคงยืนยันว่า 'ความสะเพร่า' ของ Anthropic เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลต่อการดำเนินการ
ในความเคลื่อนไหวที่ขนานกันอย่างน่าสนใจ Anthropic เปิดสำนักงานใหม่ในกรุงโซล เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน และประกาศต่อสาธารณะว่าคาดว่าข้อจำกัดการส่งออกจะถูกยกเลิกในไม่ช้า ซึ่งส่งสัญญาณถึงความมั่นใจว่าข้อตกลงจะบรรลุผลได้ในเร็ววัน ผู้บริหารของ Anthropic ระบุว่าปัญหา 'jailbreak' เป็นปัญหาทั่วไปของอุตสาหกรรม โดยลดความรุนแรงของปัญหาลง
AI ในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์: คำสั่งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเพื่อกีดกันชาวต่างชาติ รวมถึงพนักงานต่างชาติของบริษัทเอง จากการเข้าถึงโมเดล AI เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นการวางบรรทัดฐานว่าความสามารถด้าน AI ระดับ前沿นั้นได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์หรือเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
การกัดกร่อนความไว้วางใจกับพันธมิตร: การตัดสินใจดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่บริษัทเกาหลีใต้ (พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก) โดยตรง ทำให้เกิดความไม่สบายใจทางการทูต นักวิเคราะห์ในกรุงโซลแย้งว่าเหตุการณ์นี้อาจผลักดันให้ประเทศพันธมิตรเร่งพัฒนา AI ในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าแม้แต่พันธมิตรที่ไว้ใจได้ก็อาจถูกตัดขาดจากเครื่องมือ AI ของอเมริกาได้ทุกเมื่อ
การแตกกระจายของ AI ทั่วโลก: ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกอ้างอิงในรายงานหลายฉบับเตือนว่าการจำกัดการเข้าถึงแบบฝ่ายเดียวนี้จะเร่งให้เกิด การแบ่งแยกของ AI โดยสหรัฐฯ จีน และกลุ่มพันธมิตรต่างพัฒนา ระบบนิเวศ AI แยกจากกันภายใต้กำแพงรักษาความปลอดภัยของประเทศ
ผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจของ Anthropic: Anthropic ซึ่งเคยเรียกร้องให้มีกฎระเบียบเกี่ยวกับ AI อย่างชัดเจนในอดีต กลับได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบที่ 'ไปไกลเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้' ความสามารถของบริษัทในการขายบริการ AI ระดับองค์กรให้กับลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงพันธมิตร ตกอยู่ในความเสี่ยง เว้นแต่จะบรรลุกรอบการเจรจาได้
คำสั่งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนมีสาเหตุโดยตรงจากการที่ Anthropic แบ่งปันสิทธิ์ก่อนเปิดตัวกับ SK Telecom ซึ่งทำเนียบขาวมองว่าเป็นความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับจีน SK Telecom ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับจีน ผลกระทบได้สั่นคลอนภาคโทรคมนาคมของเกาหลีใต้ Anthropic กำลังเจรจาฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูการเข้าถึง และผลกระทบในวงกว้างชี้ไปที่ภูมิทัศน์ AI โลกที่แตกกระจาย ซึ่งความไว้วางใจ — แม้แต่ระหว่างพันธมิตร — ไม่สามารถสันนิษฐานได้อีกต่อไป
มาตรการควบคุมการส่งออกของทำเนียบขาวเกิดขึ้นหลังจาก Anthropic ให้สิทธิ์เข้าถึงก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แก่ Fable 5 และ Mythos 5 แก่ SK Telecom ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมของเกาหลีใต้ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับจีน ตามรายงานของเดอะวอชิงตันโพสต์ รัฐบาลได้รับรายชื่อสถาบัน 111 แห่งที่ขอเข้าใช้ Mythos ก่อนใคร ซึ่งได้ตรวจสอบและอนุมัติแล้ว แต่ต่อมา Anthropic แจ้งว่าได้ให้สิทธิ์แก่ หน่วยงานเพิ่มเติมอีกประมาณ 50 แห่ง รวมถึง SK Telecom โดยไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบจากทำเนียบขาว
ทำเนียบขาวเกรงว่า 'หน่วยงานที่เชื่อมโยงกับจีน' อาจเข้าถึงโมเดล前沿 (frontier model) ได้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการ distillation โมเดล (การคัดลอกความสามารถของโมเดล) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังจีน
ไม่นานหลังจากการเปิดตัว Fable 5 ก็พบช่องโหว่ 'jailbreak' ที่อาจเลี่ยงการ์ดความปลอดภัยของโมเดลได้ ดาริโอ อาโมเด ซีอีโอของ Anthropic ยอมรับว่าช่องโหว่ที่คล้ายกันนี้มีอยู่ใน 'โมเดล AI ส่วนใหญ่ที่เปิดตัว' ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์อธิบายว่าการจัดการปัญหาของ Anthropic เป็น 'ความสะเพร่า' ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การตัดสินใจ
คำสั่งจากกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ให้เวลา Anthropic ในการดำเนินการจำกัดวงแคบลง บริษัทสรุปว่าวิธีเดียวที่เป็นไปได้ในการปฏิบัติตามคือ การปิดการใช้งานโมเดลทั้งสองสำหรับผู้ใช้ทั้งหมด รวมถึงพลเมืองอเมริกัน เนื่องจากบริษัทขาดเครื่องมือยืนยันสัญชาติแบบเรียลไทม์
สื่อเกาหลีใต้และสื่อต่างประเทศหลายแห่ง อ้างอิงจากเดอะวอชิงตันโพสต์และเจ้าหน้าที่รัฐบาล ยืนยันว่า 'บริษัทโทรคมนาคมเกาหลีใต้ที่ถูกสงสัยว่ามีสายสัมพันธ์กับจีน' คือ SK Telecom (SKT) SK Telecom ปฏิเสธอย่างแข็งขัน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับจีน ในแถลงการณ์ที่รายงานโดยหนังสือพิมพ์เกาหลี คยองฮยัง ซินมุน SKT กล่าวว่า 'เราไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับจีนเลย' บริษัทโต้แย้งว่ากำลังถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน
การเปิดเผยดังกล่าวทำให้ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเกาหลีใต้ทั้งหมดตื่นตัว โดยผู้เล่นในอุตสาหกรรมกลัวว่าจะถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และเกรงว่าความร่วมมือด้าน AI กับบริษัทสหรัฐฯ จะเย็นชาลง สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าข้อพิพาทนี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร่วมมือด้าน AI กับบริษัทสหรัฐฯ ในตอนนี้ต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจีนของตน นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าสิ่งนี้อาจทำให้บริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ไม่กล้าแสวงหาสิทธิ์เข้าถึงโมเดล AI ล้ำสมัยของสหรัฐฯ ก่อนใคร
The Korea Times รายงานว่าเหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า 'เครื่องมือ AI ที่ล้ำสมัยได้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออกของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ' ซึ่งกระตุ้นให้เกิดเสียงเรียกร้องในกรุงโซลให้มี 'อธิปไตยทาง AI' ที่มากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาโมเดลของสหรัฐฯ
Anthropic ส่งทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคอาวุโสไปยังวอชิงตันทันที ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 13-14 มิถุนายนเพื่อเจรจาฉุกเฉิน วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า Anthropic 'เร่งแก้ไข' ข้อพิพาทและมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเพื่อยกเลิกข้อจำกัด
การเจรจามุ่งเน้นไปที่การแสดงให้เห็นว่า Anthropic สามารถนำ มาตรการป้องกันทางเทคนิค มาใช้ได้ เช่น การยืนยันสัญชาติแบบเรียลไทม์และการควบคุมการเข้าถึงโมเดล ซึ่งจะตอบสนองข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลโดยไม่จำเป็นต้องปิดระบบทั้งหมด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์บอกกับ Fox Business ว่ามี 'การเจรจาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการแก้ไขช่องโหว่ของ Fable 5' แต่รัฐบาลยังคงยืนยันว่า 'ความสะเพร่า' ของ Anthropic เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลต่อการดำเนินการ
ในความเคลื่อนไหวที่ขนานกันอย่างน่าสนใจ Anthropic เปิดสำนักงานใหม่ในกรุงโซล เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน และประกาศต่อสาธารณะว่าคาดว่าข้อจำกัดการส่งออกจะถูกยกเลิกในไม่ช้า ซึ่งส่งสัญญาณถึงความมั่นใจว่าข้อตกลงจะบรรลุผลได้ในเร็ววัน ผู้บริหารของ Anthropic ระบุว่าปัญหา 'jailbreak' เป็นปัญหาทั่วไปของอุตสาหกรรม โดยลดความรุนแรงของปัญหาลง
AI ในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์: คำสั่งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเพื่อกีดกันชาวต่างชาติ รวมถึงพนักงานต่างชาติของบริษัทเอง จากการเข้าถึงโมเดล AI เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นการวางบรรทัดฐานว่าความสามารถด้าน AI ระดับ前沿นั้นได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์หรือเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
การกัดกร่อนความไว้วางใจกับพันธมิตร: การตัดสินใจดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่บริษัทเกาหลีใต้ (พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก) โดยตรง ทำให้เกิดความไม่สบายใจทางการทูต นักวิเคราะห์ในกรุงโซลแย้งว่าเหตุการณ์นี้อาจผลักดันให้ประเทศพันธมิตรเร่งพัฒนา AI ในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าแม้แต่พันธมิตรที่ไว้ใจได้ก็อาจถูกตัดขาดจากเครื่องมือ AI ของอเมริกาได้ทุกเมื่อ
การแตกกระจายของ AI ทั่วโลก: ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกอ้างอิงในรายงานหลายฉบับเตือนว่าการจำกัดการเข้าถึงแบบฝ่ายเดียวนี้จะเร่งให้เกิด การแบ่งแยกของ AI โดยสหรัฐฯ จีน และกลุ่มพันธมิตรต่างพัฒนา ระบบนิเวศ AI แยกจากกันภายใต้กำแพงรักษาความปลอดภัยของประเทศ
ผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจของ Anthropic: Anthropic ซึ่งเคยเรียกร้องให้มีกฎระเบียบเกี่ยวกับ AI อย่างชัดเจนในอดีต กลับได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบที่ 'ไปไกลเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้' ความสามารถของบริษัทในการขายบริการ AI ระดับองค์กรให้กับลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงพันธมิตร ตกอยู่ในความเสี่ยง เว้นแต่จะบรรลุกรอบการเจรจาได้
คำสั่งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนมีสาเหตุโดยตรงจากการที่ Anthropic แบ่งปันสิทธิ์ก่อนเปิดตัวกับ SK Telecom ซึ่งทำเนียบขาวมองว่าเป็นความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับจีน SK Telecom ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับจีน ผลกระทบได้สั่นคลอนภาคโทรคมนาคมของเกาหลีใต้ Anthropic กำลังเจรจาฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูการเข้าถึง และผลกระทบในวงกว้างชี้ไปที่ภูมิทัศน์ AI โลกที่แตกกระจาย ซึ่งความไว้วางใจ — แม้แต่ระหว่างพันธมิตร — ไม่สามารถสันนิษฐานได้อีกต่อไป