กระบวนการทำงานทางเทคนิค (แบบเข้าใจง่าย) มีดังนี้:
เปรียบเทียบง่ายๆ: เหมือนกับการดูนักดนตรีสองคนที่เล่นดนตรีอยู่ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวในตลาด (สัญญาณรบกวน) เราอาจไม่ได้ยินเสียงดนตรีของใครคนใดคนหนึ่งเลย แต่ถ้าเรานำเสียงที่นักดนตรีทั้งสองได้ยินมาหักล้างกัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวที่พื้นหลังจะหายไป และเราจะได้ยินเฉพาะ 'ความแตกต่าง' ของเสียงเพลงที่นักดนตรีแต่ละคนกำลังเล่นอยู่
การปรับแต่งให้อินเตอร์เฟียโรมิเตอร์สองตัวทำงานเป็นเกรดิโอมิเตอร์นี้คือรากฐานสำคัญที่ถูกเสนอไว้สำหรับเครื่องตรวจจับแบบเบสไลน์ยาว (Long-baseline) ทุกเครื่อง แต่ไม่เคยมีใครพิสูจน์ในทางปฏิบัติได้มาก่อนจนกระทั่งผลงานชิ้นนี้ของอิมพีเรียล
ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการอันยิ่งใหญ่ในชื่อโครงการ Atom Interferometer Observatory and Network (AION) ซึ่งนำโดยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และประกอบด้วยความร่วมมือจากเจ็ดสถาบันชั้นนำในสหราชอาณาจักร
AION คือแผนแม่บท 4 ระยะที่จะสร้างเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไขความลับของจักรวาล :
ระยะที่ 1: AION-10 — เครื่องต้นแบบสูง 10 เมตร
ระยะที่ 2: AION-100 — เครื่องตรวจจับระยะ 100 เมตร
ระยะที่ 3: AION-1000 — เครื่องตรวจจับใต้ดินระดับกิโลเมตร
ระยะที่ 4: เครือข่ายระดับโลก (Network)
ความร่วมมือระดับนานาชาติที่ขับเคลื่อนอนาคต:
Fermilab / MAGIS-100: ไม่ใช่แค่สหราชอาณาจักรที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ เมื่อเดือนมกราคม 2024 แฟร์มีแล็บ (Fermilab) ในสหรัฐอเมริกาได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศกับสถาบันในสหราชอาณาจักร รวมถึงอิมพีเรียล เพื่อเดินหน้าโครงการ MAGIS-100 ซึ่งเป็นอะตอมอินเตอร์เฟียโรมิเตอร์ระยะ 100 เมตรที่กำลังก่อสร้างอยู่ ทั้งสองโครงการจะแบ่งปันข้อมูลและเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการค้นหาสสารมืดที่มีมวลเบายิ่งยวด (Ultralight Dark Matter) และการทดสอบกฎของฟิสิกส์ควอนตัมในระดับมหัพภาค (Macroscopic Quantum Superposition)
CERN: องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (CERN) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ให้ความสนใจในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน โดยมีกลุ่มศึกษา Physics Beyond Colliders (PBC) ที่ได้ประเมินความเป็นไปได้ในการใช้โครงสร้างพื้นฐานของ CERN เพื่อติดตั้งเครื่องตรวจจับอะตอมอินเตอร์เฟียโรมิเตอร์แนวตั้งขนาดประมาณ 100 เมตร นี่แสดงให้เห็นว่านักฟิสิกส์ทั่วโลกกำลังมองหาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของการทดลองแบบเดิม
ความก้าวหน้าครั้งนี้ตอกย้ำว่า 'อนาคต' ของการไขความลับจักรวาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความชาญฉลาดของเทคนิคการวัดระดับควอนตัมที่สามารถแยกแยะ 'เสียงกระซิบ' ของจักรวาลออกจาก 'เสียงเอะอะ' ของเครื่องมือได้ ความหวังที่จะได้เห็นสสารมืดหรือคลื่นความโน้มถ่วงจากจุดกำเนิดของบิ๊กแบงกำลังใกล้ความเป็นจริงเข้ามาทุกขณะ