ในช่วงก่อนที่บิดาจะถูกพิจารณาคดี เอดูอาร์โด ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ลาหยุดจากสภาคองเกรสของบราซิลและย้ายไปอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป้าหมายที่เขาเองประกาศอย่างชัดเจนคือการโน้มน้าวให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งในขณะนั้น เข้ามาช่วยเหลือบิดาของเขา อย่างไรก็ตาม การกระทำของเขาก้าวล้ำเส้นจาก "การล็อบบี้ทางการเมือง" ไปสู่ "การบีบบังคับทางอาญา" ในสายตาของอัยการสูงสุด
อัยการสูงสุดของบราซิล เปาโล โกเนต์ (Paulo Gonet) ได้ยื่นฟ้องเอดูอาร์โดในข้อหาที่เขาใช้การข่มขู่เพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ด้วยการเสนอให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิล เพื่อกดดันเหล่าผู้พิพากษาศาลฎีกา รวมถึงเด โมราเอส โดยตรง โกเนต์ระบุในคำฟ้องว่าเอดูอาร์โด "ยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนและครอบครัวมาก่อนประโยชน์ของชาติอย่างไม่ลดละ" โดยการพยายามให้ชาติตกอยู่ภายใต้อำนาจการคว่ำบาตรของต่างชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
ในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 องค์คณะผู้พิพากษาทั้งห้ารายมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ตัดสินลงโทษเอดูอาร์โดลับหลังจำเลย (in absentia) เนื่องจากเขายังคงพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกาและไม่มาปรากฏตัวต่อศาล
ผู้พิพากษาเด โมราเอส ได้กล่าวในระหว่างการพิจารณาว่า สถานะของเอดูอาร์โดในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งสหพันธรัฐนั้น "ไม่สอดคล้อง" อย่างสิ้นเชิงกับการกระทำไปวิ่งเต้นให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามากดดันกระบวนการยุติธรรมในประเทศของตนเอง
ทีมทนายของเอดูอาร์โดต่อสู้ว่าการกระทำของเขาเป็นเสรีภาพในการแสดงออกและการล็อบบี้ทางการเมืองที่ชอบธรรม ไม่ใช่การข่มขู่ทางอาญา และหลักฐานที่นำมาสู้คดียังไม่เพียงพอ ทว่าศาลได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งนี้อย่างเป็นเอกฉันท์
ณ ขณะนี้ เอดูอาร์โด โบลโซนารู ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาในฐานะ ผู้ลี้ภัยจากกระบวนการยุติธรรมของบราซิล หากทางการบราซิลต้องการให้เขารับโทษตามคำพิพากษา จะต้องยื่นคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทางการเมืองและการทูตระหว่างสองประเทศ
คำตัดสินนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสะสางคดีของทายาทตระกูลโบลโซนารูเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากศาลฎีกาบราซิลว่า พวกเขาพร้อมจะจัดการกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการลงมือก่อรัฐประหารโดยตรง หรือการวิ่งเต้นบนเวทีโลกเพื่อปกป้องผู้กระทำผิดก็ตาม
Comments
0 comments