เม็ดเงินทั้งหมดนี้จะถูกส่งตรงไปยังโครงการระดับชาติที่บริหารงานโดย บริษัท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศอียิปต์ (Egyptian Electricity Transmission Company: EETC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม วงเงิน 690 ล้านยูโรเป็นเพียงส่วนสนับสนุนหลักจาก EU สู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นมาก โดยมูลค่าโครงการทั้งหมดคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.6 พันล้านยูโร ส่วนที่เหลือจะมาจากการสนับสนุนทางการเงินร่วมของรัฐบาลอียิปต์และเงินทุนเอกชนเพิ่มเติมที่จะระดมเข้ามาผ่านกรอบความร่วมมือ T-MED
หัวใจทางเทคนิคของดีลนี้คือการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่มีอายุของอียิปต์ ให้สามารถรองรับพลังงานสะอาดปริมาณมหาศาลที่กำลังจะไหลเข้ามา โดยตัวเลขที่เป็นรูปธรรมคือ เงินลงทุนนี้จะช่วยให้ระบบสามารถบูรณาการ กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใหม่ถึง 22 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอจะจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับครัวเรือนได้เกือบ 10 ล้านครัวเรือน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ โครงการจะมุ่งเน้นการยกระดับฮาร์ดแวร์ของโครงข่ายในพื้นที่ผลิตไฟฟ้ายุทธศาสตร์ งานหลักจะครอบคลุมถึงการปรับปรุงและขยาย สถานีไฟฟ้าย่อย (Substations) และสายส่ง(Transmission Lines) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบ ทะเลแดงและอ่าวสุเอซ ซึ่งเป็นทำเลทองของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขนาดใหญ่ของประเทศ การก่อสร้างในส่วนของการยกระดับโครงข่ายนี้คาดว่าจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2027
ข้อตกลงนี้ไม่ใช่การลงทุนแบบแยกส่วน แต่คือก้าวแรกที่แข็งแรงในยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่กว่า ในฐานะโครงการรูปธรรมโครงการแรกสุดภายใต้แผน T-MED มันคือสัญญาณที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของ EU ต่อภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน และหวังว่าจะเป็นแรงดึงดูดให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนมากถึง 25,000 ล้านยูโร ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาดในที่สุด ความริเริ่มนี้ยังได้วางตำแหน่งให้อียิปต์เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์หลักในแผนการนำเข้าไฟฟ้าสะอาดของยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับโครงการเดินสายเคเบิลใต้ทะเลมูลค่า 4 พันล้านยูโรที่กำลังดำเนินการเชื่อมต่อกับกรีซ
การอัดฉีดเงินเข้ากริดไฟฟ้าในครั้งนี้ เป็นไปตามรูปแบบการสนับสนุนของ EU ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของอียิปต์ ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปก็เพิ่งประกาศอีกสองโครงการมูลค่ารวม 124.3 ล้านยูโร ซึ่งรวมถึงงบ 34.3 ล้านยูโรสำหรับโครงการ Sokhna Green Ammonia เพื่อเร่งการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียว
ด้านตลาดพลังงานหมุนเวียนในอียิปต์เองก็มีสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่ง นับถึงเดือนมีนาคม 2026 ประเทศนี้ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreements: PPAs) สำหรับพลังงานหมุนเวียนไปแล้วมากกว่า 10 กิกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้เกือบ 6 กิกะวัตต์ได้บรรลุข้อตกลงทางการเงิน (Financial Close) เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสามารถระดมเงินทุนจากภาคเอกชนได้มากกว่า 4.3 พันล้านยูโร
ที่น่าสนใจคือ ดีลกับ EU ไม่ได้มาแบบเดี่ยวๆ เพราะรัฐบาลอียิปต์เองก็เดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดของโครงข่ายไฟฟ้าภายในประเทศ เพียงหนึ่งวันก่อนที่จะมีการประกาศข้อตกลงกับ EU ในวันที่ 14 มิถุนายน 2026 อียิปต์ได้ลงนามในพิธีสารร่วมสามฝ่ายระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงการวางแผน และกระทรวงไฟฟ้า เพื่อจัดสรรงบประมาณ 6 หมื่นล้านปอนด์อียิปต์ (EGP) หรือประมาณ 1.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการเสริมสร้างและพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะ
งบประมาณภายในประเทศก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มการใช้จ่ายในภาคพลังงานแบบก้าวกระโดด หากดูในปีงบประมาณ 2025/2026 อียิปต์ตั้งงบลงทุนสำหรับไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนไว้ที่ 1.363 แสนล้านปอนด์อียิปต์ (ราว 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งเกือบจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากแผน 7.26 หมื่นล้านปอนด์อียิปต์ของปีงบประมาณก่อนหน้า โดยสัดส่วนการลงทุนสาธารณะคิดเป็น 73% ของเงินลงทุนทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่ดีลช่วยเหลือทางเดียว แต่เป็นการผสานกำลังระหว่างเงินทุนจากต่างประเทศกับวาระแห่งชาติที่เดินหน้าไปพร้อมกันอย่างแท้จริง