นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้หรือ 'ซอฮักแอนท์' ทุ่มเงินซื้อหุ้น SpaceX เกือบ 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,000 ล้านบาท) ในวันแรกที่เข้าตลาด Nasdaq (12 มิ.ย. แรงซื้อมหาศาลนี้เกิดจากการถูกปิดกั้นการเข้าร่วม IPO ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อโบรกเกอร์ Mirae Asset ไม่สามารถจัดสรรหุ้นได้ ทำให้ดีมานด์ที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดไหลเข้าสู่...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What drove South Korean retail investors to purchase nearly $800 million in SpaceX shares on its first trading day, making it the most popul. Article summary: South Korean retail investors — known as "seohak ants" — net-purchased about $796 million (1.215 trillion won) of SpaceX shares on its Nasdaq debut day (June 12, 2026), making it the single most bought U.S. stock among K. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "+1.09% Stock Tesla, Inc. Retail investors build big dreams on small slices of SpaceX (This June 13 story has been repeated with no changes to the text) NEW YORK, June 12 (Reuter" source context "Retail investors build big dreams on small slices of SpaceX | MarketScreener" Reference image 2: visual subject "
ในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ณ เวลาท้องถิ่น กองทัพนักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้กว่า 14 ล้านคน หรือที่รู้จักกันดีในนาม "ซอฮักแอนท์" (Seohak Ants) ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยคำสั่งซื้อสุทธิหุ้น SpaceX ในตลาด Nasdaq คิดเป็นมูลค่าประมาณ 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.215 ล้านล้านวอน ภายในวันเดียว ตัวเลขที่ได้รับการยืนยันจากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Securities Depository) นี้ ส่งผลให้กิจการอวกาศของอีลอน มัสก์ กลายเป็นหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศในเพียงพริบตา โดยมูลค่าการซื้อขายในวันเดียวมากกว่ายอดซื้อสุทธิรวมของหุ้นสหรัฐฯ ตัวอื่นๆ ตลอดระยะเวลา 3 เดือน
นี่ไม่ใช่แค่การลงทุนในหุ้นเทคฯ ธรรมดา แต่เป็นการปลดปล่อยดีมานด์ที่ถูกกักเก็บและถูกปฏิเสธการเข้าถึง IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเวลาหลายเดือน ผนวกกับการจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ ที่สูงเป็นประวัติการณ์ และราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น 19% ในวันแรก นี่คือปัจจัยที่เรียงตัวกันจนเกิดเป็นกระแสคลั่งซื้อครั้งประวัติศาสตร์
ต้นตอของแรงซื้อที่ทำลายสถิติมาจากระบบการจัดสรรหุ้นที่ล้มเหลว Mirae Asset Securities หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriter) ระดับโลกสำหรับ IPO ครั้งนี้ ไม่สามารถจัดสรรหุ้นให้กับลูกค้าชาวเกาหลีได้แม้แต่หุ้นเดียว แม้จะมีการทำการตลาดอย่างหนักและมีคำสัญญาว่าจะเปิดทางให้เข้าถึงหุ้นผ่านการออกแบบเฉพาะ (Private Placement) วงเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ขายหมดภายในหนึ่งนาทีก็ตาม คำมั่นสัญญาเหล่านั้นกลับไม่เป็นจริง
ผลพวงจากเรื่องนี้นำไปสู่การสอบสวนโดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service หรือ FSS) ซึ่งได้ขยายขอบเขตการสอบสวนไปยังความล้มเหลวของ Mirae Asset ในการจัดสรรหุ้นดังกล่าว เมื่อประตูสู่การซื้อ IPO ปิดสนิท นักลงทุนเกาหลีจึงแห่ย้ายคำสั่งซื้อทั้งหมดเข้าสู่ตลาดรอง สร้างแรงกระแทกด้านอุปสงค์อย่างมหาศาลและฉับพลันทันทีที่หุ้นเริ่มเปิดให้ซื้อขายใน Nasdaq
นอกเหนือจากความล้มเหลวในการจัดสรรหุ้นแล้ว ยังมีปัจจัยทางจิตวิทยาและโครงสร้างอีกสามประการที่กระหน่ำแรงซื้อให้รุนแรงยิ่งขึ้น:
เรื่องราวการเติบโตที่สอดคล้องกับพฤติกรรมเดิม SpaceX บริษัทที่มีชื่อพ้องกับเทคโนโลยีจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink และความทะเยอทะยานจะไปดาวอังคาร เป็นเรื่องราวเทคโนโลยีแห่งอนาคตประเภทที่นักลงทุน "มดงาน" เกาหลีเสาะแสวงหามานานหลายปี ในขณะที่พวกเขากำลังย้ายเงินทุนออกจากตลาดหุ้นในประเทศอย่าง KOSPI มากขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการที่จะเป็นเจ้าของชิ้นส่วนเรื่องราวนี้ถูกจุดชนวนล่วงหน้ามาก่อนเป็นเดือนๆ
FOMO ที่ถูกขยายผลด้วยกลไกของวันเปิดตัว คำสั่งซื้อหนาแน่นมากตั้งแต่ตลาดเปิดจนการซื้อขายครั้งแรกของวันต้องล่าช้าออกไปหลายชั่วโมง และหุ้นยังขึ้นไปแตะระดับ $160 ก่อนจะเปิดที่ราคา $150 (เทียบกับราคา IPO ที่ $135) ท้ายที่สุด ปิดตลาดวันแรกด้วยการพุ่งขึ้น 19.22% แตะมูลค่าตลาด (Market Cap) ประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 6
สำหรับนักลงทุนที่ถูกปฏิเสธการซื้อ ราคาที่พุ่งสูงขึ้นยิ่งตอกย้ำความกลัวที่จะพลาดโอกาส (FOMO) แบบเรียลไทม์
ปรากฏการณ์รายย่อยระดับโลก SpaceX ได้จัดสรรหุ้นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 20% จาก IPO ให้นักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเชื้อไฟให้เกิดการแห่ซื้อทั่วโลก เมื่อเริ่มเปิดการซื้อขาย SpaceX คิดเป็นสัดส่วนถึง 56% ของกิจกรรมการซื้อสุทธิของนักลงทุนรายย่อยทั้งหมดในสหรัฐฯ ในวันนั้น ด้วยอัตราการซื้อที่เร็วกว่า Nvidia ซึ่งเป็นหุ้นที่ถูกซื้อมากที่สุดเป็นอันดับสองถึง 3.5 เท่า ยอดเงินกว่า 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกลุ่มนักลงทุนเกาหลี คือการแสดงออกของกระแสโลกนี้ในระดับนานาชาติครั้งใหญ่ที่สุด
กระแสซื้อ SpaceX ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มันคือจุดข้อมูลสุดโต่งในเส้นทางที่ยาวนานขึ้นของนักลงทุนรายย่อยเกาหลีที่เคลื่อนย้ายเงินทุนสู่หุ้นสหรัฐฯ อย่างจริงจัง แนวโน้มนี้ยังคงอยู่แม้ในยามที่ตลาดหุ้นในประเทศทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยที่บางครั้ง "ซอฮักแอนท์" ได้ย้ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปมาระหว่างหุ้น Tesla, ETF แบบมีหลักประกัน (Leveraged ETFs) และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตตามแรงส่งของตลาด
SpaceX เพียงแค่กลายเป็นตัวแทนหุ้นเดี่ยวที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูงที่สุดของการเคลื่อนย้ายทุนนั้นในวันที่มันเปิดตัว ยอดซื้อในวันเดียวแซงหน้ายอดซื้อสุทธิที่นักลงทุนรายย่อยเกาหลีเคยมีให้กับหุ้นสหรัฐฯ ตัวอื่นๆ รวมถึง Tesla และ Nvidia ตลอดช่วงเวลาสามเดือนก่อนหน้ารวมกัน แรงซื้อของเกาหลีนั้นมหาศาลถึงขนาดที่แม้แต่ ETF ในประเทศที่ลงทุนในธีมอวกาศยังทุ่มเงินรวมกันเกือบ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อหุ้น SpaceX ในตลาดเปิดในวันนั้น โดยส่วนใหญ่หลังจากที่ไม่สามารถจัดสรรหุ้น IPO ได้
เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงใหม่สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ระดับโลกครั้งใหญ่: เมื่อการเข้าถึงถูกจำกัดในบางตลาด ความต้องการซื้อที่ถูกเลื่อนออกไปสามารถหวนกลับเข้ามาใหม่ด้วยพลังที่บดบังการซื้อขายอื่นๆ ทั้งหมด และเปลี่ยนลำดับชั้นของหุ้นตัวโปรดในหมู่นักลงทุนรายย่อยของประเทศหนึ่งๆ ไปชั่วขณะ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้หรือ 'ซอฮักแอนท์' ทุ่มเงินซื้อหุ้น SpaceX เกือบ 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,000 ล้านบาท) ในวันแรกที่เข้าตลาด Nasdaq (12 มิ.ย.
นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้หรือ 'ซอฮักแอนท์' ทุ่มเงินซื้อหุ้น SpaceX เกือบ 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,000 ล้านบาท) ในวันแรกที่เข้าตลาด Nasdaq (12 มิ.ย. แรงซื้อมหาศาลนี้เกิดจากการถูกปิดกั้นการเข้าร่วม IPO ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อโบรกเกอร์ Mirae Asset ไม่สามารถจัดสรรหุ้นได้ ทำให้ดีมานด์ที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดไหลเข้าสู่ตลาดรอง ในวันที่ราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้น 19% [2][3][5]
ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเงินทุนรายย่อยเกาหลีใต้ที่ไหลออกไปยังหุ้นเติบโตสูงของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนให้ SpaceX กลายเป็นหุ้นที่ถูกซื้อมากที่สุดชั่วคราว แม้แต่ Nvidia ก็ยังถูกทิ้งห่างใน...