หุ้น SpaceX พุ่ง 49% ในสามวันแรกหลัง IPO ปิดที่ $201.80 เมื่อ 16 มิ.ย. ดันมูลค่าบริษัทสู่ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์ มูลค่ามากกว่า Amazon ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ ก้าวขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก [18][23] แรงซื้อมหาศาลได้รับแรงหนุนจากความไม่สมดุลของอุปสงค์ อุปทาน มีหุ้นให้ซื้อขายเพียง 3 5% จัดสรรให้รายย่อย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What drove SpaceX's market cap to $2.65 trillion, overtaking Amazon to become the fifth-largest stock in the world, and what factors — inclu. Article summary: SpaceX’s post-IPO rally accelerated quickly after its $135/share debut, with shares rising 19% on Friday, another 20% on Monday to close at $192.46, and then 4.8% on Tuesday as market cap reached **$2.65 trillion** [1][3. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "SpaceX surpasses Amazon to become fifth-largest US company by market cap. Elon Musk's rocket company has blasted past $2.8 trillion in valuation just days after its record-shatteri" source context "SpaceX surpasses Amazon to become fifth-largest US company by ..." Reference image 2: visual subject "Shares o
ในเวลาเพียงสามวันของการซื้อขาย SpaceX ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลก IPO บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 เปิดตัวด้วยมูลค่าบริษัท 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเมื่อสิ้นสุดการซื้อขายวันอังคารที่ 16 มิถุนายน ราคาหุ้นได้พุ่งขึ้นไปแตะ $201.80 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 49% และมีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงถึง 2.65 ล้านล้านดอลลาร์
นั่นเพียงพอที่จะทำให้ SpaceX กระโดดข้าม Amazon และแตะมูลค่าบริษัทของ Microsoft ระหว่างวัน ส่งผลให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก
การพุ่งขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับ มันคือปฏิกิริยาที่คาดเดาได้และรุนแรงต่อปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายอย่างที่เปลี่ยนหุ้นตัวนี้ให้กลายเป็น 'สินค้าหายาก' อันร้อนแรง ทั้งสัดส่วนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด (Public Float) ที่น้อยมาก, การจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยครั้งประวัติศาสตร์, ทางเลือกในการซื้อกิจการ AI มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ลงตัว, และปฏิทินที่อัดแน่นไปด้วยการเข้าคำนวณในดัชนีหลักๆ ล้วนมาบรรจบกันจนเกิดเป็นกระแสคลั่งซื้อ แต่แรงผลักดันเดียวกันที่ส่งให้ SpaceX ทะยาน ก็ได้บรรจุความเสี่ยงมหาศาลมาด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้แต่ตลาดออปชั่นก็เริ่มตั้งราคาเผื่อไว้แล้ว
ปัจจัยขับเคลื่อนที่ฉับพลันที่สุดคือเรื่องง่ายๆ อย่างอุปสงค์และอุปทาน SpaceX ขายหุ้นมากกว่า 555 ล้านหุ้นเพื่อระดมทุนอย่างน้อย 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่มีหุ้นเพียง 3% ถึง 5% ของบริษัทเท่านั้นที่ถูกปล่อยให้ซื้อขายในตลาด ทำให้มูลค่าหุ้นที่ซื้อขายได้จริงอยู่ที่ราว 4.5 หมื่นล้าน ถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ สัดส่วนหุ้นหมุนเวียนที่น้อยนิดนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ หุ้นส่วนใหญ่ยังคงถูกล็อกไว้กับบุคคลภายในและนักลงทุนกลุ่มแรกเริ่ม สร้างภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้างขึ้นมา
ในขณะเดียวกัน อุปสงค์ก็ทุบสถิติ มีความต้องการซื้อจากนักลงทุนสูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4 เท่าของจำนวนหุ้นที่มีอยู่ SpaceX ยังได้เพิ่มเชื้อไฟด้วยการจัดสรรหุ้น IPO ในสัดส่วนที่สูงผิดปกติถึง 30% ให้นักลงทุนรายย่อยโดยตรง ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood, Fidelity และ Schwab
ซึ่งมากกว่าปกติ 3 ถึง 6 เท่าสำหรับการเข้าตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ และสร้างฐานผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมหาศาลที่กระตือรือร้น
ผลลัพธ์คือแรงส่งที่ตอกย้ำตัวเอง (Self-Reinforcing Momentum) หุ้นขึ้น 19% ในวันแรก, บวกเพิ่มอีก 20% ในวันที่สองปิดที่ $192.46, และเพิ่มอีก 4.8% ในวันที่สาม ก่อนตลาดเปิดเช้าวันอังคาร ราคาหุ้นเคยซื้อขายสูงกว่าราคา IPO $135 ถึงกว่า 54%
แม้ SpaceX จะเป็นบริษัทด้านอวกาศและดาวเทียม แต่การพุ่งขึ้นของหุ้นก็ได้แรงหนุนจากเรื่องราวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เมื่อวันที่ 21 เมษายน บริษัทได้ประกาศข้อตกลงที่ให้สิทธิ์ในการเข้าซื้อ Cursor ซึ่งเป็นผู้ช่วยเขียนโค้ดยอดนิยมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยมูลค่าสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปีนี้ หรือเลือกลงทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในรูปแบบหุ้นส่วน
ดีล Cursor จากสตาร์ทอัพ Anysphere ไม่ใช่การซื้อกิจการที่เสร็จสมบูรณ์ มันเป็น 'สิทธิ์ในการเลือก' — เป็นการซื้อกิจการแบบ "อาจจะ" แต่สำหรับนักลงทุน สัญญาณนั้นชัดเจน SpaceX ซึ่งเพิ่งควบรวมกิจการกับ xAI ของ Elon Musk เมื่อต้นปี กำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้เล่นที่จริงจังในตลาดเครื่องมือ AI สำหรับองค์กร ซึ่งเป็นตลาดที่ก่อนหน้านี้ SpaceX ตามหลังคู่แข่ง
ด้วยการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Cursor เข้ากับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Colossus สำหรับการเทรนโมเดลของตนเอง SpaceX ได้สัญญาว่าจะสร้าง "AI สำหรับการเขียนโค้ดและการทำงานด้านองค์ความรู้ที่ดีที่สุดในโลก" ดีลนี้ทำให้ตลาดสามารถตีราคา SpaceX ใหม่ได้ ไม่ใช่แค่ในฐานะบริษัทจรวด แต่เป็น แพลตฟอร์ม AI การเปลี่ยนภาพลักษณ์นั้นเกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนถึง IPO และได้เติมเชื้อเพลิงให้กับการพุ่งขึ้นหลังเปิดตัว
หากสามวันแรกของการซื้อขายหุ้นเป็นเรื่องของความคึกคะนอง วันที่สี่ก็ได้แนะนำองค์ประกอบใหม่ที่ผันผวนกว่า นั่นคือ 'การซื้อขายออปชั่น' ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 ออปชั่นของ SPCX เริ่มทำการซื้อขาย และสัญญาณแรกๆ ที่ได้นั้นไม่ได้สงบนิ่งเลย
จากข้อมูลของ Susquehanna ตลาดออปชั่นในวันแรกบ่งชี้ว่ามีโอกาสประมาณ 15% ที่หุ้น SpaceX จะพุ่งขึ้น 50% ในอีกสามเดือนข้างหน้า — และมีความน่าจะเป็นเท่าๆ กันที่มันจะ ร่วงลง 50% คริส เมอร์ฟีย์ นักกลยุทธ์การลงทุน อธิบายว่าดีลใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเป็น "การประกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านอุปทานหุ้นในอนาคต" โดยสังเกตว่ามีการซื้อ Call Options (สิทธิ์ในการซื้อ) และ Put Options (สิทธิ์ในการขาย) อย่างหนักพอๆ กัน ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเตรียมรับมือกับความปั่นป่วนมากกว่าการเดิมพันว่าหุ้นจะขึ้นทางเดียว
การเปิดตัวของออปชั่น แม้จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้หุ้นยังคงได้รับความสนใจ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนแบบเรียลไทม์ว่าแนวโน้มของหุ้นนั้นไม่ยั่งยืนหากปราศจากความเสี่ยงที่สำคัญ
เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นคือปฏิทินของเหตุการณ์การถูกบังคับซื้อ ซึ่งนักลงทุนต่างพยายามเข้าซื้อล่วงหน้า (Front-Run) ผู้ให้บริการดัชนีรายใหญ่หลายรายได้เขียนกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อรองรับการ IPO ของบริษัทขนาดยักษ์ และ SpaceX คือผู้ได้รับประโยชน์รายแรก
มีดัชนีสำคัญหนึ่งตัวที่ขาดหายไปจากรายการ นั่นคือ S&P 500 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน S&P Global ได้ยืนยันกฎที่มีอยู่ ซึ่งกำหนดให้บริษัทต้องมีกำไรในช่วงสี่ไตรมาสล่าสุดเพื่อให้มีคุณสมบัติ ด้วยผลขาดทุนสุทธิ 4.94 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 SpaceX จะไม่มีคุณสมบัติพอสำหรับ S&P 500 อย่างน้อยก็จนถึงกลางปี 2027
นี่คือรายละเอียดที่สำคัญสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนแบบ Passive กองทุนที่อิงตาม S&P 500 จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ SpaceX เลยเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี
ความเร็วในการพุ่งขึ้นของ SpaceX ก็เป็นแผนที่แสดงถึงจุดอ่อนของมันเช่นกัน ความเสี่ยงที่ฉับพลันที่สุดคือการกลับตัวที่รุนแรง นักวิเคราะห์ได้เตือนตั้งแต่ช่วง IPO ว่า "IPO อันร้อนแรงของ SpaceX อาจเผานักลงทุนรายย่อย" หากแรงซื้อที่ขับเคลื่อนโดยแรงส่ง (Momentum) กลายเป็นแรงขายที่ตื่นตระหนก
การจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยในสัดส่วนสูงผิดปกติ — ประมาณ 30% — ก่อให้เกิดความเปราะบางที่เฉพาะเจาะจง หากนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อที่ราคา $135 โดยคาดหวังกำไรอย่างรวดเร็วเห็นราคาตกลง พวกเขาอาจตื่นตระหนกและขายพร้อมกัน ก่อให้เกิด Domino Effect ที่จะทดสอบกลไกหยุดการซื้อขาย (Circuit Breakers) ของตลาด
ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าและก่อตัวช้ากว่าคือการหมดอายุของช่วงล็อกหุ้น (Lock-Up Expiry) หุ้น SpaceX ส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกจำกัดการขายโดยบุคคลภายในและนักลงทุนช่วงแรกเริ่ม เมื่อข้อตกลงล็อกหุ้นเริ่มหมดอายุลง สัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาดจะขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานล้นเกินอุปสงค์ การที่ตลาดออปชั่นมุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงด้านอุปทานในอนาคตบ่งชี้ว่านักลงทุนมือฉมังกำลังป้องกันความเสี่ยงสำหรับเหตุการณ์นี้อยู่
ดีล Cursor เองก็มีความเสี่ยงในการดำเนินการ ข้อตกลงยังเป็นเพียงสิทธิ์ในการเลือก ยังไม่ใช่การซื้อกิจการที่เสร็จสมบูรณ์ หาก SpaceX ไม่สามารถปิดดีลได้ หรือโมเดล AI ที่สัญญาไว้ไม่เกิดขึ้นจริง ส่วนประกอบของเรื่องเล่า AI ที่ช่วยพยุงราคาหุ้นก็อาจพังทลายลง
การเปิดตัวของ SpaceX เป็นมากกว่าเรื่องของหุ้นตัวเดียว มันคือ 'แม่แบบ' สำหรับคลื่นของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเข้าตลาด ทั้ง OpenAI และ Anthropic ซึ่งหลายแห่งกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด
การพุ่งขึ้นครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เรื่องเล่าด้าน AI สามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างมหาศาล แม้ว่าความเชื่อมโยงนั้นจะอยู่ในขั้นต้นก็ตาม SpaceX ได้รับสิทธิ์ในการ 'อาจจะ' ซื้อสตาร์ทอัพ AI; มันไม่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ตลาดก็ปฏิบัติต่อสิทธิ์นั้นเสมือนเป็นเหตุการณ์ที่ต้องตีมูลค่าใหม่ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า เมื่อนักลงทุนรายย่อยได้รับโอกาส พวกเขาสามารถขับเคลื่อนราคาหุ้น IPO ในแบบที่กระแสเงินทุนจากสถาบันเพียงอย่างเดียวทำไม่ได้ การจัดสรรหุ้นให้รายย่อย 30% นั้นไม่เคยมีมาก่อน และผลกระทบนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธได้
แต่บทเรียนที่สำคัญที่สุดสำหรับ IPO ของ AI ในอนาคตอาจเป็นเรื่องคุณค่าของ 'ความหายาก' สัดส่วนหุ้นหมุนเวียน 3-5% ของ SpaceX เป็นทางเลือกที่จงใจ ซึ่งได้ขยายผลกระทบของอุปสงค์ทุกๆ ดอลลาร์ หาก OpenAI และบริษัทอื่นๆ ทำตามกลยุทธ์เดียวกัน รูปแบบของการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วที่ถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่อง ตามด้วยการปรับฐานที่เกิดจากการหมดอายุของช่วงล็อกหุ้น (Lock-Up Expiry) อาจกลายเป็นลักษณะเฉพาะของยุค IPO ใหม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หุ้น SpaceX พุ่ง 49% ในสามวันแรกหลัง IPO ปิดที่ $201.80 เมื่อ 16 มิ.ย. ดันมูลค่าบริษัทสู่ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์ มูลค่ามากกว่า Amazon ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ ก้าวขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก [18][23]
หุ้น SpaceX พุ่ง 49% ในสามวันแรกหลัง IPO ปิดที่ $201.80 เมื่อ 16 มิ.ย. ดันมูลค่าบริษัทสู่ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์ มูลค่ามากกว่า Amazon ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ ก้าวขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก [18][23] แรงซื้อมหาศาลได้รับแรงหนุนจากความไม่สมดุลของอุปสงค์ อุปทาน มีหุ้นให้ซื้อขายเพียง 3 5% จัดสรรให้รายย่อยสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 30% และการคาดการณ์ถึงแรงซื้อบังคับจากกองทุนดัชนีที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ [44][36][45]
ความร้อนแรงนี้มาพร้อมคำเตือนจากนักวิเคราะห์ หุ้นซื้อขายสูงกว่าราคา IPO กว่า 54% ขณะที่ตลาดออปชั่นส่งสัญญาณว่ามีโอกาสเกิดการกลับตัวอย่างรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ [34][41]
Loading comments...
Comments
0 comments