OpenAI ยื่นไฟล์ลับ S 1 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ตั้งเป้าเสนอขายหุ้น IPO ภายในกันยายนถึงพฤศจิกายนนี้ ด้วยมูลค่ากว่า 850,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการเข้าตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก แม้มีรายได้ต่อปีพุ่งเกือบ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่บริษัทคาดว่าจะขาดทุนถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key details of OpenAI's confidential S-1 filing with the SEC in May/June 2026, including the underwriters (Goldman Sachs, Morga. Article summary: Here are the key details from OpenAI's confidential S-1 and the surrounding context, based on published reporting. The S-1 itself remains sealed, so some figures come from leaks and analyst estimates.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Trump expects to sign a deal with Iran on Sunday, but Tehran may want to avoid giving him a gift on his birthday" source context "OpenAI files confidential SEC S-1 paperwork for IPO | Fortune" Reference image 2: visual subject "OpenAI hit with multistate probe into possible user harm, days after filing for a highly anticipated
OpenAI ได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์สู่การเป็นบริษัทมหาชนอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 โดยพวกเขาออกมาประกาศว่าได้ยื่นเอกสาร S-1 แบบเป็นความลับต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ด้วยท่าทีที่ตรงไปตรงมาเป็นเอกลักษณ์ บริษัทได้เขียนบล็อกโพสต์สั้น ๆ ว่า "เราเพิ่งยื่นเอกสาร S-1 แบบเป็นความลับไป เราคิดว่ามันจะรั่วไหลแน่ ๆ ก็เลยประกาศซะเลย"
การยื่นเอกสารครั้งนี้นำโดยวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs, Morgan Stanley และ JPMorgan ซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีเป้าหมายมูลค่าบริษัทที่ 850,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 30 ถึง 35 ล้านล้านบาท) ในขณะที่รายละเอียดทางการเงินทั้งหมดในไฟล์ S-1 ยังคงถูกปิดเป็นความลับจนถึงประมาณ 15 วันก่อนการนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน (Roadshow) ข้อมูลจากการระดมทุนครั้งก่อน ๆ และการวิเคราะห์ก็เผยให้เห็นภาพของบริษัทที่รายได้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ต้องแบกรับต้นทุนด้านคอมพิวเตอร์ที่สูงเสียดฟ้าและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
กระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ ในวันที่ 20 พฤษภาคม สื่อใหญ่หลายแห่งรายงานว่า OpenAI มีแผนจะยื่นไฟล์ S-1 แบบเป็นความลับต่อ SEC ภายในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งบริษัทก็ทำตามนั้นได้อย่างแม่นยำ โดยมี Goldman Sachs และ Morgan Stanley เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นหลัก และ JPMorgan เข้ามามีบทบาทร่วมด้วย
พวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เร็วที่สุดในเดือนกันยายน และมีความเป็นไปได้มากในช่วงปลายปี
ในการระดมทุนรอบล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2026 OpenAI ระดมทุนไปได้ประมาณ 122,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีมูลค่าบริษัทหลังระดมทุนอยู่ที่ 852,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการระดมทุนจากภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายกำลังตั้งเป้าหมายมูลค่าบริษัทไว้ที่ 850,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
หากเทียบให้เห็นภาพ การเข้าตลาดด้วยมูลค่านี้จะมากกว่ามูลค่าตลาด 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ของ Saudi Aramco ณ วันที่เสนอขายหุ้น IPO ในปี 2019 แต่ในขณะนั้น Aramco ระดมทุนไปได้จริงเพียง 25,600 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
เส้นทางสู่การประเมินมูลค่ามหาศาลนี้ถูกปูทางด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ ในเดือนตุลาคม 2025 OpenAI ดำเนินการเปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่จำกัดผลกำไรไปเป็น "บรรษัทเพื่อประโยชน์สาธารณะ" (Public Benefit Corporation - PBC) ในชื่อ OpenAI Group PBC ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของมูลนิธิไม่แสวงหากำไรที่ชื่อ OpenAI Foundation ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ สัดส่วนการเป็นเจ้าของจะแบ่งออกเป็น มูลนิธิ OpenAI ประมาณ 26%, Microsoft 27% (ถือหุ้นมูลค่าประมาณ 135,000 ล้านดอลลาร์) และพนักงานกับนักลงทุนอื่น ๆ รวมกัน 47%
และที่น่าสนใจคือ ซีอีโอ Sam Altman ถือหุ้น 0% ในโครงสร้างใหม่นี้
ภาพทางการเงินนั้นเป็นเหมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน ด้านหนึ่งคือการเติบโตของรายได้ที่น่าทึ่งมาก Sacra ประมาณการว่า OpenAI มีรายได้ต่อปีสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 20,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 และจากเพียง 6,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2024 แต่อีกด้านหนึ่ง ต้นทุนในการรันโมเดล AI ขั้นสูงนั้นมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ
อัตรากำไรขั้นต้นของ OpenAI อยู่ที่เพียง 33% ซึ่งถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนการประมวลผลสำหรับการใช้งานจริง (Inference) ที่สูงถึง 8,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 14,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2026 บริษัทถูกคาดการณ์ว่าจะขาดทุนสุทธิประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับปีงบประมาณ 2026
หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ OpenAI หามาได้ พวกเขาต้องใช้จ่ายไปถึง 1.22 ดอลลาร์ หรือพูดง่าย ๆ ว่า "ขายดีแต่ขาดทุนยับ"
บริษัทได้ลงนามในข้อผูกมัดด้านระบบคอมพิวเตอร์แบบสะสมมูลค่ากว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงปี 2030 ซึ่ง Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้ระบุว่านี่คือความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ท่าทีสำคัญทางการเงินได้ช่วยปรับปรุงแนวโน้มระยะยาวให้ดีขึ้นอย่างมาก ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2026 OpenAI ได้เจรจาข้อตกลงการแบ่งรายได้กับ Microsoft ใหม่ ข้อตกลงเดิมที่ไม่มีการจำกัดเพดาน จะทำให้ OpenAI ต้องแบ่งรายได้ให้ Microsoft ถึง 20% ซึ่งอาจรวมแล้วสูงถึง 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 แต่ข้อตกลงใหม่ที่ปรับปรุงแล้วได้กำหนดเพดานการจ่ายเงินทั้งหมดให้ Microsoft ไว้ที่ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนถึงปี 2030 ซึ่งจะช่วยให้ OpenAI ประหยัดเงินได้ถึงประมาณ 97,000 ล้านดอลลาร์ หากพวกเขาทำได้ตามเป้าหมายการเติบโต นอกจากนี้ ข้อตกลงนี้ยังปลดล็อกให้ OpenAI สามารถแสวงหาความร่วมมือด้านคลาวด์แบบไม่ผูกขาดกับบริษัทอื่นๆ อย่าง Amazon และ Google ได้อีกด้วย
การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์การแข่งขันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ส่วนแบ่งการตลาดของแอป ChatGPT ลดลงจากประมาณ 69% มาอยู่ที่ 45% เนื่องจากคู่แข่งอย่าง Google Gemini และ Grok ของ xAI ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่าบริการนี้จะยังคงมีผู้ใช้งานรายสัปดาห์สูงถึง 900 ล้านคนก็ตาม
นอกจากนี้ ประเด็นทางกฎหมายที่เคยเป็นภาระกังวลได้ถูกขจัดออกไปก่อนการยื่นไฟล์ S-1 เพียงสองวัน เมื่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้ยกฟ้องคดีที่ Elon Musk ฟ้องร้อง OpenAI โดยให้เหตุผลว่าเลยกำหนดอายุความ ซึ่งเป็นการตัดสินที่มีรายงานออกมาในราววันที่ 20 พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับการสอบสวนจากอัยการสูงสุดหลายรัฐที่กำลังตรวจสอบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้จากผลิตภัณฑ์ของบริษัท แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการ
การยื่นไฟล์ในครั้งนี้ของ OpenAI ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่มันเป็นศูนย์กลางของคลื่นประวัติศาสตร์ในการนำบริษัท AI เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดย Anthropic ได้ยื่นไฟล์ S-1 แบบเป็นความลับของตัวเองเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 ด้วยมูลค่าที่รายงานไว้ราว 965,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน SpaceX เองก็ได้เริ่มการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (Roadshow) สำหรับการเปิดตัวที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อรวมกันแล้ว การยื่นขอเสนอขายหุ้นของทั้งสามบริษัทนี้มีมูลค่ารวมในอนาคตสูงถึงประมาณ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นการรวมตัวของมูลค่าที่จะเข้ามากำหนดนิยามใหม่ให้กับการลงทุนในตลาดสาธารณะสำหรับธุรกิจ AI ขั้นแนวหน้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
OpenAI ยื่นไฟล์ลับ S 1 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ตั้งเป้าเสนอขายหุ้น IPO ภายในกันยายนถึงพฤศจิกายนนี้ ด้วยมูลค่ากว่า 850,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการเข้าตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
OpenAI ยื่นไฟล์ลับ S 1 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ตั้งเป้าเสนอขายหุ้น IPO ภายในกันยายนถึงพฤศจิกายนนี้ ด้วยมูลค่ากว่า 850,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการเข้าตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก แม้มีรายได้ต่อปีพุ่งเกือบ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่บริษัทคาดว่าจะขาดทุนถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2026 โดยทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่หาได้ พวกเขาต้องใช้จ่ายถึง 1.22 ดอลลาร์ และมีภาระผูกพันด้านโครงสร้างพื้นฐานมหาศาลถึง...
การเสนอขายหุ้น IPO ของ OpenAI ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของคลื่นยักษ์ธุรกิจเอไอ ที่มีมูลค่ารวมกันเกือบ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อจาก Anthropic และ SpaceX ที่กำลังเตรียมเข้าตลาดเช่นกัน
Loading comments...
Comments
0 comments