ครั้งแรกในประวัติศาสตร์: ผู้ตอบแบบสำรวจ 54% ใน 48 ประเทศใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอ เช่น Facebook, YouTube, TikTok เป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสาร แซงหน้าทีวีและเว็บไซต์ข่าว [5][6][10] ความเชื่อมั่นตกต่ำสุด: ความเชื่อมั่นต่อข่าวสารทั่วโลกลดลงเหลือเพียง 37% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 201...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What key findings does the Reuters Institute's 2026 Digital News Report reveal about the global news landscape, including the milestone of s. Article summary: **Platforms become the top news source globally.** For the first time, social media and video platforms (Facebook, YouTube, TikTok, Instagram, X) are used for news by 54% of respondents across 48 markets, surpassing news. Topic tags: general, education, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Published by the Reuters Institute for the Study of Journalism, the *Journalism, Media, and Technology Trends and Predictions 2026* report examines how generative AI, shifting audi" source context "Journalism, media, and technology trends and predictions 2026" Reference image 2: visual subject "P
โลกของข่าวสารในปี 2026 ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อรายงานประจำปี ‘Digital News Report’ ของ Reuters Institute (ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2026) ได้ตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการสื่อ นั่นคือการที่ โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอ เช่น Facebook, YouTube, TikTok และ Instagram ได้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘แหล่งข่าวอันดับหนึ่งของโลก’ แซงหน้าโทรทัศน์และเว็บไซต์ข่าวเป็นครั้งแรก แต่ชัยชนะของโลกออนไลน์ครั้งนี้มาพร้อมกับสัญญาณอันตราย เมื่อ ‘ความเชื่อมั่น’ ที่ผู้คนมีต่อข่าวสารดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นี่คือปีที่เส้นแบ่งระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ของสื่อชัดเจนที่สุด จากผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 100,000 คนใน 48 ประเทศทั่วโลก รายงานพบว่า 54% ใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอในการรับข่าวสาร ทิ้งห่างช่องทางตรงของสำนักพิมพ์อย่างเว็บไซต์และแอปฯ ข่าว (51%) และโทรทัศน์ (50%) อย่างชัดเจน นี่คือผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ที่ผู้คนค่อยๆ เลิกเปิดเว็บไซต์ข่าวเป็นหน้าแรก แล้วหันไปพึ่งพาฟีดข่าวบนแพลตฟอร์มที่พวกเขาใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
Jim Egan หัวหน้าทีมวิจัยของ Reuters Institute ระบุในรายงานว่า “ปี 2026 คือ ‘ก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์’ (A significant milestone) ที่การบริโภคข่าวผ่านโซเชียลมีเดียและเครือข่ายวิดีโอได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำเหนือแหล่งข่าวอื่นๆ ทั้งหมด”
ท่ามกลางชัยชนะของแพลตฟอร์ม วงการสื่อสารมวลชนกำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ที่สุด ความเชื่อมั่นต่อข่าวสารโดยรวมทั่วโลกในปี 2026 อยู่ที่ 37% เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจในปี 2015 ลดลงจากปีก่อนถึง 3%
ตัวเลขนี้สะท้อนภาพที่เลวร้ายในหลายประเทศชั้นนำ:
ที่น่าสนใจคือ แม้ภาพรวมความเชื่อมั่นจะย่ำแย่ แต่รายงานชี้ว่าความเชื่อมั่นต่อ ‘ชื่อเสียงของแบรนด์ข่าว’ ยังคงแข็งแกร่งกว่าภาพรวม ผู้คนยังคงเชื่อถือสำนักข่าวที่พวกเขาคุ้นเคย เพียงแต่พวกเขาอาจจะไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านโดยตรงอีกต่อไป
สำหรับคนหนุ่มสาว (อายุต่ำกว่า 35 ปี) TikTok ได้กลายเป็นแหล่งข่าวหลักที่สำคัญ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มนี้พึ่งพาแพลตฟอร์มในการอัพเดตเรื่องราวรอบตัว การเติบโตของข่าวในรูปแบบวิดีโอสั้นที่ขับเคลื่อนด้วย ‘อินฟลูเอนเซอร์’ หรือ ‘ผู้สร้างคอนเทนต์’ กำลังพลิกโฉมวงการ เพราะผู้คนเริ่มไว้ใจ ‘ตัวบุคคล’ ที่พวกเขารู้สึกว่าจริงใจมากกว่า ‘สถาบัน’ ขนาดใหญ่ที่ดูห่างไกล
รายงานจึงระบุว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านสู่ ‘ข่าวที่ขับเคลื่อนโดยบุคคลิก’ (Personality-led News) อย่างแท้จริง
ด้าน YouTube นั้นยังเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่สุดสำหรับกลยุทธ์การกระจายข่าวของสำนักพิมพ์เอง ตามมาด้วย TikTok และ Instagram
แม้ว่า AI จะยังไม่ใช่ผู้เล่นหลัก แต่ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประมาณ 5% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วไประบุว่าใช้ AI Chatbot (เช่น ChatGPT หรือ Gemini) เพื่อติดตามข่าวสารเป็นประจำ โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ในขณะที่ตัวเลขในอังกฤษและสหรัฐฯ ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในตลาดอื่นๆ กลับมีการใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผู้คนไม่ได้ใช้ Chatbot แค่ถามข่าว แต่พวกเขายังใช้เพื่อ:
อย่างไรก็ตาม ด้านความน่าเชื่อถือของข่าวจาก AI ยังคงน่ากังวล: มีผู้ตอบเพียง 1 ใน 5 ทั่วโลกที่เชื่อคำตอบของ AI Chatbot เปรียบเทียบกับ 37% ที่เชื่อถือข่าวทั่วไป ซึ่งยังเป็นสัดส่วนที่ห่างกันอยู่มาก
อีกหนึ่งแนวโน้มที่ทำให้อุตสาหกรรมกังวลคือ ‘ความเบื่อหน่ายข่าว’ หรือแนวโน้มที่ผู้คนเลือกที่จะไม่ติดตามข่าวอย่างที่เคย รายงานพบว่าความสนใจในข่าวสารลดลงอย่างมากในหลายตลาด โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ขณะที่ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะรับข่าวสารผ่านทางอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียที่คัดสรรมาให้ แทนที่จะเข้าไปค้นหาเอง
โดยสรุปแล้ว รายงาน Digital News Report 2026 ได้วาดภาพภูมิทัศน์สื่อที่ถูกพลิกโฉมอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เราเคยเรียกว่า ‘ข่าวกระแสหลัก’ กำลังถูกสั่นคลอนจากพลังของแพลตฟอร์มและครีเอเตอร์ ในขณะที่ AI ก็กำลังมาจับจองพื้นที่อย่างเงียบๆ ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาที่ท้าทายการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชนอย่างรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์
อ้างอิง: รายงาน Digital News Report 2026 โดย Reuters Institute for the Study of Journalism แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์: ผู้ตอบแบบสำรวจ 54% ใน 48 ประเทศใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอ เช่น Facebook, YouTube, TikTok เป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสาร แซงหน้าทีวีและเว็บไซต์ข่าว [5][6][10]
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์: ผู้ตอบแบบสำรวจ 54% ใน 48 ประเทศใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอ เช่น Facebook, YouTube, TikTok เป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสาร แซงหน้าทีวีและเว็บไซต์ข่าว [5][6][10] ความเชื่อมั่นตกต่ำสุด: ความเชื่อมั่นต่อข่าวสารทั่วโลกลดลงเหลือเพียง 37% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2015 โดยฟิลิปปินส์มีความเชื่อมั่นลดลงมากที่สุดถึง 10% [3][5][6]
TikTok กับพลังของครีเอเตอร์: เกือบครึ่งหนึ่งของคนหนุ่มสาวพึ่งพา TikTok เป็นแหล่งข่าวหลัก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ข่าวที่ขับเคลื่อนด้วย 'บุคคล' มากกว่า 'สถาบัน' [14]
Loading comments...
Comments
0 comments