คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทองคำดีดตัวเหนือ $4,350 หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย Barclays และ Citi ต่างออกบทวิเคราะห์เชิงบวกในช่วงวันที่ 15 16 มิถุนายน โดยคงหรือปรับเพิ่มเป้าหมายระยะสั้น พร้อมทั้งเตือนถึงการตัดสินใจของเฟดที่กำลังจะมาถึงและความเสี่ยงด้านการดำเนินการตามข้อตกลง ปัจจัยหนุนสำคัญเบื้องหลังการปรับตัวขึ้นเหนือ $4,350: ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่านที่ประกาศเมื่อ 15 มิ.ย., การผ่อนคลายความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด, ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และอุปสงค์เชิงโครงสร้างจากการซื้อ... Barclays ประเมินมูลค่ายุติธรรมของทองคำไว้ที่ $4,150/ออนซ์ และคงเป้าหมายปี 2026 ไว้ที่ $4,791 และปี 2027 ที่ $4,900 โดยมองว่าการปรับฐานเป็นเพียง 'การรีเซ็ตสถานะการลงทุน ไม่ใช่การจบวัฏจักรขาขึ้น' What are the key factors behind the recent gold rally to above $4,350, and what are the updated near-term gold price forecasts from Barclays Gold prices gained more than 2.6% following the U.S.-Iran interim peace announcement. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key factors behind the recent gold rally to above $4,350, and what are the updated near-term gold price forecasts from Barclays. Article summary: Gold rallied above $4,350 following the announcement of a U.S.-Iran interim peace agreement, which reduced oil prices and inflation fears, prompting markets to dial back expectations for a Federal Reserve rate hike. Both. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Citi pointed to a combination of factors, including stabilizing real yields, a stronger short-term dollar bias, and weakening safe-haven" source context "Citi cuts near-term gold price target from $4,300 to $4,000, warns of limited upside | Kitco News" Reference image 2: visual subject "Analysts expect the
openai.com ราคาทองคำพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,350 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงและลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นำไปสู่การที่ตลาดปรับลดการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง Barclays และ Citi ต่างก็ออกบทวิเคราะห์ที่เป็นเชิงบวกในช่วงวันที่ 15-16 มิถุนายน โดยปรับเพิ่มหรือยืนยันเป้าหมายราคาในระยะใกล้อีกครั้ง พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเฟดครั้งหน้า และความเสี่ยงในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีรายละเอียดซับซ้อน
ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการพุ่งขึ้นเหนือ $4,350
การประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว สหรัฐฯ-อิหร่าน ในวันที่ 15 มิถุนายน
ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เบื้องต้น เพื่อขยายเวลาหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายนออกไปอีก 60 วัน และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงเกือบ 5% และดันราคาทองคำสปอตให้พุ่งขึ้นประมาณ 2.6% ไปอยู่ที่ราว 4,327 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ก่อนจะขยับขึ้นต่อเนื่องไปแตะระดับ 4,338–4,354 ดอลลาร์ในวันอังคาร
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ไขปริศนาทองคำเหนือ $4,350: ปัจจัยหนุนจากดีลสันติภาพ มุมมองล่าสุดจาก Barclays และ Citi พร้อมข้อควรระวัง" คืออะไร ทองคำดีดตัวเหนือ $4,350 หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทองคำดีดตัวเหนือ $4,350 หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย Barclays และ Citi ต่างออกบทวิเคราะห์เชิงบวกในช่วงวันที่ 15 16 มิถุนายน โดยคงหรือปรับเพิ่มเป้าหมายระยะสั้น พร้อมทั้งเตือนถึงการตัดสินใจของเฟดที่กำลังจะมาถึงและความเสี่ยงด้านการดำเนินการตามข้อตกลง
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ปัจจัยหนุนสำคัญเบื้องหลังการปรับตัวขึ้นเหนือ $4,350: ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่านที่ประกาศเมื่อ 15 มิ.ย., การผ่อนคลายความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด, ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และอุปสงค์เชิงโครงสร้างจากการซื้อ...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทองคำดีดตัวเหนือ $4,350 หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย Barclays และ Citi ต่างออกบทวิเคราะห์เชิงบวกในช่วงวันที่ 15 16 มิถุนายน โดยคงหรือปรับเพิ่มเป้าหมายระยะสั้น พร้อมทั้งเตือนถึงการตัดสินใจของเฟดที่กำลังจะมาถึงและความเสี่ยงด้านการดำเนินการตามข้อตกลง ปัจจัยหนุนสำคัญเบื้องหลังการปรับตัวขึ้นเหนือ $4,350: ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่านที่ประกาศเมื่อ 15 มิ.ย., การผ่อนคลายความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด, ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และอุปสงค์เชิงโครงสร้างจากการซื้อ... Barclays ประเมินมูลค่ายุติธรรมของทองคำไว้ที่ $4,150/ออนซ์ และคงเป้าหมายปี 2026 ไว้ที่ $4,791 และปี 2027 ที่ $4,900 โดยมองว่าการปรับฐานเป็นเพียง 'การรีเซ็ตสถานะการลงทุน ไม่ใช่การจบวัฏจักรขาขึ้น' What are the key factors behind the recent gold rally to above $4,350, and what are the updated near-term gold price forecasts from Barclays Gold prices gained more than 2.6% following the U.S.-Iran interim peace announcement. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key factors behind the recent gold rally to above $4,350, and what are the updated near-term gold price forecasts from Barclays. Article summary: Gold rallied above $4,350 following the announcement of a U.S.-Iran interim peace agreement, which reduced oil prices and inflation fears, prompting markets to dial back expectations for a Federal Reserve rate hike. Both. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Citi pointed to a combination of factors, including stabilizing real yields, a stronger short-term dollar bias, and weakening safe-haven" source context "Citi cuts near-term gold price target from $4,300 to $4,000, warns of limited upside | Kitco News" Reference image 2: visual subject "Analysts expect the
openai.com ราคาทองคำพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,350 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงและลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นำไปสู่การที่ตลาดปรับลดการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง Barclays และ Citi ต่างก็ออกบทวิเคราะห์ที่เป็นเชิงบวกในช่วงวันที่ 15-16 มิถุนายน โดยปรับเพิ่มหรือยืนยันเป้าหมายราคาในระยะใกล้อีกครั้ง พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเฟดครั้งหน้า และความเสี่ยงในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีรายละเอียดซับซ้อน
ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการพุ่งขึ้นเหนือ $4,350
การประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว สหรัฐฯ-อิหร่าน ในวันที่ 15 มิถุนายน
ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เบื้องต้น เพื่อขยายเวลาหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายนออกไปอีก 60 วัน และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงเกือบ 5% และดันราคาทองคำสปอตให้พุ่งขึ้นประมาณ 2.6% ไปอยู่ที่ราว 4,327 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ก่อนจะขยับขึ้นต่อเนื่องไปแตะระดับ 4,338–4,354 ดอลลาร์ในวันอังคาร
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ไขปริศนาทองคำเหนือ $4,350: ปัจจัยหนุนจากดีลสันติภาพ มุมมองล่าสุดจาก Barclays และ Citi พร้อมข้อควรระวัง" คืออะไร ทองคำดีดตัวเหนือ $4,350 หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทองคำดีดตัวเหนือ $4,350 หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย Barclays และ Citi ต่างออกบทวิเคราะห์เชิงบวกในช่วงวันที่ 15 16 มิถุนายน โดยคงหรือปรับเพิ่มเป้าหมายระยะสั้น พร้อมทั้งเตือนถึงการตัดสินใจของเฟดที่กำลังจะมาถึงและความเสี่ยงด้านการดำเนินการตามข้อตกลง
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ปัจจัยหนุนสำคัญเบื้องหลังการปรับตัวขึ้นเหนือ $4,350: ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่านที่ประกาศเมื่อ 15 มิ.ย., การผ่อนคลายความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด, ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และอุปสงค์เชิงโครงสร้างจากการซื้อ...
การผ่อนคลายความคาดหวังในการขึ้นดอกเบี้ย
การลดลงของราคาน้ำมันทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลดต่ำลง ตลาดจึงปรับลดความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมลง จากประมาณ 70% มาอยู่ที่ 58% อ้างอิงจากเครื่องมือ CME FedWatch การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงนี้ จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar Index) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 100 จุด ซึ่งลดลงประมาณ 8% เมื่อเทียบกับต้นปี นับเป็นแรงหนุนที่ต่อเนื่องและมีเสถียรภาพสำหรับราคาทองคำ
แรงซื้อจากธนาคารกลางและอุปสงค์เชิงโครงสร้าง
ฉากหลังเชิงโครงสร้างของตลาดทองคำยังรวมถึงการที่ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้ากระจายความเสี่ยงออกจากเงินสำรองสกุลเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) พบว่าธนาคารกลางมากถึง 45% มีแผนที่จะเพิ่มการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์
มุมมองและเป้าหมายราคาล่าสุดจาก Barclays Barclays ประเมินมูลค่ายุติธรรมของทองคำไว้ที่ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคาปัจจุบันที่เข้าใกล้ระดับนี้ทำให้อัตราผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยง (Risk-Reward) ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับการกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ธนาคารยังคงเป้าหมายราคาทองคำสำหรับปี 2026 ไว้ที่ 4,791 ดอลลาร์ และสำหรับปี 2027 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างยังคงแข็งแกร่ง
Barclays ระบุว่าแรงสนับสนุนหลักยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงในระดับหนึ่ง (โดยทุกๆ การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ 1 เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มมูลค่าทองคำประมาณ 5%) ความไม่แน่นอนทางนโยบาย และการที่ธนาคารกลางซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยมองว่าการเทขายก่อนหน้านี้เป็นเพียง "การรีเซ็ตสถานะการลงทุน ไม่ใช่การแตกหักของแนวโน้มขาขึ้นเชิงโครงสร้าง"
อย่างไรก็ตาม Barclays ก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงในระยะสั้น (mark-to-market risk) ต่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตัวแปรสำคัญในระยะสั้นคือกรอบสันติภาพจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงอย่างยั่งยืนหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางรัสเซียและตุรกีเทขายทองคำเพื่อพยุงค่าเงินของตัวเอง ซึ่ง Barclays มองว่าปัจจัยนี้ไม่น่าจะยืดเยื้อ
มุมมองและเป้าหมายราคาล่าสุดจาก Citi เหตุผลของ Citi คือ การที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเป็นปกติจะช่วยปรับปรุงความเชื่อมั่นด้านความเสี่ยงในวงกว้างให้ดีขึ้น บันทึกความเข้าใจ (MoU) นี้จะช่วยลดค่าความเสี่ยง (risk premium) ที่เคยฝังอยู่ในราคาทองคำลง
ในแง่ข้อควรระวัง Citi เตือนถึง "ความผันผวนที่มีนัยสำคัญ" ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่าตลาดกำลังตอบรับต่อการมีอยู่ของ MoU แต่ยังไม่ได้ประเมินมูลค่าสำหรับข้อตกลงระยะกลางที่จะรับประกันการไหลเวียนของน้ำมันอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่า หากมีการบรรลุข้อตกลงถาวรได้จริง ก็จะยังมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นได้อีก
ข้อควรระวังร่วมกันเกี่ยวกับการตัดสินใจของเฟดและความเสี่ยงด้านการปฏิบัติ
การตัดสินใจของเฟดที่กำลังจะมาถึง (17-18 มิถุนายน) นี่จะเป็นการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟดคนใหม่ หากผลการประชุมออกมาในทิศทางที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (hawkish surprise) ก็อาจจะลบล้างการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนและค่าเงินดอลลาร์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ความเสี่ยงในการปฏิบัติตามข้อตกลง MoU ชั่วคราวนี้เป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น โดยทั้งสองประเทศระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงถาวรยังต้องอยู่ภายใต้การเจรจา Barclays มองว่าการอ่อนค่าลงอย่างยั่งยืนของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนนั้นขึ้นอยู่กับว่ากรอบสันติภาพนี้จะมีความมั่นคงหรือไม่ ขณะที่ Citi ประเมินความน่าจะเป็นไว้อย่างชัดเจนที่ 60% สำหรับกรณีฐานที่การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับเป็นปกติภายในกลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม
ความอ่อนไหวต่อเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าข้อตกลงนี้จะช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แต่ภาวะเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ที่ยังคงอยู่ อาจบังคับให้เฟดต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดต่อการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
Precious Metals Fall to Start June
การผ่อนคลายความคาดหวังในการขึ้นดอกเบี้ย
การลดลงของราคาน้ำมันทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลดต่ำลง ตลาดจึงปรับลดความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมลง จากประมาณ 70% มาอยู่ที่ 58% อ้างอิงจากเครื่องมือ CME FedWatch การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงนี้ จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar Index) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 100 จุด ซึ่งลดลงประมาณ 8% เมื่อเทียบกับต้นปี นับเป็นแรงหนุนที่ต่อเนื่องและมีเสถียรภาพสำหรับราคาทองคำ
แรงซื้อจากธนาคารกลางและอุปสงค์เชิงโครงสร้าง
ฉากหลังเชิงโครงสร้างของตลาดทองคำยังรวมถึงการที่ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้ากระจายความเสี่ยงออกจากเงินสำรองสกุลเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) พบว่าธนาคารกลางมากถึง 45% มีแผนที่จะเพิ่มการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์
มุมมองและเป้าหมายราคาล่าสุดจาก Barclays Barclays ประเมินมูลค่ายุติธรรมของทองคำไว้ที่ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคาปัจจุบันที่เข้าใกล้ระดับนี้ทำให้อัตราผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยง (Risk-Reward) ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับการกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ธนาคารยังคงเป้าหมายราคาทองคำสำหรับปี 2026 ไว้ที่ 4,791 ดอลลาร์ และสำหรับปี 2027 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างยังคงแข็งแกร่ง
Barclays ระบุว่าแรงสนับสนุนหลักยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงในระดับหนึ่ง (โดยทุกๆ การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ 1 เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มมูลค่าทองคำประมาณ 5%) ความไม่แน่นอนทางนโยบาย และการที่ธนาคารกลางซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยมองว่าการเทขายก่อนหน้านี้เป็นเพียง "การรีเซ็ตสถานะการลงทุน ไม่ใช่การแตกหักของแนวโน้มขาขึ้นเชิงโครงสร้าง"
อย่างไรก็ตาม Barclays ก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงในระยะสั้น (mark-to-market risk) ต่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตัวแปรสำคัญในระยะสั้นคือกรอบสันติภาพจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงอย่างยั่งยืนหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางรัสเซียและตุรกีเทขายทองคำเพื่อพยุงค่าเงินของตัวเอง ซึ่ง Barclays มองว่าปัจจัยนี้ไม่น่าจะยืดเยื้อ
มุมมองและเป้าหมายราคาล่าสุดจาก Citi เหตุผลของ Citi คือ การที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเป็นปกติจะช่วยปรับปรุงความเชื่อมั่นด้านความเสี่ยงในวงกว้างให้ดีขึ้น บันทึกความเข้าใจ (MoU) นี้จะช่วยลดค่าความเสี่ยง (risk premium) ที่เคยฝังอยู่ในราคาทองคำลง
ในแง่ข้อควรระวัง Citi เตือนถึง "ความผันผวนที่มีนัยสำคัญ" ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่าตลาดกำลังตอบรับต่อการมีอยู่ของ MoU แต่ยังไม่ได้ประเมินมูลค่าสำหรับข้อตกลงระยะกลางที่จะรับประกันการไหลเวียนของน้ำมันอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่า หากมีการบรรลุข้อตกลงถาวรได้จริง ก็จะยังมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นได้อีก
ข้อควรระวังร่วมกันเกี่ยวกับการตัดสินใจของเฟดและความเสี่ยงด้านการปฏิบัติ
การตัดสินใจของเฟดที่กำลังจะมาถึง (17-18 มิถุนายน) นี่จะเป็นการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟดคนใหม่ หากผลการประชุมออกมาในทิศทางที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (hawkish surprise) ก็อาจจะลบล้างการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนและค่าเงินดอลลาร์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ความเสี่ยงในการปฏิบัติตามข้อตกลง MoU ชั่วคราวนี้เป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น โดยทั้งสองประเทศระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงถาวรยังต้องอยู่ภายใต้การเจรจา Barclays มองว่าการอ่อนค่าลงอย่างยั่งยืนของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนนั้นขึ้นอยู่กับว่ากรอบสันติภาพนี้จะมีความมั่นคงหรือไม่ ขณะที่ Citi ประเมินความน่าจะเป็นไว้อย่างชัดเจนที่ 60% สำหรับกรณีฐานที่การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับเป็นปกติภายในกลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม
ความอ่อนไหวต่อเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าข้อตกลงนี้จะช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แต่ภาวะเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ที่ยังคงอยู่ อาจบังคับให้เฟดต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดต่อการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
Precious Metals Fall to Start June