รัสเซียทุ่มงบประมาณราว 50 ล้านบาทต่อระบบสำหรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ 'Volna Kupol Garant' เพื่อรบกวน Starlink แต่ข้อจำกัดทางเทคนิคที่สำคัญคือมันสามารถรบกวนดาวเทียมได้เพียงครั้งละหนึ่งดวงเท่านั้น ท่ามกลางกลุ่มด... การกลับมาทุ่มงบกับระบบรบกวนครั้งนี้เป็นการตอบสนองโดยตรงหลังจากรัสเซียถูกตัดการเข้าถึง Starlink อ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the nature and current status of Russia's renewed Starlink-jamming campaign against Ukraine, including the jamming system's specific. Article summary: I have strong evidence coverage for the jamming campaign, the SpaceX terminal shutdown, and Putin's satellite ambitions. I was unable to search for India's Starlink freeze and Ukrainian long-range strikes due to search b. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Starlink has started to crack down on that use, initially imposing a speed limit of 75km/h over Ukraine to limit use of the system in Russian" source context "Is Starlink still the un-jammable panacea many had thought? – Resilience Media" Reference image 2: visual subject "Starlink has largely replaced encr
ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026 กองกำลังยูเครนตรวจพบระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ของรัสเซีย ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรบกวนการเชื่อมต่อสัญญาณผ่านดาวเทียม Starlink ที่กลายเป็นเทคโนโลยีขาดไม่ได้สำหรับปฏิบัติการโดรนของทั้งสองฝ่ายในสงครามนี้ ระบบดังกล่าวเป็นรถบรรทุกเคลื่อนที่ที่เรียกว่า "Volna Kupol Garant" (แปลได้ว่า 'ผู้คุ้มครองโดมคลื่น') และนี่คือความพยายามครั้งสำคัญที่สุดของรัสเซียในการทำลายระบบอินเทอร์เน็ตในสนามรบของยูเครน แต่มันกลับมีจุดอ่อนที่ร้ายแรงถึงชีวิต
ตัวระบบมีราคาสูงถึงประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 50 ล้านบาท) ต่อหนึ่งหน่วย แต่ข้อจำกัดทางเทคนิคคือมันสามารถรบกวนดาวเทียม Starlink ได้เพียง ครั้งละหนึ่งดวงเท่านั้น เมื่อพิจารณาว่ากลุ่มดาวเทียมของ SpaceX มีหลายพันดวงโคจรเหนือศีรษะอยู่ตลอดเวลา ข้อจำกัดนี้จึงลดทอนคุณค่าในการปฏิบัติการลงอย่างรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญทางทหารของยูเครน เซอร์ฮี "แฟลช" เบสเกรสต์นอฟ ที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม เป็นคนแรกที่เปิดเผยรายละเอียดความสามารถและข้อจำกัดของระบบนี้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026
รัสเซียเริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีรบกวน Starlink ตั้งแต่วันแรก ๆ ของการรุกรานเต็มรูปแบบ เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ครั้งแรกที่สุดเกิดขึ้นในปี 2023 บนแนวรบคาร์กิฟ แต่กองกำลังยูเครนก็ตรวจพบและทำลายระบบดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว
ต่อมามีการใช้ระบบประจำที่ที่ซับซ้อนกว่าที่เรียกว่า Tobol (14Ts227) ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องดาวเทียมของรัสเซียเอง แต่ถูกนำมาปรับใช้เพื่อการรบกวนสัญญาณเชิงรุก -- เอกสารหลุดของเพนตากอนระบุว่ามันถูกใช้เพื่อรบกวนสัญญาณ Starlink เหนือภาคตะวันออกของยูเครน
อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีการใช้งานในวงกว้างมาก่อนจนกระทั่งแคมเปญ "Volna Kupol Garant" ในปัจจุบัน ซึ่งจังหวะเวลานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลังจากที่ SpaceX ตัดการเชื่อมต่อเทอร์มินัล Starlink ผิดกฎหมายหลายพันเครื่องของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ปฏิบัติการโดรนของมอสโกก็ตกอยู่ในความโกลาหล เมื่อไม่สามารถใช้เครือข่ายได้อย่างน่าเชื่อถือ รัสเซียจึงเปลี่ยนมาทำลายการเข้าถึงของยูเครนแทน
การเริ่มแคมเปญใหม่นี้ต้องถูกทำความเข้าใจในบริบทที่รัสเซียเคยประสบความสำเร็จในการนำ Starlink มาใช้เป็นอาวุธมาก่อน ภายในเดือนมกราคม 2026 กองกำลังรัสเซียได้เริ่มติดตั้งเทอร์มินัล Starlink บนโดรนโจมตีทั้งทางยุทธวิธีและพิสัยไกล รวมถึงอาวุธบรรจุระเบิดแบบลอยตัวสไตล์ Shahed ซึ่งขยายพิสัยการโจมตีอย่างมาก และทำให้พวกมันต้านทานต่อสงครามอิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมของยูเครนได้ ลำคลื่นแคบในย่าน Ku/Ka-band ของ Starlink นั้นรบกวนได้ยากโดยธรรมชาติ ซึ่งนั่นทำให้รัสเซียมีความได้เปรียบเชิงอสมมาตรอย่างมีนัยสำคัญ -- จนกระทั่ง SpaceX ตัดสินใจ 'ดึงปลั๊ก'
การตอบสนองของยูเครนมีสองแนวทาง เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 หน่วยความมั่นคงยูเครน (SSU) และกองบินทหารอากาศสามารถระบุตำแหน่งและทำลายกลุ่มรถบรรทุกสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียที่ถูกส่งมาประจำการเพื่อรบกวนสัญญาณ Starlink และ GPS โดยเฉพาะ การทำลายทางกายภาพยังคงเป็นมาตรการตอบโต้ที่น่าเชื่อถือที่สุด
อย่างไรก็ตาม การป้องกันเชิงลึกนั้นถูกวิศวกรรมขึ้นโดยความร่วมมือกับ SpaceX กระทรวงกลาโหมยูเครนทำงานร่วมกับ SpaceX เพื่อใช้ระบบไวท์ลิสต์ที่เข้มงวด: เทอร์มินัล Starlink ใด ๆ ที่ตรวจพบว่าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (56 ไมล์ต่อชั่วโมง) จะถูกบล็อกโดยอัตโนมัติ และเทอร์มินัลทั้งหมดต้องผ่านการยืนยันตัวตนบนรายชื่อที่อัปเดตทุก 24 ชั่วโมง ยูเครนยังได้ปฏิบัติการลวงทางไซเบอร์ของตนเองเพื่อระบุและปิดการใช้งานเทอร์มินัลที่กองกำลังรัสเซียใช้อย่างผิดกฎหมาย
ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในการแย่งชิง Starlink ไม่ใช่ระบบรบกวนสัญญาณ แต่เป็นการอัปเดตซอฟต์แวร์ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 SpaceX ได้บล็อกเทอร์มินัล Starlink ทุกเครื่องที่ปฏิบัติการในยูเครนซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อไวท์ลิสต์ที่รัฐบาลยูเครนควบคุม การดำเนินการนี้เป็นไปตามคำร้องขอโดยตรงจากเคียฟ หลังจากมีหลักฐานหลายเดือนที่แสดงให้เห็นว่ากองกำลังรัสเซียติดตั้งเทอร์มินัลบนโดรนโจมตี และใช้มันเพื่อเลี่ยงผ่านระบบป้องกันอิเล็กทรอนิกส์ของยูเครน
อีลอน มัสก์ ประกาศว่า "ดูเหมือนว่าขั้นตอนในการหยุดไม่ให้รัสเซียใช้ Starlink จะได้ผลแล้ว" เทอร์มินัลหลายพันเครื่อง -- ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาผ่านประเทศที่สามเช่นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้จะมีการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก -- ถูกตัดขาดจากการใช้งานในพริบตาเดียว
ผลกระทบทางทหารเกิดขึ้นทันทีและวัดผลได้ รายงานการประเมินความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ที่จัดเตรียมให้สภาคองเกรสยืนยันว่า ยูเครนสามารถยึดดินแดนคืนได้ประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร ระหว่างการรุกโต้ตอบครั้งต่อมา โดยระบุว่าเป็นผลโดยตรงจากการเสื่อมสภาพชั่วคราวของขีดความสามารถของรัสเซีย หลังจากที่ Starlink ถูกปิดการใช้งาน เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียคนหนึ่งยอมรับในโทรทัศน์ของรัฐว่า ระบบ Starlink ใช้งานไม่ได้มาเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว แม้จะอ้างว่าปฏิบัติการโดรนไม่ได้ลดลงก็ตาม
การประเมินจากภายนอกไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยระบุถึงความโกลาหลทางการสื่อสารและการแย่งกันหาสิ่งทดแทนอย่างเร่งด่วน
การสูญเสียการเข้าถึง Starlink ได้เปิดโปงจุดอ่อนที่สำคัญ และการตอบสนองของมอสโกกำลังเกิดขึ้นในวงโคจร เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้ประกาศว่า รัสเซียกำลังพัฒนาระบบที่ใช้ดาวเทียมเพื่อควบคุมโดรนรบ โดยระบุว่ามันคือระบบในประเทศที่เลียนแบบเครือข่ายของ SpaceX อย่างชัดเจน
ระบบดังกล่าวเป็นที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวางว่า คือกลุ่มดาวเทียมสื่อสาร Rassvet ที่พัฒนาโดย Bureau 1440 ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนด้านอวกาศของรัสเซีย ปูตินอ้างว่า ดาวเทียมดวงแรกที่สามารถปฏิบัติภารกิจนี้ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2023 และทำงานต่อเนื่องมาถึงปี 2024–2025
ดมิทรี บาคานอฟ ซีอีโอของ Roscosmos ระบุในเดือนมกราคม 2026 ว่าระบบนี้จะถูกสาธิตให้ปูตินดู และเน้นย้ำความสามารถในการควบคุมโดรน "นอกพื้นที่ที่เครือข่ายภาคพื้นดินเข้าถึง"
แผนการนี้ทะเยอทะยาน: Roscosmos ได้วางโครงร่างกลุ่มดาวเทียมที่มีถึง 886 ลำเพื่อสนับสนุนเครือข่าย Rassvet ควบคู่ไปกับแผนการผลิตสถานีสื่อสารบรอดแบนด์สำหรับโดรนมากถึง 200,000 เครื่อง ปูตินอ้างว่าระบบนี้จะเทียบเท่าหรือเหนือกว่า Starlink ในบางด้าน แม้ว่าการตรวจสอบที่เป็นอิสระจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา
อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของปูตินเผยให้เห็นถึงการคำนวณทางยุทธศาสตร์ที่แท้จริง: รัสเซียไม่สามารถสู้รบในสงครามโดรนสมัยใหม่โดยพึ่งพาเครือข่ายที่ศัตรูควบคุมได้ โครงการ Rassvet เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อการปิดระบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมอสโกในการบรรลุอิสรภาพในการควบคุมโดรนผ่านดาวเทียม -- แม้ว่าเส้นเวลาจะยังคงนับเป็นปีมากกว่าเป็นเดือนก็ตาม
ภายใต้บริบทนี้ แคมเปญรบกวนสัญญาณ "Volna Kupol Garant" คือมาตรการชั่วคราว: ความพยายามที่แพงและจำกัดทางเทคนิคเพื่อลดทอนสิ่งที่รัสเซียยังไม่สามารถสร้างทดแทนได้ แต่ในสงครามที่การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการปฏิบัติการ การแข่งขันที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดินอีกต่อไปแล้ว -- มันอยู่ในวงโคจร และในรหัสคำสั่งที่กำหนดว่าใครจะได้เป็นผู้เชื่อมต่อ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รัสเซียทุ่มงบประมาณราว 50 ล้านบาทต่อระบบสำหรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ 'Volna Kupol Garant' เพื่อรบกวน Starlink แต่ข้อจำกัดทางเทคนิคที่สำคัญคือมันสามารถรบกวนดาวเทียมได้เพียงครั้งละหนึ่งดวงเท่านั้น ท่ามกลางกลุ่มด...
รัสเซียทุ่มงบประมาณราว 50 ล้านบาทต่อระบบสำหรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ 'Volna Kupol Garant' เพื่อรบกวน Starlink แต่ข้อจำกัดทางเทคนิคที่สำคัญคือมันสามารถรบกวนดาวเทียมได้เพียงครั้งละหนึ่งดวงเท่านั้น ท่ามกลางกลุ่มด... การกลับมาทุ่มงบกับระบบรบกวนครั้งนี้เป็นการตอบสนองโดยตรงหลังจากรัสเซียถูกตัดการเข้าถึง Starlink อย่างผิดกฎหมาย หลัง SpaceX เริ่มใช้ระบบไวท์ลิสต์ที่รัฐบาลเคียฟควบคุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026
เมื่อ Starlink ถูกตัดขาด ประธานาธิบดีปูตินเร่งเดินหน้าโครงการดาวเทียม 'Rassvet' โดย Bureau 1440 โดยอ้างว่าจะเทียบเท่าหรือเหนือกว่า Starlink แต่ระบบดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพร้อมรบได้จริง
Loading comments...
Comments
0 comments