ChatGPT เสียแชมป์ตลาด AI Assistant โลกเมื่อจำนวนผู้ใช้งานจริงลดลงต่ำกว่า 50% ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2026 ก่อนจะลดลงเหลือ 46% ในเดือนพฤษภาคม เพราะผู้ใช้หันไปใช้ Gemini และ Claude มากขึ้น [1][2][8] แม้สัดส่วนการตลาดจะหดหาย แต่ ChatGPT ยังคงเป็นเบอร์หนึ่ง ด้วยยอดผู้ใช้ทะลุ 1,000 ล้านรายต่อเดือน ทำรายได้ต่อปีกว่า 2.5 หมื...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Based on Sensor Tower's State of AI 2026 report, what caused ChatGPT's market share to fall below 50% for the first time, how do its competi. Article summary: Here is a comprehensive answer based on the available evidence.. Topic tags: general, general web, news, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# ChatGPT's market share falls below 50% for the first time. ChatGPT's share of the global AI assistant market has dipped below 50% for the first time since its launch, as growing" source context "ChatGPT's market share falls below 50% for the first time" Reference image 2: visual subject "OpenAI’s ChatGPT, still the clear leader among AI chatbots, has lost a chunk of its market share in terms of global app downloads over the past year as fast-growing competito
ยุคที่ ChatGPT ครองตลาดผู้ช่วยเอไอ (AI Assistant) แบบแทบจะเบ็ดเสร็จได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว ตามรายงาน State of AI 2026 จากบริษัทวิเคราะห์ตลาด Sensor Tower ระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดจาก "จำนวนผู้ใช้งานจริง" (True Audience) ทั่วโลก ซึ่งเป็นเมตริกนับผู้ใช้งานแบบไม่ซ้ำกันทั้งบนแอปมือถือและเว็บไซต์ ได้หล่นลงมาต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรก
การเสื่อมถอยนี้เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 และลดลงไปถึง 46% ภายในเดือนพฤษภาคม แต่นี่ไม่ใช่เรื่องราวที่ ChatGPT กำลังหดตัว แต่เป็นเรื่องราวของตลาดที่กำลังระเบิดตัวขึ้นรอบตัวมัน ในขณะที่แชทบอทยอดนิยมมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านคน คลื่นของคู่แข่งที่ทรงพลังกลับเติบโตเร็วกว่า กระจายฐานผู้ใช้ที่ครั้งหนึ่งเคยมีทางเลือกน้อยนิดออกไป
มีสามพลังสำคัญที่กำลังปรับโฉมหน้าภูมิทัศน์การแข่งขันและกัดเซาะความเป็นผู้นำของ OpenAI
นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มใช้งานผู้ช่วยเอไอหลายตัวสลับไปมา รายงานเน้นว่าผู้คนใช้เวลาไปกับ ChatGPT, Google Gemini, Claude จาก Anthropic และ Grok จาก xAI อย่างต่อเนื่อง การแตกกระจายนี้หมายความว่า แม้จำนวนผู้ใช้รวมของ ChatGPT จะยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนแบ่งของมันในภาพรวมกลับลดลง
อัตราการเติบโตของคู่แข่งของ ChatGPT อยู่ในระดับที่เหลือเชื่อ Google Gemini เพิ่มส่วนแบ่งตลาดของตัวเองขึ้นถึงสี่เท่าในช่วงเวลาเพียงสิบสองเดือน ส่วน Claude จาก Anthropic มีส่วนแบ่ง "จำนวนผู้ใช้งานจริง" ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า จาก 5% ในเดือนธันวาคม 2025 เป็น 14% ภายในเดือนพฤษภาคม 2026
ด้าน Perplexity ก็แซง Microsoft Copilot ขึ้นเป็นอันดับ 3 ในด้านการเข้าชมจากเว็บไซต์อ้างอิงทั่วโลก
ตลาดผู้ช่วยเอไอกำลังเติบโตทั่วทุกด้าน ระยะเวลารวมที่ผู้คนใช้บนแอปเจเนอเรทีฟเอไอคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ChatGPT ยังคงมีผู้ใช้และรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตราการเติบโตของมันช้ากว่าค่าเฉลี่ยของตลาด นำไปสู่การลดลงของส่วนแบ่งตลาดตามธรรมชาติ โดย Sensor Tower ระบุว่า รายได้บนมือถือของ ChatGPT เติบโตเพียงเล็กน้อยที่ +4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในไตรมาสแรกของปี 2026 ในขณะที่ Claude (+235%), Gemini (+119%) และ Grok (+103%) เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ณ เดือนพฤษภาคม 2026 ภูมิทัศน์การแข่งขันแสดงให้เห็นถึงสามอันดับแรกที่ครองตลาดอย่างชัดเจน และรวมกันแล้วมีสัดส่วนการมีส่วนร่วม (Engagement) ในตลาดผู้ช่วยเอไอราว 90% แต่พลวัตภายในกลุ่มนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ChatGPT ยังคงนำอยู่ห่างๆ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) ที่ประเมินไว้ 11,000 ล้านราย แต่ Gemini พุ่งขึ้นไปถึง 6,600 ล้านราย และ Claude ก็ตามมาที่ 2,450 ล้านราย การแบ่งส่วนแบ่งตลาดให้ภาพการแข่งขันที่ชัดเจน
:
ถึงแม้ DeepSeek จะมีส่วนแบ่งน้อยกว่าในการวัดผลแบบนี้ ข้อมูลอื่นๆ ของ Sensor Tower เน้นย้ำถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มนี้ โดยระบุว่า ChatGPT, Gemini และ DeepSeek สามเจ้านี้ร่วมกันครองสัดส่วนระยะเวลาการใช้งานบนแอป AI Assistant เกือบ 90%
แม้จะเสียส่วนแบ่งตลาด ทุกเมตริกของ ChatGPT ก็ยังคงสูงลิบและผ่านหลักชัยทางประวัติศาสตร์มาหลายครั้ง ย้ำสถานะแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ ChatGPT ยังตอกย้ำตำแหน่งเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยเพิ่มจำนวนการเข้าชมขึ้น 60,000 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้
บางทีเมตริกที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องของขนาด แต่เป็นเรื่องของการสร้างรายได้ ข้อมูลจาก Sensor Tower แสดงให้เห็นว่า Claude จาก Anthropic สามารถเปลี่ยนผู้ใช้ให้เป็นลูกค้าที่เสียเงินและสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ดีกว่ามาก
ช่องว่าง "คุณภาพรายได้" นี้เป็นจุดอ่อนทางกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับ ChatGPT โดยเฉพาะเมื่อฐานผู้ใช้ของมันพองโตขึ้นจากผู้ใช้แบบฟรี โดยมีสมาชิกที่เสียเงินเพียงประมาณ 5% จากจำนวนผู้ใช้ราว 1,000 ล้านรายต่อเดือนเท่านั้น ในทางกลับกัน ฐานผู้ใช้ที่เล็กกว่าแต่สร้างรายได้ดีกว่าของ Claude กลายเป็นเรื่องราวที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่มุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ มากกว่าขนาดที่ยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว
พลวัตการแข่งขันเหล่านี้กำลังคลี่คลายท่ามกลางฉากหลังของการแข่งขัน IPO ที่ทุกคนจับตามองที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างยื่นเอกสาร S-1 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) แบบเป็นความลับ ห่างกันเพียงไม่กี่วันในเดือนมิถุนายน 2026
ในวันที่ 8 มิถุนายน 2026 OpenAI ได้ยื่นเอกสาร S-1 เป็นความลับต่อ SEC โดยมี Goldman Sachs และ Morgan Stanley เป็นผู้นำในการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ บริษัทได้ออกมายอมรับการยื่นเรื่องนี้ล่วงหน้า โดยระบุ "ยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องช่วงเวลา" และการเปิดตัวสู่ตลาดหลักทรัพย์ "อาจจะยังอีกสักพัก" ทว่าการคาดการณ์ในตลาดชี้ไปที่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2026 ไปจนถึงปี 2027
มูลค่าเป้าหมายในการระดมทุนสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากมูลค่าบริษัทในการระดมทุนรอบนอกตลาดครั้งล่าสุดที่ 852,000 ล้านดอลลาร์ เรื่องราว IPO ของ OpenAI ต้องพึ่งพาขนาดที่ไร้เทียมทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งผู้ใช้ 1,000 ล้านราย รายได้ 25,000 ล้านดอลลาร์ และสมาชิกเสียเงิน 50 ล้านราย
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนั้นมาพร้อมกับเครื่องหมายดอกจันใหม่ การลดลงของส่วนแบ่งตลาด การเติบโตที่ช้าลง และการแข่งขันที่ดุเดือด ได้นำมาซึ่งความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทต้องทำให้นักลงทุนในตลาดสาธารณะเชื่อมั่นว่ามันจะสามารถรักษาวิถีรายได้ของตัวเองได้ แม้ตลาดจะแตกกระจายไปเรื่อยๆ
Anthropic ชนะ OpenAI ในการยื่นเรื่องต่อ SEC ไปก่อนหน้าหนึ่งสัปดาห์เต็ม โดยประกาศการยื่นร่างเอกสาร S-1 อันเป็นความลับในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยมี Wilson Sonsini เป็นที่ปรึกษากฎหมาย ช่วงเวลาของการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการตรวจสอบของ SEC แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
การคาดการณ์มูลค่าของ Anthropic มีตั้งแต่ 380,000 ล้านดอลลาร์ในการพูดคุยช่วงแรก ไปจนถึงสูงถึง 965,000 ล้านดอลลาร์ จากรอบการระดมทุนล่าสุด แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยเป้าหมายอย่างเป็นทางการ
การนำเสนอขายของ Anthropic ในรอบ IPO นี้ ถือเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อเรื่องราวที่เน้นเรื่องขนาดของ OpenAI โดยสามารถนำเสนอตัวเองในฐานะทางเลือกแห่ง "การเติบโตคุณภาพสูง" ได้แก่ การชนะใจองค์กรในการสำรวจถึง 70% ในขณะที่มีส่วนแบ่งการเข้าชมเว็บไซต์เพียง 2-3% หรือการสร้างรายได้ต่อผู้ใช้ที่มากกว่า และการเติบโตของรายได้ที่เร็วกว่าถึงสามเท่า การระดมทุนรอบล่าสุดของ Anthropic ปิดที่มูลค่ากิจการ 965,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้มันอยู่ในระดับเดียวกับ OpenAI
การยื่นไฟล์ IPO ในเวลาไล่เลี่ยกันและข้อมูลส่วนแบ่งตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ได้ชี้ให้เห็นถึงทางแยกของเส้นทางการลงทุนในเอไอ ตลาดกำลังตีมูลค่าสองวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันไปพร้อมๆ กัน
วิสัยทัศน์ของ OpenAI คือการมีอยู่ทั่วไปทั่วโลก—แพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคที่ให้บริการคนกว่าพันล้านคนต่อเดือน กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานอีกชั้นหนึ่งของอินเทอร์เน็ต ความเสี่ยงคือมันอาจกลายเป็นสาธารณูปโภคที่มีกำไรต่ำ แต่มีปริมาณสูง ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจแบบโฆษณา โดยมีผู้ใช้ที่จ่ายเงินเพียง 5%
วิสัยทัศน์ของ Anthropic คือความล้ำลึกที่ทำกำไรได้—เครื่องมือสำหรับธุรกิจและผู้ใช้ระดับสูงที่ยินดีจ่ายราคาพิเศษเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ความเสี่ยงคือคูเมืองขององค์กรที่แคบนี้อาจถูกทำลาย หาก OpenAI หรือ Google พัฒนาข้อเสนอสำหรับองค์กรของตนให้ดีขึ้น
มูลค่ารวมของไปป์ไลน์การเสนอขายหุ้น IPO ของเหล่าบริษัทเอไอ ซึ่งรวมถึง OpenAI, Anthropic และ SpaceX ตอนนี้อยู่ที่ราวๆ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างการแข่งขันเพื่อชิงเงินลงทุนอย่างไม่เคยมีมาก่อน การนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (Roadshow) ของแต่ละบริษัทจะเป็นเหมือนการออกเสียงประชามติแบบเรียลไทม์ว่า สุดท้ายแล้วตลาดสาธารณะจะมองว่าวิสัยทัศน์ไหนน่าสนใจกว่ากัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ChatGPT เสียแชมป์ตลาด AI Assistant โลกเมื่อจำนวนผู้ใช้งานจริงลดลงต่ำกว่า 50% ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2026 ก่อนจะลดลงเหลือ 46% ในเดือนพฤษภาคม เพราะผู้ใช้หันไปใช้ Gemini และ Claude มากขึ้น [1][2][8]
ChatGPT เสียแชมป์ตลาด AI Assistant โลกเมื่อจำนวนผู้ใช้งานจริงลดลงต่ำกว่า 50% ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2026 ก่อนจะลดลงเหลือ 46% ในเดือนพฤษภาคม เพราะผู้ใช้หันไปใช้ Gemini และ Claude มากขึ้น [1][2][8] แม้สัดส่วนการตลาดจะหดหาย แต่ ChatGPT ยังคงเป็นเบอร์หนึ่ง ด้วยยอดผู้ใช้ทะลุ 1,000 ล้านรายต่อเดือน ทำรายได้ต่อปีกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีสมาชิกจ่ายเงิน 50 ล้านราย [2][48][59]
ศึก IPO กำลังร้อนแรง เมื่อ OpenAI และ Anthropic ต่างยื่นเอกสาร S 1 ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ แบบเป็นความลับในเดือนมิถุนายน 2026 ตอกย้ำการแข่งขันที่วัดกันด้วยเรื่องราวการเติบโตที่แตกต่าง: ปริมาณผู้ใช้มหาศาลของ OpenAI สู้กับคุณ...
Loading comments...
Comments
0 comments