คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What major constitutional amendment did Hungary's parliament pass that bars Viktor Orbán from returning as prime minister, what were its key. Article summary: On **June 15, 2026**, Hungary's parliament passed the **16th amendment to the Fundamental Law** (the constitution), effectively barring Viktor Orbán from ever returning as prime minister. It passed 135–50 with 6 abstenti. Topic tags: general, news, general web, user generated, education. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Péter Magyar has repeatedly promised to bring in term limits, describing them as part of a wider push to restore Hungary’s democratic checks and balances. Péter Magyar’s draft amen" source context "Hungary to limit PMs to eight years in office, warding off any Orbán ..." Reference image 2: visual
เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฮังการีได้ลงมติปิดฉากยุคแห่งอำนาจที่ไม่สิ้นสุดของนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 135 เสียง ไม่เห็นชอบ 50 เสียง และงดออกเสียง 6 เสียง รัฐสภาได้รับรองการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นชุดการเปลี่ยนแปลงทางรัฐธรรมนูญที่จะสกัดกั้นอดีตนายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน มิให้หวนคืนสู่ตำแหน่งได้อีกอย่างถาวร การลงมติครั้งนี้นำโดยรัฐบาลพรรคทิสซาของนายปีเตอร์ มัดยาร์ ซึ่งทำตามคำมั่นสัญญาหลักที่ให้ไว้กับประชาชนในการหาเสียงว่าจะป้องกันสิ่งที่มัดยาร์เรียกว่า “การไถลสู่อำนาจนิยมอีกครั้ง”
หัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือเพดานการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เคร่งครัด ห้ามบุคคลใดดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี หรือคิดเป็น 2 วาระ วาระละ 4 ปี ตัวบทกฎหมายนี้มีผลย้อนหลังครอบคลุมการดำรงตำแหน่งทั้งหมดนับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 1990 และระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ใครก็ตามที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมแล้วถึง 8 ปี “ไม่สามารถได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีได้”
วิคเตอร์ ออร์บาน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมารวมประมาณ 20 ปี ตลอด 5 สมัย ซึ่งรวมถึงการดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 4 สมัยตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2026 ภายใต้กฎใหม่นี้ เขาจึงหมดคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ปีเตอร์ มัดยาร์ ผู้ผลักดันกฎนี้เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จะจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของเขาเองไว้ที่ไม่เกิน 8 ปี
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรทัดฐานทางประชาธิปไตยที่ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ผู้ที่เขียนมันขึ้นมา
ร่างแก้ไขนี้ถูกเสนอเข้าสู่รัฐสภาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 หรือเพียงเดือนเศษหลังจากพรรคทิสซาของมัดยาร์ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นเกินสองในสามในการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน มัดยาร์หาเสียงเรื่องการจำกัดวาระมาโดยตลอด โดยชี้ว่าการไม่มีกำหนดวาระคือเส้นทางตรงสู่การรวมศูนย์อำนาจและการกัดกร่อนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย
นอกเหนือจากการจำกัดวาระนายกฯ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 16 ยังได้ลบล้างฐานทางกฎหมายของ “สำนักงานคุ้มครองอธิปไตย” (Szuverenitásvédelmi Hivatal - SPO) ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองอธิปไตย ปี 2023 และมีอำนาจกว้างขวางในการสืบสวนบุคคลและองค์กรที่ถูกมองว่ารับใช้ผลประโยชน์ต่างชาติ
ในร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคทิสซาควบคู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุว่า “สำนักงานคุ้มครองอธิปไตยไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่สาธารณะอย่างแท้จริง และการจัดตั้งมีขึ้นเพื่อเจตนาและผลประโยชน์ทางการเมืองล้วนๆ” นักวิจารณ์ รวมถึงฮิวแมนไรท์วอทช์ พรรณนาถึงสำนักงานนี้ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับตีตรานักข่าว กลุ่มภาคประชาสังคม และนักการเมืองฝ่ายค้านที่ได้รับทุนจากต่างชาติ
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ยื่นฟ้องฮังการีต่อศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปในปี 2024 โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายคุ้มครองอธิปไตยละเมิดกฎหมายสหภาพยุโรปเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานและการคุ้มครองข้อมูล
ว่าที่นายกรัฐมนตรีมัดยาร์ได้ส่งสัญญาณเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2026 โดยสัญญาจะ “ยกเลิกทันทีโดยไม่รีรอ” และอธิบายว่าสำนักงานดังกล่าวเป็น “ไม้กระบองทางการเมือง” พร้อมประเมินว่าการยกเลิกจะช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณกลางได้ถึง 6 พันล้านฟอรินต์ (ประมาณ 27 ล้านยูโร) ต่อปี
ชุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ยังเสนอกลไกในการนำ “มูลนิธิทรัสต์สาธารณะ” (Public Trust Foundations) ที่เคยอยู่ใต้ร่มเงาของรัฐบาลออร์บาน กลับมาอยู่ภายใต้ความเป็นเจ้าของและการบริหารจัดการของรัฐอีกครั้ง ทรัสต์เหล่านี้ซึ่งถือครองทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ทำหน้าที่เสมือนส่วนขยายของอิทธิพลทางการเมืองนอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลตามปกติ การแก้ไขมาตรา 38 ของกฎหมายพื้นฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินสาธารณะ จะทำให้รัฐบาลสามารถยุบโครงสร้างเหล่านั้นและนำทรัพยากรกลับคืนสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินได้
วิคเตอร์ ออร์บาน ตอบโต้แบบไม่ยี่หระ ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิสระ Index ของฮังการี เขาเรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “น่าหัวเราะ” และ “ตลกดีที่มันไม่ได้ผล” พร้อมทั้งให้เหตุผลว่า “ในที่สุดแล้ว ประชาชนก็เป็นคนตัดสินใจอยู่ดี” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาเชื่อว่าเสียงของประชาชนจะลบล้างการเปลี่ยนแปลงทางรัฐธรรมนูญได้หากพวกเขาต้องการให้เขากลับมา พรรคฟิแดสซ์ของออร์บานลงมติคัดค้านการแก้ไขนี้ในสภา แต่ด้วยผลคะแนนสุดท้ายที่ออกมา 135-50 เสียง และงดออกเสียง 6 เสียง ฝ่ายคัดค้านจึงไม่มีคะแนนเสียงมากพอที่จะขัดขวางได้
แม้การแก้ไขครั้งที่ 16 จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญฮังการีแล้ว แต่ความคงทนถาวรของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนตายตัว
การพลิกกลับต้องอาศัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เนื่องจากข้อจำกัดวาระนายกฯ ถูกฝังอยู่ในกฎหมายพื้นฐาน เสียงข้างมากในสภาในอนาคตสามารถลบล้างหรือแก้ไขมันได้ในทางทฤษฎี แต่จะต้องอาศัยคะแนนเสียงเกินสองในสามอีกครั้งเท่านั้น ซึ่งแปลว่าต้องมีรัฐบาลผสมเสียงข้างมากพิเศษ หรือพรรคเดียวที่กุมเสียงในสภามากพอแบบที่พรรคทิสซาใช้ผ่านร่างนี้ นี่คือหลักประกันว่าเจตนารมณ์ในการจำกัดอำนาจจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยง่าย
การท้าทายผ่านศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ นักวิเคราะห์กฎหมายบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งในยุคออร์บาน โดยเฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดเก่า ยังคงมีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นคำร้องเพื่อท้าทายการปฏิรูปของมัดยาร์ โดยศาลรัฐธรรมนูญเองถูกตัดทอนอำนาจในการทบทวนเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปตั้งแต่ปี 2013 เหลือเพียงการตรวจสอบข้อผิดพลาดเชิงกระบวนการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านยังอาจพยายามยื่นคำร้องทางกระบวนการได้ จนถึงกลางเดือนมิถุนายน 2026 ยังไม่มีการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ
สถาบันสหภาพยุโรปจับตาดูอยู่ คดีที่คณะกรรมาธิการยุโรปฟ้องร้อง พ.ร.บ.คุ้มครองอธิปไตยถือเป็นอันตกไปโดยปริยาย เพราะฐานทางกฎหมายของสำนักงานถูกยกเลิกแล้ว ยังไม่มีรายงานการท้าทายจากสหภาพยุโรปต่อการแก้ไขครั้งที่ 16 โดยตรง แม้ว่ากระบวนการฟื้นฟูหลักนิติธรรมในภาพรวมจะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสหภาพยุโรปต่อไป
ความเสี่ยงทางการเมืองคือตัวแปรสำคัญ ความอยู่รอดในระยะยาวของการแก้ไขนี้ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งในอนาคตที่จะต้องไม่เปิดทางให้พรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยฟิแดสซ์กลับมาครองเสียงข้างมากระดับแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ไม่มีอะไรในรัฐธรรมนูญที่จะหยุดยั้งรัฐบาลใหม่จากการยกเลิกข้อกำหนดเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ออร์บานเองดูเหมือนจะส่งสัญญาณเป็นนัย เมื่อเขาให้สัมภาษณ์ว่านี่เป็นเรื่อง “ตลกดีที่มันไม่ได้ผล”
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เมื่อ 15 มิ.ย. 2026 รัฐสภาฮังการีผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดเพดานการดำรงตำแหน่งนายกฯ ไว้ที่ 8 ปี และให้นับระยะเวลาที่เคยดำรงตำแหน่งมาแล้วทั้งหมดย้อนหลังได้ ส่งผลให้วิคเตอร์ ออร์บาน ซึ่งเคยเป็นผู้นำราว 20 ปี หมดสิทธิ์ก...
เมื่อ 15 มิ.ย. 2026 รัฐสภาฮังการีผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดเพดานการดำรงตำแหน่งนายกฯ ไว้ที่ 8 ปี และให้นับระยะเวลาที่เคยดำรงตำแหน่งมาแล้วทั้งหมดย้อนหลังได้ ส่งผลให้วิคเตอร์ ออร์บาน ซึ่งเคยเป็นผู้นำราว 20 ปี หมดสิทธิ์ก... การแก้ไขนี้ยังได้ยกเลิก ‘สำนักงานคุ้มครองอธิปไตย’ องค์กรที่ถูกวิจารณ์ว่าใช้ปราบปรามนักข่าวและนักการเมืองฝ่ายค้าน และวางกลไกดึง ‘กองทุนทรัสต์สาธารณะ’ มูลค่ามหาศาลที่เคยเป็นฐานอำนาจของออร์บานกลับคืนสู่การควบคุมของรัฐ [1...
พรรคทิสซาของนายกฯ ปีเตอร์ มัดยาร์ ใช้เสียงข้างมากเกิน 2 ใน 3 ในสภา ผลักดันการแก้ไขนี้ตามคำมั่นที่หาเสียงไว้ โดยสามารถพลิกกลับได้ก็ต่อเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งด้วยคะแนนเสียงข้างมากพิเศษเท่านั้น [2, 5]