ซาอุดีอาระเบียได้อนุมัติงบประมาณปี 2026 โดยคาดการณ์ว่าจะขาดดุลประมาณ 1.65 แสนล้านริยาล หรือราว 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 3.3% ของ GDP
แต่ข้อมูลทางการคลังไตรมาส 1/2026 ล่าสุดนั้นน่าตกใจยิ่งกว่า:
ด้วยตัวเลขเหล่านี้ การลดลงของราคาน้ำมันที่เกิดจากข้อตกลงสันติภาพจะยิ่งทำให้การรักษาเป้าหมายขาดดุลปี 2026 เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
ภาระหนี้ของซาอุดีอาระเบียกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อชดเชยการขาดดุล:
ด้วยรายได้น้ำมันที่ลดลง รัฐบาลอาจจำเป็นต้องกู้ยืมมากกว่าแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะหากไม่ต้องการลดทอนการใช้จ่ายเพื่อการพัฒนา
Aramco คือเสาหลักทางการคลังของซาอุฯ โดยรัฐบาลถือหุ้นโดยตรงราว 82% และกองทุน PIF ถืออีก 16% ดังนั้นเงินปันผลจาก Aramco จึงเป็นแหล่งรายได้สำคัญนอกงบประมาณ อย่างไรก็ตาม:
สถานการณ์นี้หมายความว่า Aramco อาจต้องลดเงินปันผลในอนาคตหรือก่อหนี้เพิ่มเพื่อรักษาการจ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่องบประมาณรัฐที่พึ่งพารายได้ส่วนนี้
แม้แหล่งข้อมูลจะไม่ได้ให้ตัวเลขเงินสดสำรองล่าสุดของกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (PIF) ณ เดือนมิถุนายน 2026 แต่หลักฐานชี้ว่าแรงกดดันมีสูงมาก:
โดยสรุป กรอบสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านได้ลบส่วนต่างราคาจากความเสี่ยงสงครามที่เคยหนุนราคาน้ำมัน สำหรับซาอุดีอาระเบียแล้ว นั่นหมายถึงฉากหลังของรายได้ที่อ่อนแอลง ในช่วงเวลาที่ราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับการขาดดุลครั้งใหญ่ มีภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น และยังคงผูกพันกับการใช้จ่ายมหาศาลของ Vision 2030
เว้นเสียแต่ว่าจะมีการปรับลดรายจ่าย รายได้นอกภาคน้ำมันเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาด หรือการกู้ยืมที่มากขึ้น ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจะผลักดันให้ซาอุดีอาระเบียก้าวเข้าสู่ภาวะขาดดุลที่มากขึ้น และการสะสมหนี้ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น