Samsung Foundry กำลังพัฒนาชิปปลูกถ่ายสมองรุ่นที่ 4 ให้ Neuralink ในชื่อโปรเจกต์ 'O1' ด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตร เริ่มผลิตชิปทดสอบแล้วในเดือนพฤษภาคม 2026 และตั้งเป้าผลิตจำนวนมากปลายปี 2027 จุดเปลี่ยนสำคัญคือการสื่อสาร 'สองทาง' ที่ทั้งอ่านและส่งสัญญาณไฟฟ้ากลับไปยังสมองได้ ซึ่งเป็นรากฐานทางเทคนิคสำหรับการประยุกต์ใช้ในอนา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key details of Samsung's first Neuralink contract to manufacture the fourth-generation brain implant chip, including the chip's. Article summary: Here are the key details based on Korean media reports (primarily *Hankyung* / *Korea Economic Daily*) published June 15–16, 2026.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Samsung is developing a 4-nanometer process to manufacture what would be Neuralink's fourth-generation implant chips, reports Hankyung (via" source context "Samsung reportedly building brain chips for Elon Musk's Neuralink - Sammy Fans" Reference image 2: visual subject "galaxy s25 ultra – samsung apps" source context "Samsung said to be making next-generation Neuralink brain chip - SamMobile" S
มีรายงานว่า Samsung Foundry ได้เริ่มพัฒนาชิปปลูกถ่ายสมองที่ล้ำสมัยที่สุดของ Neuralink ซึ่งเป็นโครงการที่จะทำให้ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ได้รับสัญญาฉบับแรกจาก Neuralink และเพิ่มแหล่งผลิตแห่งที่สองให้กับซัพพลายเชนอุปกรณ์เชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ของอีลอน มัสก์ รายงานจากสื่อเกาหลีหลายแห่ง นำโดย Hankyung และ KED Global ระบุรายละเอียดของชิปที่ใช้ชื่อรหัสว่า O1 ซึ่งสร้างขึ้นบนกระบวนการผลิตระดับ 4 นาโนเมตร (4nm) ของ Samsung โดยขณะนี้ชิปทดสอบอยู่ในขั้นตอนการผลิต และจะเริ่มการผลิตจำนวนมากได้ในช่วงปลายปี 2027 แม้ทั้งสองบริษัทจะยังไม่ได้ออกมายืนยันข้อตกลงนี้อย่างเป็นทางการ แต่รายละเอียดของตัวชิปและบทบาทของมันในการพลิกฟื้นธุรกิจรับจ้างผลิต (Foundry) ของ Samsung นั้นมีข้อมูลรั่วไหลออกมาอย่างละเอียดเป็นพิเศษ
ชิป Neuralink รุ่นที่ 4 นี้กำลังถูกพัฒนาภายใต้ชื่อรหัสโปรเจกต์ภายในว่า "O1" โดยใช้กระบวนการผลิตแบบ 4 นาโนเมตรของ Samsung Samsung เริ่มต้นการวิจัยและพัฒนาในช่วงปลายปี 2025 และภายในเดือนพฤษภาคม 2026 ชิปทดสอบชุดแรกก็ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการออกแบบนั้นมีความสมบูรณ์มากพอสำหรับการทดสอบขั้นต้น
แผนการจัดส่งและการผลิตจำนวนมากดำเนินไปอย่างรวดเร็ว คาดว่าชิปทดสอบจะถูกจัดส่งได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 และหากการตรวจสอบผ่านไปได้ด้วยดี การผลิตจำนวนมากอาจเริ่มต้นได้เร็วที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 การเลือกใช้โหนด 4 นาโนเมตร ซึ่งมีความล้ำหน้าน้อยกว่ากระบวนการ 3 นาโนเมตรที่ Samsung นำเสนอสำหรับชิปสมาร์ทโฟนนั้น เป็นการตัดสินใจที่รอบคอบ เพราะโหนดที่成熟แล้ว (mature node) จะให้อัตราผลผลิต (yield) ที่สูงกว่าและมีพฤติกรรมที่คาดการณ์ได้ง่ายกว่า สิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ปลูกถ่ายทางการแพทย์ที่ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ความแตกต่างทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดจากชิป Neuralink รุ่นก่อนหน้าคือความสามารถในการ สื่อสารสองทาง (Bidirectional Communication) ชิปรุ่นก่อนหน้านั้นถูกออกแบบมาเพื่ออ่านสัญญาณสมองเป็นหลัก ถอดรหัสการทำงานของระบบประสาทแล้วส่งออกไปประมวลผล แต่ชิปรุ่นที่ 4 นี้ถูกออกแบบมาให้ทั้ง "อ่าน" และ "เขียน" ได้ กล่าวคือมันสามารถตีความสัญญาณสมอง และในขณะเดียวกันก็สามารถส่งการกระตุ้นทางไฟฟ้ากลับเข้าไปยังเนื้อเยื่อประสาทได้
ความสามารถแบบสองทางนี้เป็นองค์ประกอบทางเทคนิคที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการประยุกต์ใช้ใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลเข้าไปยังสมอง ไม่ใช่แค่ดึงข้อมูลออกมา Neuralink ระบุเป้าหมายในการฟื้นฟูการมองเห็น (Restoring Vision) มาโดยตลอด แนวคิดนี้คือการกระตุ้นสมองส่วนการมองเห็น (Visual Cortex) ด้วยความแม่นยำมากพอที่จะสร้างการรับรู้ภาพที่จดจำได้ ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นต้องใช้การกระตุ้นที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วชิปแบบสองทางนี้จะช่วยให้เป็นจริงได้ รายงานจากเกาหลีไม่ได้เชื่อมโยงชิป O1 เข้ากับผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูการมองเห็นโดยตรง แต่ได้อธิบายว่าชิปนี้เป็นอุปกรณ์ที่ปลูกถ่ายได้ในสมองเพื่อการรักษาทางระบบประสาท และกล่าวถึงศักยภาพในการกระตุ้นเพื่อการรักษา ซึ่งเป็นรากฐานที่แอปพลิเคชันด้านการมองเห็นต้องการ
คำสั่งผลิตจาก Neuralink ครั้งนี้เป็นการ กระจายความเสี่ยงออกจากการพึ่งพาโรงงานผลิตเพียงแห่งเดียวคือ TSMC รายงานระบุว่าชิป Neuralink รุ่นก่อนหน้าทั้งหมดผลิตโดย TSMC แต่เมื่อมาถึงชิปรุ่นที่ 4 นี้ Samsung Foundry ถูกดึงเข้ามาสู่สมการการผลิต ทำให้เกิดซัพพลายเชนแบบสองแหล่ง (Dual-Source) ซึ่งมอบเสถียรภาพและความยืดหยุ่นที่มากกว่า
รูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Neuralink มัสก์เคยยอมรับอย่างเปิดเผยว่า Samsung เป็นผู้ผลิตชิป A14 ให้กับ Tesla อยู่แล้ว ในขณะที่ TSMC รับหน้าที่ผลิต A15 ดีลมูลค่า 16.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่าง Tesla และ Samsung ที่ลงนามในเดือนกรกฎาคม 2025 ได้ย้ายการผลิตชิป AI6 รุ่นถัดไปไปยังโรงงานแห่งใหม่ในเท็กซัสของ Samsung อย่างชัดเจน ซึ่งมัสก์กล่าวว่า "ยากที่จะกล่าวเกินจริง" ถึงความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ เมื่อมองภาพรวมของบริษัทในเครือของมัสก์ รูปแบบการจัดการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือการมีโรงงานผลิตชิปสองแห่งมากกว่าหนึ่งแห่ง
สัญญาจาก Neuralink นี้มาถึงในช่วงเวลาที่เปราะบางของธุรกิจ Foundry ของ Samsung ที่กำลังสูญเสียลูกค้าให้กับ TSMC อย่างน่าตกใจ ตัวอย่างเช่น ชิป Google Tensor G5 สำหรับ Pixel 10 ที่ย้ายไปผลิตบนโหนด 3 นาโนเมตรของ TSMC ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ถูกมองว่ามาจากปัญหาเรื่องอัตราผลผลิต (yield) ที่ย่ำแย่ของ Samsung นอกจากนี้ นักออกแบบชิป AI ในเกาหลีใต้หลายรายก็ได้ย้ายหรือกระจายการผลิตชิปที่ล้ำหน้าที่สุดไปยัง TSMC เช่นกัน
Samsung กำลังต่อสู้กลับด้วยชัยชนะครั้งสำคัญหลายต่อหลายครั้ง ที่เป็นสัญญาณว่าขีดความสามารถในการผลิตของตนยังคงดึงดูดลูกค้าระดับแนวหน้าได้:
ภาพรวมคือ Foundry ที่กำลังดิ้นรน แต่ก็ยังสามารถคว้าสัญญาเชิงกลยุทธ์ได้มากพอที่จะยังคงเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือแทน TSMC บนโหนดการผลิตที่ล้ำสมัยได้ สัญญาจาก Neuralink หากได้รับการยืนยัน จะยิ่งตอกย้ำเรื่องราวนั้นด้วยการเปิดโดเมนการประยุกต์ใช้ใหม่ที่ Samsung ยังไม่เคยให้บริการ
สัญญา Neuralink ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว มันคือการขยายผลล่าสุดของพันธมิตรระหว่าง Samsung กับมัสก์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งมาถึงจุดสูงสุดในเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ตอนที่ Samsung ลงนามในสัญญาหลายปีมูลค่า 16.5 พันล้านดอลลาร์กับ Tesla สำหรับชิป AI ข้อตกลงนี้ดำเนินไปจนถึงปี 2033 และอุทิศโรงงานผลิตที่กำลังก่อสร้างในเมือง Taylor รัฐเท็กซัส ให้กับการผลิตชิป AI6 รุ่นต่อไปของ Tesla ซึ่งออกแบบมาสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ, ศูนย์ข้อมูล AI และหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (Humanoid Robots)
มัสก์ยืนยันข้อตกลงนี้บน X และเสริมว่า Tesla จะมีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่โรงงานในเท็กซัส ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในการดำเนินงานที่ใกล้ชิดอย่างผิดปกติระหว่างผู้ออกแบบชิปและผู้ผลิต ก่อนหน้านี้ Samsung เคยผลิตชิป A14 ให้ Tesla แต่การนำเอา AI6 ซึ่งเป็นเรือธงมาที่ Samsung หลังจากที่ TSMC จัดการชิป A15 ตัวกลางนั้น เป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งสัญญาณถึงพันธะสัญญาเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
คำสั่งผลิตจาก Neuralink เป็นการขยายความสัมพันธ์แบบ Foundry เดิมต่อจากธุรกิจยานยนต์และหุ่นยนต์ของ Tesla ไปสู่อุปกรณ์การแพทย์ ทำให้เกิดเส้นทางการผลิตชิปที่เกือบจะสมบูรณ์ครอบคลุมระบบนิเวศทางธุรกิจของมัสก์
ทุกสิ่งที่รายงานเกี่ยวกับสัญญา Samsung-Neuralink มาจากสื่ออุตสาหกรรมของเกาหลีที่อ้างอิงแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อ ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2026 ทั้ง Samsung และ Neuralink ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ และจนกว่าพวกเขาจะทำเช่นนั้น เส้นเวลา คุณสมบัติทางเทคนิค และแม้แต่การมีอยู่จริงของสัญญา ควรได้รับการพิจารณาว่าเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น
เป้าหมายการผลิตจำนวนมากนั้นอ่อนไหวเป็นพิเศษ ตัว Samsung เองก็เคยระบุว่าการผลิตจำนวนมากของชิป Tesla AI6 ที่โรงงานในเท็กซัสนั้นไม่ได้ถูกกำหนดไว้จนกว่าจะถึงครึ่งหลังของปี 2027 และการนำชิปปลูกถ่ายปริมาณมากอีกตัวหนึ่งเข้ามาในกรอบเวลาเดียวกัน จะเป็นการทดสอบขีดความสามารถของโรงงานผลิต
Neuralink ได้ประกาศแผนการแยกต่างหากที่จะเริ่มการผลิตอุปกรณ์เชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ในปริมาณมากในปี 2026 และเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการผ่าตัดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ซึ่งบ่งบอกว่าบริษัทกำลังมุ่งไปสู่การค้า ไม่ว่าจะใช้ชิปรุ่นใดหรือพันธมิตรผู้ผลิตรายใดก็ตาม ส่วนชิป O1 จะเป็นฮาร์ดแวร์ภายในอุปกรณ์ปลูกถ่ายที่ถูกขยายขนาดการผลิตเหล่านั้น หรือเป็นเพียงชิปสำหรับรุ่นต่อๆ ไปที่ยังอีกหลายปีกว่าจะนำไปใช้จริง ยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Samsung Foundry กำลังพัฒนาชิปปลูกถ่ายสมองรุ่นที่ 4 ให้ Neuralink ในชื่อโปรเจกต์ 'O1' ด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตร เริ่มผลิตชิปทดสอบแล้วในเดือนพฤษภาคม 2026 และตั้งเป้าผลิตจำนวนมากปลายปี 2027
Samsung Foundry กำลังพัฒนาชิปปลูกถ่ายสมองรุ่นที่ 4 ให้ Neuralink ในชื่อโปรเจกต์ 'O1' ด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตร เริ่มผลิตชิปทดสอบแล้วในเดือนพฤษภาคม 2026 และตั้งเป้าผลิตจำนวนมากปลายปี 2027 จุดเปลี่ยนสำคัญคือการสื่อสาร 'สองทาง' ที่ทั้งอ่านและส่งสัญญาณไฟฟ้ากลับไปยังสมองได้ ซึ่งเป็นรากฐานทางเทคนิคสำหรับการประยุกต์ใช้ในอนาคตอย่างการฟื้นฟูการมองเห็น
ดีลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองบริษัท รายละเอียดทั้งหมดมาจากสื่อเกาหลีที่อ้างอิงแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม ดังนั้นระยะเวลาและความสามารถต่างๆ ควรพิจารณาเป็นข้อมูลเบื้องต้น
Loading comments...
Comments
0 comments