สตอเล่ โซลบัคเค่น เฮดโค้ชทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งตัวเขาเองเคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นในทีมชุดฟุตบอลโลก 1998 ได้กล่าวชื่นชมลูกทีมอย่างชัดเจน:
โทเร่ อันเดร โฟล อดีตกองหน้าทีมชาติ ได้เน้นว่าทีมนอร์เวย์ชุดนี้มีอะไรมากกว่าแค่ฮาลันด์และเออเดอการ์ด โดยกล่าวว่า: "ทีมนี้มีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์หลายคน ตอนนี้ไม่ได้มีแค่สองคนแล้วที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ เรามีตัวอันตรายจากทั่วทั้งทีม"
มาร์ติน เออเดอการ์ด กัปตันทีม คือจอมสร้างสรรค์เกมของทีม เพลย์เมกเกอร์จากอาร์เซน่อลรายนี้ทำสถิติ 7 แอสซิสต์จากการลงเล่นรอบคัดเลือกเพียง 5 นัด และรับหน้าที่เป็นคอนดักเตอร์ในสนาม โดยมีภารกิจหลักคือการจ่ายบอลให้ฮาลันด์ในพื้นที่อันตราย
คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ กองหลัง เป็นส่วนหนึ่งของแนวรับนอร์เวย์ที่ลงตัวและเป็นรากฐานให้กับผู้เล่นแนวรุกตัวเก่งของทีม ภาพรวมของทีมชุดนี้ถูกขนานนามว่าเป็น "โกลเด้น เจเนอเรชั่น" – พวกเขายิงได้ถึง 37 ประตูจากการแข่งขันรอบคัดเลือก 8 นัด ซึ่งเป็นสถิติการยิงประตูที่ดีที่สุดของชาติจากยุโรปในรอบคัดเลือกทั้งหมด
ความคาดหวังนั้นมหาศาล ฮาลันด์ยอมรับว่าในตอนที่นอร์เวย์คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ความรู้สึกของเขาคือ "โล่งใจมากกว่าดีใจ" เขาจะต้องแบกความหวังของคนทั้งชาติที่รอคอยมานานถึง 28 ปีไว้บนบ่า
การเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลโลกของฮาลันด์เป็นการผสมผสานระหว่างการฝึกซ้อมอันเข้มข้นกับการพักผ่อนอย่างมีสติ:
ฮาลันด์เคยพูดติดตลกถึงประสบการณ์ในฟุตบอลโลก 1994 ของอัลฟ์-อิงเก้ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นครั้งที่นอร์เวย์ไม่สามารถยิงประตูได้เลยแม้แต่ลูกเดียวจากสามเกมในรอบแบ่งกลุ่ม และตกรอบแรกไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าขำคือลูกชายของอดีตกองหน้าที่ทำประตูในฟุตบอลโลกไม่ได้ กลับกลายเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของนอร์เวย์ ด้วยจำนวน 55 ประตูจากการลงสนาม 49 นัด และการที่เขาได้ลงเล่นนัดแรกในสนามเดียวกับที่พ่อของเขาเคยลงเล่นเมื่อ 32 ปีก่อน ยิ่งเป็นการเพิ่มมิติที่น่าประทับใจให้กับตำนานของครอบครัวฮาลันด์
Comments
0 comments