Türk เรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายเร่งปกป้องพลเรือนอย่างเร่งด่วน และย้ำว่าการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยังพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน "อาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม"
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 เกิดเหตุโดรนโจมตีระลอกหนึ่งในเมือง El Obeid ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐนอร์ทคอร์โดฟาน (North Kordofan State) แหล่งข่าวท้องถิ่นรายงานว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย และบาดเจ็บอีก 19 ราย สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าโดรนดังกล่าวเป็นของกองกำลัง RSF และการโจมตีเกิดขึ้นในหลายจุดภายในเมือง
เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการโจมตีด้วยโดรนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคคอร์โดฟานตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2026 เคยมีเหตุการณ์โดรนโจมตีบ้านพักแห่งหนึ่งใน El Obeid ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย รวมถึงเด็ก 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
สงครามระหว่าง กองทัพซูดาน (Sudanese Armed Forces: SAF) และกองกำลังกึ่งทหาร กองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (Rapid Support Forces: RSF) ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2023 และเข้าสู่ปีที่ 4 ในปี 2026 เมื่อถึงกลางปี 2026 ความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างในหลายแนวรบ โดยสงครามโดรนกลายเป็นอาวุธหลักที่ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่พลเรือน
เจ้าหน้าที่ UN อธิบายว่าความขัดแย้งนี้ได้ "ขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงขึ้น" โดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง สงครามที่ยืดเยื้อนี้ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตผู้คน แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น โรงพยาบาล ตลาด และสถานีไฟฟ้า
ซูดานกลายเป็นประเทศที่มี วิกฤตผู้พลัดถิ่นที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก:
คณะผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รายงานว่า ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงบนฐานเพศภาวะ (Sexual and Gender-Based Violence: SGBV) ได้กลายเป็นยุทธวิธีที่ถูกคำนวณไว้แล้วในการทำสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคดาร์ฟูร์ รายงานของ OHCHR เมื่อเดือนธันวาคม 2025 บันทึกเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศขนานใหญ่ระหว่างการรุกของกองกำลัง RSF ต่อค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศซัมซัม (Zamzam IDP Camp)
เจ้าหน้าที่ UN เตือนคณะมนตรีความมั่นคงว่าความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุโหดร้ายขนานใหญ่เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงความรุนแรงทางเพศอย่างเป็นระบบนั้น ยังคงอยู่ในระดับวิกฤตขั้นสูง
Comments
0 comments