ดีลนี้ถูกจัดโครงสร้างเป็นหุ้นกู้ 7 ชุด (Tranches) โดยมีอายุครอบคลุมตั้งแต่ 2 ปี ไปจนถึง 30 ปี ซึ่งข้อมูลจากเอกสาร Term Sheet ที่รอยเตอร์สตรวจสอบระบุว่าชุดที่มีอายุยาวที่สุดจะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2056 สำหรับชุดอายุ 30 ปีนั้น มีการพูดคุยถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ที่ราว 0.9% เหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่สามแห่ง ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs และ Morgan Stanley ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย (Bookrunners) ในครั้งนี้
นี่คือโจทย์ที่ชวนสงสัยที่สุด เพราะข้อมูล ณ สิ้นไตรมาสเดือนเมษายน 2026 Nvidia มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดมากถึง 13,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แถมยังทำกำไรมหาศาลจากการผูกขาดตลาดชิป AI
คำตอบอย่างเป็นทางการจากโฆษกของบริษัทคือ เงินที่ได้จะนำไปใช้ใน "วัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท ซึ่งรวมถึงการชำระคืนและการรีไฟแนนซ์หนี้สินคงค้าง" แต่นักวิเคราะห์ต่างมองลึกลงไปกว่านั้นว่า เม็ดเงินก้อนนี้จะถูกส่งตรงไปยังสมรภูมิ AI โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวิจัยและพัฒนา, การชำระเงินล่วงหน้าสำหรับซัพพลายเชน, และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ต่างๆ
หากให้สรุปง่ายๆ การก่อหนี้ครั้งนี้ ไม่ใช่สัญญาณของปัญหาทางการเงิน แต่เป็นการ "เล่นไปตามเกม" ในตลาด AI ที่ร้อนแรงจนควันขึ้น โปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ หรือการพัฒนาชิปรุ่นใหม่ ล้วนเป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้เวลาคืนทุนหลายปีหรือเป็นสิบปี การใช้ตราสารหนี้ระยะยาวจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินตามปกติของบริษัทยักษ์ใหญ่ในการบริหารกระแสเงินสด โดยไม่ต้องควักเนื้อตัวเองทั้งหมดในครั้งเดียว
Nvidia ไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางนี้เพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของคลื่นยักษ์ในตลาดทุน บริษัทเทคโนโลยีระดับแนวหน้าอย่าง Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) และ Amazon ต่างพากันออกหุ้นกู้ระดมทุนกันอย่างคึกคัก เป็นมูลค่ารวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำเงินไปสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการขยายตัวแบบก้าวกระโดดของ AI
Nvidia ซึ่งเป็นผู้จัดหาชิปหัวใจหลักให้กับโครงการเหล่านี้ กำลังตบเท้าเข้าร่วมวงกับลูกค้าของตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีทุนเพียงพอในการขับเคลื่อนการลงทุนครั้งมโหฬารนี้เช่นกัน
หากย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน 2021 ครั้งสุดท้ายที่ Nvidia ออกหุ้นกู้ บริษัทระดมทุนไปเพียง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเป้าหมายในวันนี้ สะท้อนให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแค่เพียง 5 ปี โดยมี Generative AI เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญ
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยังมีดีลที่เกี่ยวเนื่องกัน เมื่อโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในเนวาดาซึ่ง Nvidia มีแผนจะเช่า ได้ออกหุ้นกู้ประเภทความเสี่ยงสูง (Junk Bond) มูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และได้รับความสนใจจากนักลงทุนล้นหลามถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบ่งบอกถึงความกระหายของตลาดที่มีต่อสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับ AI ได้เป็นอย่างดี