คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกและในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์หน่วยความจำมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ราคาชิป DRAM และ NAND Flash พุ่งขึ้นกว่า 200% และกลายเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดในโทรศัพท์แทนท... ในอินเดีย ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 7.9% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยมีมากกว่า 80 รุ่นที่ปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 15% ส่งผลให้ผู้ซื้อเกือบครึ่งหนึ่งตัดสินใจเลื่อนการซื้อออกไป นักวิเคราะห์จาก IDC และ Counterpoint Research คาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านราคาจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 และอาจไม่คลี่คลายจนถึงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 ขณะที่ Carl Pei ซีอีโอของ Nothing เตือนว่ามือถือราคาประหยัดจะได้รับผลก... What is causing smartphone prices to rise sharply in 2026, how much has memory costs increased as a share of device hardware, what specific A global memory chip shortage driven by AI data centers has sent smartphone prices soaring to record highs in 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is causing smartphone prices to rise sharply in 2026, how much has memory costs increased as a share of device hardware, what specific. Article summary: ## What's Driving the 2026 Smartphone Price Surge. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# The AI-fueled chip shortage could raise smartphone prices — new research spells out by how much. * The average selling price of smartphones in 2026 is expected to rise 6.9%, Coun" source context "Smartphone prices to rise in 2026 due to AI-fueled chip shortage" Reference image 2: visual subject "Coverage of data centers and their impact on business, the environment, neighborhoods, and jobs. Smartphone prices are expected to increase in 2026 due to RAM shortage caused by AI"
openai.com สมาร์ทโฟนเครื่องต่อไปของคุณจะมีราคาแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจมีสเปกที่ต่ำลงด้วยซ้ำ เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมชิประดับโลก และสาเหตุไม่ได้เกี่ยวกับนวัตกรรมกล้องหรือชิปประมวลผลที่เร็วขึ้นแต่อย่างใด ตัวการสำคัญคือวิกฤต 'การขาดแคลนชิปหน่วยความจำ' และตัวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือเทคโนโลยีเดียวกับที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกสิ่งอัจฉริยะยิ่งขึ้นนั่นเอง: ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดาต้าเซ็นเตอร์ AI หรือคลังเซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาที่ขับเคลื่อนโมเดล AI อย่าง GPT-5 และ Google Gemini มีความต้องการหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) และชิป DRAM กับ NAND Flash อย่างมหาศาลชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความต้องการนี้ได้สร้างวิกฤตซัพพลายทั่วโลก ผลักให้ราคาชิปความจำพุ่งกระฉูด และทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องดิ้นรนกันอย่างหนัก ดังที่ Carl Pei ซีอีโอของ Nothing ได้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า ปัจจุบันชิปหน่วยความจำมีราคาแพงกว่าชิปประมวลผลหรือหน้าจอเสียอีก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งทะยานในปี 2026" คืออะไร ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกและในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์หน่วยความจำมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ราคาชิป DRAM และ NAND Flash พุ่งขึ้นกว่า 200% และกลายเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดในโทรศัพท์แทนท...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกและในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์หน่วยความจำมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ราคาชิป DRAM และ NAND Flash พุ่งขึ้นกว่า 200% และกลายเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดในโทรศัพท์แทนท... ในอินเดีย ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 7.9% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยมีมากกว่า 80 รุ่นที่ปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 15% ส่งผลให้ผู้ซื้อเกือบครึ่งหนึ่งตัดสินใจเลื่อนการซื้อออกไป
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? นักวิเคราะห์จาก IDC และ Counterpoint Research คาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านราคาจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 และอาจไม่คลี่คลายจนถึงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 ขณะที่ Carl Pei ซีอีโอของ Nothing เตือนว่ามือถือราคาประหยัดจะได้รับผลก...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกและในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์หน่วยความจำมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ราคาชิป DRAM และ NAND Flash พุ่งขึ้นกว่า 200% และกลายเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดในโทรศัพท์แทนท... ในอินเดีย ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 7.9% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยมีมากกว่า 80 รุ่นที่ปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 15% ส่งผลให้ผู้ซื้อเกือบครึ่งหนึ่งตัดสินใจเลื่อนการซื้อออกไป นักวิเคราะห์จาก IDC และ Counterpoint Research คาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านราคาจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 และอาจไม่คลี่คลายจนถึงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 ขณะที่ Carl Pei ซีอีโอของ Nothing เตือนว่ามือถือราคาประหยัดจะได้รับผลก... What is causing smartphone prices to rise sharply in 2026, how much has memory costs increased as a share of device hardware, what specific A global memory chip shortage driven by AI data centers has sent smartphone prices soaring to record highs in 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is causing smartphone prices to rise sharply in 2026, how much has memory costs increased as a share of device hardware, what specific. Article summary: ## What's Driving the 2026 Smartphone Price Surge. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# The AI-fueled chip shortage could raise smartphone prices — new research spells out by how much. * The average selling price of smartphones in 2026 is expected to rise 6.9%, Coun" source context "Smartphone prices to rise in 2026 due to AI-fueled chip shortage" Reference image 2: visual subject "Coverage of data centers and their impact on business, the environment, neighborhoods, and jobs. Smartphone prices are expected to increase in 2026 due to RAM shortage caused by AI"
openai.com สมาร์ทโฟนเครื่องต่อไปของคุณจะมีราคาแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจมีสเปกที่ต่ำลงด้วยซ้ำ เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมชิประดับโลก และสาเหตุไม่ได้เกี่ยวกับนวัตกรรมกล้องหรือชิปประมวลผลที่เร็วขึ้นแต่อย่างใด ตัวการสำคัญคือวิกฤต 'การขาดแคลนชิปหน่วยความจำ' และตัวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือเทคโนโลยีเดียวกับที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกสิ่งอัจฉริยะยิ่งขึ้นนั่นเอง: ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดาต้าเซ็นเตอร์ AI หรือคลังเซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาที่ขับเคลื่อนโมเดล AI อย่าง GPT-5 และ Google Gemini มีความต้องการหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) และชิป DRAM กับ NAND Flash อย่างมหาศาลชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความต้องการนี้ได้สร้างวิกฤตซัพพลายทั่วโลก ผลักให้ราคาชิปความจำพุ่งกระฉูด และทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องดิ้นรนกันอย่างหนัก ดังที่ Carl Pei ซีอีโอของ Nothing ได้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า ปัจจุบันชิปหน่วยความจำมีราคาแพงกว่าชิปประมวลผลหรือหน้าจอเสียอีก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ราคาสมาร์ทโฟนพุ่งทะยานในปี 2026" คืออะไร ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกและในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์หน่วยความจำมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ราคาชิป DRAM และ NAND Flash พุ่งขึ้นกว่า 200% และกลายเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดในโทรศัพท์แทนท...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกและในอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์หน่วยความจำมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ราคาชิป DRAM และ NAND Flash พุ่งขึ้นกว่า 200% และกลายเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดในโทรศัพท์แทนท... ในอินเดีย ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 7.9% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยมีมากกว่า 80 รุ่นที่ปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 15% ส่งผลให้ผู้ซื้อเกือบครึ่งหนึ่งตัดสินใจเลื่อนการซื้อออกไป
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? นักวิเคราะห์จาก IDC และ Counterpoint Research คาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านราคาจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 และอาจไม่คลี่คลายจนถึงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 ขณะที่ Carl Pei ซีอีโอของ Nothing เตือนว่ามือถือราคาประหยัดจะได้รับผลก...
คลื่นยักษ์จาก AI: ดูดซับหน่วยความจำของโลกจนแห้งเหือด หลักการทางเศรษฐศาสตร์มันง่ายมาก: ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron กำลังหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตชิป HBM ที่ให้กำไรสูงกว่าสำหรับตลาด AI แทนที่จะเป็นแรม LPDDR และที่เก็บข้อมูล UFS ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน สิ่งนี้ทำให้เกิดสงครามแย่งชิงซัพพลายหน่วยความจำทั่วไปที่กำลังร่อยหรอลงเรื่อยๆ
เพื่อควบคุมต้นทุนโดยไม่ทำให้ลูกค้าตกใจจนเกินไป แบรนด์ต่างๆ จึงจำต้องเลือกทางออกที่เจ็บปวด TrendForce รายงานว่า ผู้ผลิตไม่เพียงแต่ขึ้นราคาเท่านั้น แต่ยังต้องลดสเปกของโทรศัพท์ลงอย่างมีกลยุทธ์ เช่น การใช้แรมน้อยลง หรือที่เก็บข้อมูลที่ช้าลง เพื่อประคอง BoM ให้อยู่รอด ผลลัพธ์ที่ได้คือตลาดที่โหดร้าย ซึ่งผู้บริโภคต้องจ่ายเงินมากขึ้น แต่มักจะได้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพน้อยลง
ยอดส่งมอบดิ่งหนักทำลายสถิติ ภาวะช็อกจากราคาที่สูงขึ้นกำลังบีบคั้นความต้องการซื้อแล้ว โดยยอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อ้างอิงจาก Counterpoint Research การคาดการณ์สำหรับทั้งปีก็เลวร้ายลงอย่างมากเมื่อวิกฤตทวีความรุนแรงขึ้น ในขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ไว้ตอนแรกว่าจะมีการลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ภาพที่เห็นกลางปี 2026 กลับดูหม่นหมองกว่ามาก
IDC (พฤษภาคม 2026) : คาดการณ์ว่ายอดส่งมอบทั้งปีจะลดลงเป็นประวัติการณ์ถึง 13.9% เหลือ 1.08 พันล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นการหดตัวต่อปีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เคยมีการบันทึกมา แม้จำนวนเครื่องจะลดลง แต่มูลค่าตลาดโดยรวมยังคงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้น
Counterpoint Research (มิถุนายน 2026) : คาดการณ์ในทิศทางเดียวกันว่าจะทรุดตัวลง 13.9% เหลือ 1.08 พันล้านเครื่อง โดยอ้างอิงจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำที่แย่ลงและแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทพบว่าราคาขายส่งทั่วโลกเพิ่มขึ้น 14% ในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว
Omdia : นำเสนอมุมมองที่ค่อนข้างเป็นบวกมากกว่าแต่ก็ยังรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าจะลดลง 7% และตั้งข้อสังเกตว่าแรงกดดันด้านราคาและซัพพลายที่ตึงตัวอาจเริ่มคลี่คลายลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ความเจ็บปวดจะรุนแรงที่สุดในตลาดล่าง อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นและราคาประหยัดซึ่งมีอัตรากำไรที่บางเฉียบนั้น ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ที่ราคาหน่วยความจำในปัจจุบัน Omdia ตั้งข้อสังเกตว่า การขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มจะบั่นทอนความต้องการซื้อ อย่างรุนแรงมากที่สุดในตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนไหวต่อราคา
วิกฤตในอินเดีย: ตลาดที่อ่อนไหวที่สุดกำลังสั่นคลอน อินเดีย หนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่และอ่อนไหวต่อราคามากที่สุดในโลก กำลังได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ หลังจากราคาที่ทรงตัวในปี 2025 ราคาสมาร์ทโฟนเฉลี่ยก็พุ่งขึ้น 7.9% ในช่วงเวลาเพียง 5 เดือนแรกของปี 2026 ต่างจากปีก่อนๆ ที่ราคาลดและราคาเพิ่มมีความสมดุลกัน ในปี 2026 สัดส่วนระหว่างการปรับราคาขึ้นและปรับราคาลงได้เบี่ยงเบนไปอย่างมากในทิศทางที่เพิ่มขึ้น
ขนาดของการปรับราคาขึ้นนั้นน่าตกใจ ตัวติดตามราคาจาก Beebom ของ Gadgets 360 พบว่ามือถือมากกว่า 80 รุ่นจากประมาณ 200 รุ่นที่วางขายในอินเดียมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยการปรับขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งมีตั้งแต่ ₹500 ไปจนถึง ₹8,000 ต่อเครื่อง OnePlus 15R เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด โดยถูกปรับขึ้นราคาแล้วสามครั้งในเวลา 5 เดือน รวมแล้วแพงขึ้น ₹7,000 จากราคาเปิดตัว
ผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นไปในแง่ลบอย่างที่คาดการณ์ไว้ การสำรวจผู้ซื้อที่กำลังวางแผนซื้อเกือบ 6,000 คนพบว่า 48% จะเลื่อนการซื้อสมาร์ทโฟนออกไปจนกว่าราคาจะลง และอีก 6% กำลังพิจารณาซื้อมือถือ refurbished หรือมือสองแทน นักวิเคราะห์เตือนว่า หากแนวโน้มราคาในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ปริมาณการขายสมาร์ทโฟนต่อปีของอินเดียอาจร่วงลงได้ถึง 30% จาก 136-138 ล้านเครื่อง เหลือเพียง 115-120 ล้านเครื่อง
"ด้วยโครงสร้างต้นทุนแบบนี้ จุดราคาที่ต่ำเป็นพิเศษจะไม่มีทางเป็นไปได้อีกต่อไปแล้ว" ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้สัมภาษณ์กับ Moneycontrol โดยคาดการณ์ว่าจุดเริ่มต้นตลาดแมสของอินเดียจะขยับสูงขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่รุนแรงที่สุดจะเกิดขึ้นกับโทรศัพท์ที่มีราคาต่ำกว่า ₹12,000
อนาคตจะเป็นอย่างไร? คำทำนายจากนักวิเคราะห์และซีอีโอของ Nothing สำหรับผู้บริโภคที่หวังว่าจะมีอะไรมาบรรเทาในเร็วๆ นี้ ภาพที่เห็นนั้นดูไม่ค่อยดีนัก
Carl Pei ซีอีโอของ Nothing ออกมาแสดงความกังวลต่อสาธารณชนในเดือนมิถุนายน 2026 โดยยืนยันว่าการขาดแคลนกำลังแย่ลง เขาตั้งข้อสังเกตว่าต้นทุนของหน่วยความจำตอนนี้คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์บางรุ่น และเตือนว่ามือถือราคาประหยัดจะต้องเผชิญกับราคาที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุด บริษัทของเขาได้ยืนยันการปรับราคาขึ้นในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นอย่างมากจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI
ฉันทามติจากเหล่านักวิเคราะห์รายใหญ่คือ ไม่มีความหวังที่จะได้เห็นการผ่อนคลายที่แท้จริงในช่วงที่เหลือของปีนี้:
Tarun Pathak ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint Research เตือนว่า ราคามีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2026 และอาจจะทรงตัวได้ในช่วงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 เนื่องจากความต้องการจากเซิร์ฟเวอร์ AI ยังคงดูดซับซัพพลายหน่วยความจำต่อไป
IDC อธิบายสถานการณ์นี้ว่าไม่ใช่ "แรงกดดันในช่วงเวลาสั้นๆ" แต่เป็น "การหยุดชะงักในรูปแบบของคลื่นที่มาจากซัพพลายเชนหน่วยความจำ"
Omdia ยังพอมีแววแห่งความหวัง โดยเสนอว่าแรงกดดันด้านราคาอาจเริ่มบรรเทาลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แม้ว่าการลดลงของยอดส่งมอบในทั้งปีจะยังคงมีนัยสำคัญ
ความจริงที่แสนอึดอัดก็คือ ชิปที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เวิร์กโหลด AI ทำงานได้อย่างรวดเร็ว กำลังเป็นต้นเหตุโดยตรงที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ที่คุณใช้สำหรับการประมวลผลในชีวิตประจำวันมีราคาแพงขึ้นอย่างมหาศาล
trendforce.com Memory Price Surge to Persist in 1Q26; Smartphone and Notebook Brands Begin Raising Prices and Downgrading Specs, Says TrendForce
คลื่นยักษ์จาก AI: ดูดซับหน่วยความจำของโลกจนแห้งเหือด หลักการทางเศรษฐศาสตร์มันง่ายมาก: ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron กำลังหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตชิป HBM ที่ให้กำไรสูงกว่าสำหรับตลาด AI แทนที่จะเป็นแรม LPDDR และที่เก็บข้อมูล UFS ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน สิ่งนี้ทำให้เกิดสงครามแย่งชิงซัพพลายหน่วยความจำทั่วไปที่กำลังร่อยหรอลงเรื่อยๆ
เพื่อควบคุมต้นทุนโดยไม่ทำให้ลูกค้าตกใจจนเกินไป แบรนด์ต่างๆ จึงจำต้องเลือกทางออกที่เจ็บปวด TrendForce รายงานว่า ผู้ผลิตไม่เพียงแต่ขึ้นราคาเท่านั้น แต่ยังต้องลดสเปกของโทรศัพท์ลงอย่างมีกลยุทธ์ เช่น การใช้แรมน้อยลง หรือที่เก็บข้อมูลที่ช้าลง เพื่อประคอง BoM ให้อยู่รอด ผลลัพธ์ที่ได้คือตลาดที่โหดร้าย ซึ่งผู้บริโภคต้องจ่ายเงินมากขึ้น แต่มักจะได้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพน้อยลง
ยอดส่งมอบดิ่งหนักทำลายสถิติ ภาวะช็อกจากราคาที่สูงขึ้นกำลังบีบคั้นความต้องการซื้อแล้ว โดยยอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อ้างอิงจาก Counterpoint Research การคาดการณ์สำหรับทั้งปีก็เลวร้ายลงอย่างมากเมื่อวิกฤตทวีความรุนแรงขึ้น ในขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ไว้ตอนแรกว่าจะมีการลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ภาพที่เห็นกลางปี 2026 กลับดูหม่นหมองกว่ามาก
IDC (พฤษภาคม 2026) : คาดการณ์ว่ายอดส่งมอบทั้งปีจะลดลงเป็นประวัติการณ์ถึง 13.9% เหลือ 1.08 พันล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นการหดตัวต่อปีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เคยมีการบันทึกมา แม้จำนวนเครื่องจะลดลง แต่มูลค่าตลาดโดยรวมยังคงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้น
Counterpoint Research (มิถุนายน 2026) : คาดการณ์ในทิศทางเดียวกันว่าจะทรุดตัวลง 13.9% เหลือ 1.08 พันล้านเครื่อง โดยอ้างอิงจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำที่แย่ลงและแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทพบว่าราคาขายส่งทั่วโลกเพิ่มขึ้น 14% ในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว
Omdia : นำเสนอมุมมองที่ค่อนข้างเป็นบวกมากกว่าแต่ก็ยังรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าจะลดลง 7% และตั้งข้อสังเกตว่าแรงกดดันด้านราคาและซัพพลายที่ตึงตัวอาจเริ่มคลี่คลายลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ความเจ็บปวดจะรุนแรงที่สุดในตลาดล่าง อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นและราคาประหยัดซึ่งมีอัตรากำไรที่บางเฉียบนั้น ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ที่ราคาหน่วยความจำในปัจจุบัน Omdia ตั้งข้อสังเกตว่า การขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มจะบั่นทอนความต้องการซื้อ อย่างรุนแรงมากที่สุดในตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนไหวต่อราคา
วิกฤตในอินเดีย: ตลาดที่อ่อนไหวที่สุดกำลังสั่นคลอน อินเดีย หนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่และอ่อนไหวต่อราคามากที่สุดในโลก กำลังได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ หลังจากราคาที่ทรงตัวในปี 2025 ราคาสมาร์ทโฟนเฉลี่ยก็พุ่งขึ้น 7.9% ในช่วงเวลาเพียง 5 เดือนแรกของปี 2026 ต่างจากปีก่อนๆ ที่ราคาลดและราคาเพิ่มมีความสมดุลกัน ในปี 2026 สัดส่วนระหว่างการปรับราคาขึ้นและปรับราคาลงได้เบี่ยงเบนไปอย่างมากในทิศทางที่เพิ่มขึ้น
ขนาดของการปรับราคาขึ้นนั้นน่าตกใจ ตัวติดตามราคาจาก Beebom ของ Gadgets 360 พบว่ามือถือมากกว่า 80 รุ่นจากประมาณ 200 รุ่นที่วางขายในอินเดียมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยการปรับขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งมีตั้งแต่ ₹500 ไปจนถึง ₹8,000 ต่อเครื่อง OnePlus 15R เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด โดยถูกปรับขึ้นราคาแล้วสามครั้งในเวลา 5 เดือน รวมแล้วแพงขึ้น ₹7,000 จากราคาเปิดตัว
ผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นไปในแง่ลบอย่างที่คาดการณ์ไว้ การสำรวจผู้ซื้อที่กำลังวางแผนซื้อเกือบ 6,000 คนพบว่า 48% จะเลื่อนการซื้อสมาร์ทโฟนออกไปจนกว่าราคาจะลง และอีก 6% กำลังพิจารณาซื้อมือถือ refurbished หรือมือสองแทน นักวิเคราะห์เตือนว่า หากแนวโน้มราคาในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ปริมาณการขายสมาร์ทโฟนต่อปีของอินเดียอาจร่วงลงได้ถึง 30% จาก 136-138 ล้านเครื่อง เหลือเพียง 115-120 ล้านเครื่อง
"ด้วยโครงสร้างต้นทุนแบบนี้ จุดราคาที่ต่ำเป็นพิเศษจะไม่มีทางเป็นไปได้อีกต่อไปแล้ว" ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้สัมภาษณ์กับ Moneycontrol โดยคาดการณ์ว่าจุดเริ่มต้นตลาดแมสของอินเดียจะขยับสูงขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่รุนแรงที่สุดจะเกิดขึ้นกับโทรศัพท์ที่มีราคาต่ำกว่า ₹12,000
อนาคตจะเป็นอย่างไร? คำทำนายจากนักวิเคราะห์และซีอีโอของ Nothing สำหรับผู้บริโภคที่หวังว่าจะมีอะไรมาบรรเทาในเร็วๆ นี้ ภาพที่เห็นนั้นดูไม่ค่อยดีนัก
Carl Pei ซีอีโอของ Nothing ออกมาแสดงความกังวลต่อสาธารณชนในเดือนมิถุนายน 2026 โดยยืนยันว่าการขาดแคลนกำลังแย่ลง เขาตั้งข้อสังเกตว่าต้นทุนของหน่วยความจำตอนนี้คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์บางรุ่น และเตือนว่ามือถือราคาประหยัดจะต้องเผชิญกับราคาที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุด บริษัทของเขาได้ยืนยันการปรับราคาขึ้นในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นอย่างมากจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI
ฉันทามติจากเหล่านักวิเคราะห์รายใหญ่คือ ไม่มีความหวังที่จะได้เห็นการผ่อนคลายที่แท้จริงในช่วงที่เหลือของปีนี้:
Tarun Pathak ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint Research เตือนว่า ราคามีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2026 และอาจจะทรงตัวได้ในช่วงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 เนื่องจากความต้องการจากเซิร์ฟเวอร์ AI ยังคงดูดซับซัพพลายหน่วยความจำต่อไป
IDC อธิบายสถานการณ์นี้ว่าไม่ใช่ "แรงกดดันในช่วงเวลาสั้นๆ" แต่เป็น "การหยุดชะงักในรูปแบบของคลื่นที่มาจากซัพพลายเชนหน่วยความจำ"
Omdia ยังพอมีแววแห่งความหวัง โดยเสนอว่าแรงกดดันด้านราคาอาจเริ่มบรรเทาลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แม้ว่าการลดลงของยอดส่งมอบในทั้งปีจะยังคงมีนัยสำคัญ
ความจริงที่แสนอึดอัดก็คือ ชิปที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เวิร์กโหลด AI ทำงานได้อย่างรวดเร็ว กำลังเป็นต้นเหตุโดยตรงที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ที่คุณใช้สำหรับการประมวลผลในชีวิตประจำวันมีราคาแพงขึ้นอย่างมหาศาล
trendforce.com Memory Price Surge to Persist in 1Q26; Smartphone and Notebook Brands Begin Raising Prices and Downgrading Specs, Says TrendForce