สหรัฐอเมริกากำลังลดจำนวนเครื่องบินขับไล่ F 15 และ F 16 ที่จัดสรรให้แก่ NATO ในยุโรปลงประมาณหนึ่งในสาม จาก 150 ลำ เหลือ 100 ลำ และถอนเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC 135 และ KC 46 ทั้ง 8 ลำออกไปทั้งหมด ยังผลให้ขีดความส... การลดกำลังครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ 'NATO 3.0' ที่มุ่งผลักภาระการป้องกันตนเองให้แก่ชาติ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What specific cuts does the United States plan to make to the fighter jets, warships, and other military assets it provides to NATO in Europ. Article summary: ## Specific Cuts to U.S. Military Assets for NATO in Europe. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Title: NATO Ally Deploying Fleet of Warships, Fighter Jets to Arctic - Newsweek The U.K. is deploying a carrier strike group, including warships and fighter jets, to the North Atla" source context "NATO Ally Deploying Fleet of Warships, Fighter Jets to Arctic - Newsweek" Reference image 2: visual subject "Title: NATO Ally Deploying Fleet of Warships, Fighter Jets to Arctic - Newsweek The U.K. is deploying a carrier strike group, including warships and fighter jets,
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแนวรบด้านความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็นแผนแม่บทที่ลงรายละเอียดแล้ว รัฐบาลทรัมป์ได้เปิดเผยแผนการที่จะลดขนาดคลังแสงทางทหารของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเดิมทีมีไว้เพื่อป้องกันยุโรป โดยเปลี่ยนผ่านจากการกดดันทางการเมืองไปสู่การปรับลดเชิงโครงสร้างทั้งในด้านกำลังทางอากาศและทางเรือ
สำหรับผู้วางแผนด้านกลาโหมของยุโรปแล้ว จังหวะเวลานั้นเลวร้ายเกินกว่าจะยอมรับได้ เพียงไม่กี่วันก่อนที่รายละเอียดการปรับลดจะถูกเผยแพร่ ความพยายามครั้งสำคัญของทวีปในการสร้างเครื่องบินขับไล่เจเนอเรชันถัดไปที่เป็นของตนเองก็ล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง ทิ้งให้เกิดช่องว่างทางแสนยานุภาพยาวนานหลายทศวรรษในช่วงที่ร่มความมั่นคงจากอเมริกากำลังถูกหุบลง
ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ปี 2026 อเล็กซานเดอร์ เวเลซ-กรีน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนได้บรรยายสรุปแบบส่วนตัวแก่ชาติพันธมิตรใน NATO เกี่ยวกับขอบเขตทั้งหมดของการปรับลดที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ในตอนแรกนั้น รายละเอียดจะยังคลุมเครือ แต่รายงานในเดือนมิถุนายน 2026 โดย เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ซึ่งอ้างอิงเจ้าหน้าที่อาวุโสยุโรปสองนายและเอกสารการวางแผนทางการทหาร ได้ให้ตัวเลขที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา
แผนการนี้จะลดฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-15 และ F-15E ของสหรัฐฯ และจากข้อมูลบางแหล่งยังรวมถึง F-16 ที่ส่งมอบให้แก่ NATO จากประมาณ 150 ลำ เหลือประมาณ 100 ลำ นี่คือการลดกำลังรบทางอากาศที่มีอยู่เพื่อตอบสนองต่อภาวะวิกฤติลงประมาณหนึ่งในสาม
ความเสียหายร้ายแรงที่สุดในเชิงปฏิบัติการคือการตัดสินใจถอนเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 และ KC-46 ทั้งแปดลำที่เคยประจำการในยุโรปก่อนหน้านี้ หากปราศจาก "ปั๊มน้ำมันลอยฟ้า" เหล่านี้ ความสามารถของอากาศยานพันธมิตรใดๆ รวมถึงเครื่องบินสหรัฐฯ และยุโรปที่เหลืออยู่ ในการปฏิบัติภารกิจโจมตีระยะไกลเกินกว่ารัศมีการรบโดยไม่เติมเชื้อเพลิงก็จะหมดไป ยูโรนิวส์ตั้งข้อสังเกตว่า "ทุกสิ่งที่เชื่อมโยงกับขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกลจะถูกตัด"
จำนวนอากาศยานลาดตระเวนทางทะเลที่ทุ่มเทให้กับ NATO จะลดลงจาก 26 ลำ เหลือ 15 ลำ อากาศยานเหล่านี้ ซึ่งน่าจะเป็น P-8 Poseidon และเครื่องบินลาดตระเวนทางเรือที่คล้ายคลึงกัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการติดตามเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลบอลติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
เรือรบและเรือดำน้ำที่มีให้สำหรับปฏิบัติการของ NATO ก็จะถูกลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนที่แน่นอนต่อสาธารณะ แต่แผนการดังกล่าวรวมถึงการจัดวางกำลังใหม่ของเรือดำน้ำติดขีปนาวุธ เรือบรรทุกเครื่องบิน และเรือรบคุ้มกันหลายลำ ออกจากสมรภูมิยุโรป ซึ่งเป็นสัญญาณของการลดระดับความสามารถในการตอบสนองต่อภาวะวิกฤตทางทะเลของ NATO ลงอย่างมาก
การตัดลดกำลังทางอากาศและทางเรือยังไม่ใช่ทั้งหมด เพนตากอนยังได้แจ้งแก่พันธมิตรว่าจะลดจำนวนเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ที่มีให้สำหรับภารกิจฉุกเฉินในยุโรป กำลังพลสหรัฐฯ ที่ประจำการ ณ ศูนย์บัญชาการของ NATO ราว 200 นาย ก็กำลังถูกตัด
และในอีกความเคลื่อนไหวที่บอกอะไรได้มาก งบประมาณด้านความพร้อมรบของกองทัพบกสหรัฐฯ ในยุโรปจะถูกหั่นลงเกือบ 15 เท่าภายในปี 2026 ซึ่งเท่ากับการตัดตอนโครงการคลังแสงสำรองที่วางกำลังไว้ล่วงหน้าไปเสียสิ้น
นอกจากนี้ ทหารอีกประมาณ 5,000 นายก็กำลังถูกถอนกำลังออกจากเยอรมนี
การตัดลดเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะการลงโทษ แต่เป็นการปรับแนวรบเชิงยุทธศาสตร์ที่เพนตากอนเรียกว่า "NATO 3.0" เหตุผลอย่างเป็นทางการที่อเล็กซานเดอร์ เวเลซ-กรีน ได้บรรยายสรุปแก่ชาติพันธมิตร คือการ "ปรับขนาด" (Rightsizing) สิ่งที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ NATO Force Model ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศปี 2026
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีสองเสาหลัก:
พันธมิตร NATO มีปฏิกิริยาทั้งด้วยความตื่นตระหนกและการเร่งวางแผนฉุกเฉิน นายทหารของ NATO กล่าวว่าพวกเขาได้รับ "สัญญาณที่สับสน" จากวอชิงตัน—มีการปรับย้ายกำลังพลย่อยๆ ที่จะไม่มีใครมาแทนที่ ควบคู่ไปกับการรับประกันว่าจะยังไม่มีการถอนกำลังทั้งหมดในเร็ววัน อย่างไรก็ตาม ความรวดเร็วและขนาดของการปรับลดครั้งนี้สร้างความตะลึงให้แก่หลายเมืองหลวงอย่างมาก จากรายงานของ เวลท์ อัม ซอนน์ทาค การถอนกำลังครั้งนี้มาถึง "เร็วกว่าที่ NATO คาดการณ์ไว้ และโดยไม่ให้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่มีความหมายแก่พันธมิตร"
การถูกบังคับให้สูญเสียทรัพย์สินสนับสนุนของสหรัฐฯ นั้น กำลังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างของ NATO Force Model นักวิเคราะห์บางรายได้ชี้ไปที่ตุรกีในฐานะศูนย์กลางทางเลือกสำหรับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่นนั้นจะนำมาซึ่งความยุ่งยากทางการเมืองในแบบของมันเอง ในขณะเดียวกัน ข้อจำกัดทางกฎหมายภายในสหรัฐฯ ก็แทบไม่มีผลเลย กฎหมายว่าด้วยการมอบอำนาจการป้องกันประเทศ (NDAA) ปี 2026 กำหนดให้สหรัฐฯ ต้องรักษากำลังพลขั้นต่ำ 76,000 นายในยุโรป แต่ด้วยกำลังพลที่ประจำการอยู่ในปัจจุบันราว 85,000 นาย ทำให้ฝ่ายบริหารมีช่องว่างที่จะถอนกำลังออกไปอีกหลายพันนายก่อนจะแตะระดับขั้นต่ำนั้น
ในวันที่ 8 มิถุนายน 2026—ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่รายละเอียดการปรับลดของสหรัฐฯ จะถูกตีพิมพ์—เยอรมนีและฝรั่งเศสได้ประกาศยกเลิกส่วนประกอบเครื่องบินขับไล่ที่มีคนขับของโครงการ Future Combat Air System (FCAS) อย่างเป็นทางการ โครงการมูลค่า 100,000 ล้านยูโร (ประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท) ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง และนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล เพื่อผลิตเครื่องบินขับไล่รุ่นที่หกและโดรนประกอบภายในช่วงทศวรรษ 2040 นั้น อยู่ในสภาพร่อแร่มานานหลายปี สาเหตุโดยตรงคือสงครามอุตสาหกรรมที่แก้ไม่ตกระหว่าง Dassault Aviation และ Airbus ในเรื่องของการกำกับดูแล การแบ่งปันงาน และทรัพย์สินทางปัญญา
ประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศสและนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซของเยอรมนีสรุปว่าบริษัทต่างๆ ไม่มีทางบรรลุข้อตกลงได้ และแมร์ซเองก็ได้ส่งสัญญาณเป็นการส่วนตัวถึงการตายของโครงการนี้เมื่อหลายเดือนก่อน ซีมเย มึลเลอร์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี (Bundestag) เรียกการตัดสินใจยุติโครงการนี้ว่า "มีเหตุผลอย่างยิ่ง" เมื่อพิจารณาจากภาวะทางตันที่เป็นอยู่
จังหวะเวลาที่สอดคล้องกันระหว่างการถอนกำลังของสหรัฐฯ และการล่มสลายของ FCAS สร้างช่วงเวลาที่อันตรายเป็นเอกเทศให้แก่ความมั่นคงของยุโรป:
บัดนี้ยุโรปกำลังเผชิญกับทางเลือกที่ชัดเจน: เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมากและเร่งรัดโครงการเครื่องบินรบแห่งชาติที่แยกส่วน หรือยอมรับการพึ่งพาเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวต่อสหรัฐอเมริกาซึ่งเพิ่งแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะเดินจากไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สหรัฐอเมริกากำลังลดจำนวนเครื่องบินขับไล่ F 15 และ F 16 ที่จัดสรรให้แก่ NATO ในยุโรปลงประมาณหนึ่งในสาม จาก 150 ลำ เหลือ 100 ลำ และถอนเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC 135 และ KC 46 ทั้ง 8 ลำออกไปทั้งหมด ยังผลให้ขีดความส...
สหรัฐอเมริกากำลังลดจำนวนเครื่องบินขับไล่ F 15 และ F 16 ที่จัดสรรให้แก่ NATO ในยุโรปลงประมาณหนึ่งในสาม จาก 150 ลำ เหลือ 100 ลำ และถอนเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC 135 และ KC 46 ทั้ง 8 ลำออกไปทั้งหมด ยังผลให้ขีดความส... การลดกำลังครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ 'NATO 3.0' ที่มุ่งผลักภาระการป้องกันตนเองให้แก่ชาติยุโรป และเบนเข็มแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐฯ ไปยังภูมิภาคอินโด แปซิฟิกเพื่อรับมือกับจีน โดยที่ชาติพันธมิตรไม่ได้รับช่วงเวลา...
สถานการณ์เลวร้ายลงอีก เมื่อโครงการเครื่องบินขับไล่รุ่นที่ 6 ภายใต้ชื่อ FCAS มูลค่า 100,000 ล้านยูโร (ประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท) ของฝรั่งเศส เยอรมนี และสเปน ล่มสลายลงอย่างเป็นทางการ เหลือเพียงหนทางพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ...