แง่มุมที่น่าตกใจและแปลกใหม่ที่สุดของปฏิบัติการ Outsider Enterprise คือการใช้ AI แบบรู้สร้าง (Generative AI) ในทางที่ผิดอย่างเป็นระบบ อาชญากรไม่จำเป็นต้องรู้วิธีเขียนโค้ดอีกต่อไป พวกเขาแค่ต้องรู้วิธีตั้งคำถาม กลุ่มคนร้ายสั่งให้สมาชิกใช้ Gemini และแชทบอท AI อื่น ๆ เพื่อสร้างโค้ด HTML, CSS และ JavaScript สำหรับเว็บไซต์ฟิชชิ่งปลอม โดยการอำพรางคำสั่ง (Prompt) ให้ดูเหมือนเป็นคำขอเขียนโปรแกรมทั่วไปที่ไม่มีพิษภัย สมาชิกอาจถาม Gemini ว่า "สร้างหน้าเข้าสู่ระบบให้กับบริษัทเทค" หรือ "สร้างพอร์ทัลสนับสนุนลูกค้า" ซึ่งเป็นคำขอที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้น AI ก็จะสร้างโค้ดที่ใช้งานได้ออกมา ซึ่งนักหลอกลวงจะนำไปโฮสต์บนโดเมนปลอมเพื่อสร้างหน้าเว็บเลียนแบบที่น่าเชื่อถือของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Google, YouTube, หน่วยงานรัฐ และแบรนด์ที่เชื่อถือได้อื่น ๆ
เทคนิคนี้ลดอุปสรรคทางเทคนิคสำหรับอาชญากรลงอย่างมาก ทำให้พวกเขาสามารถขยายขนาดปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว
องค์กรนี้ดำเนินการในรูปแบบธุรกิจซอฟต์แวร์อาชญากรรมแบบสมัครสมาชิก โดยการขายและการจัดจำหน่ายทั้งหมดส่งผ่านบอท Telegram แบบอัตโนมัติทั้งหมด แพลตฟอร์มสั่งซื้อแบบบริการตนเองนี้ทำให้การเริ่มแคมเปญฟิชชิ่งที่ซับซ้อนเป็นเรื่องง่ายเหมือนกับการสมัครใช้บริการสตรีมมิ่ง คุณสมบัติหลักของชุดเครื่องมือ "Outsider" มีดังนี้:
ขนาดของการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหานั้นน่าตกตะลึง การสืบสวนของ Google และคำฟ้องให้รายละเอียดถึงอันตรายมหาศาลที่เกิดจาก Outsider Enterprise:
การตอบสนองต่อ Outsider Enterprise เป็นความพยายามที่ประสานงานกันหลายฝ่าย ซึ่งผสมผสานการดำเนินคดีแพ่งเข้ากับการป้องกันระดับเครือข่ายและการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง
จุดยืนทางกฎหมายที่แข็งกร้าวของ Google ประกอบกับการผลักดันให้มีการออกกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ทันสมัย เช่น ร่างกฎหมาย Stop SCAMS Act ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Josh Harder เป็นสัญญาณว่ายุคของอาชญากรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการตอบสนองของภาคธุรกิจและภาครัฐ
Comments
0 comments