12 มิ.ย. 2026 – ซีอีโอ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับในบันทึกลับว่า Meta 'ทำผิดพลาด' ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ AI อย่างหักโหม โดยยอมรับว่ามัน 'สร้างความปั่นป่วน' ให้กับพนักงาน พร้อมสัญญาว่าจะไม่มีการเลย์ออฟทั่วบริ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What mistakes did Mark Zuckerberg admit Meta made during its AI overhaul, and what internal and external challenges has the company faced, i. Article summary: On June 12, 2026, Mark Zuckerberg acknowledged in an internal memo that Meta made "mistakes" during its AI transformation, calling the reorganization "disruptive" for many employees and promising no further company-wide . Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Meta internally announced a new restructuring of its artificial intelligence division amid internal tensions over the technology, people with knowledge of the matter said. Mark Zuc" source context "Zuckerberg Again Overhauls Meta's A.I. Efforts - The New York Times" Reference image 2: visual subject "Meta i
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ในบันทึกภายในที่ส่งถึงพนักงาน มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้กล่าวยอมรับอย่างที่พบเห็นได้ยากว่า การทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ AI ของ Meta นั้นเต็มไปด้วย “ความผิดพลาด” การยอมรับในครั้งนี้ซึ่งมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาเรื่องเสถียรภาพหลังจากการปรับโครงสร้างที่วุ่นวาย เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทกำลังรับมือกับผลกระทบจากการเลิกจ้างครั้งใหญ่ การโยกย้ายแผนกแบบบังคับ ค่าใช้จ่ายที่พุ่งทะยาน และการเสียหน้าต่อสาธารณะในแวดวง AI แบบโอเพนซอร์ส นี่คือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งที่ Meta ทำพลาด ขนาดของความปั่นป่วน และภูมิทัศน์การแข่งขันที่ผลักดันให้เกิดการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่เดิมพันสูงนี้
บันทึกดังกล่าวซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์สได้รับมา มีน้ำเสียงที่สำนึกผิดแต่มองไปข้างหน้า “ด้วยความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบนี้ เราได้ทำผิดพลาด และเราแทบจะแน่ใจว่าจะทำผิดพลาดอีก” ซักเคอร์เบิร์กเขียน พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะทำให้ช่วงที่เหลือของปี 2026 มี “เสถียรภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
การยอมรับนี้มุ่งเน้นไปที่ความล้มเหลวหลักสองประการ:
เบื้องหลังภาษาเชิงการทูตในบันทึกนั้น คือหนึ่งในการปรับโครงสร้างองค์กรที่กวาดล้างที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในเดือนพฤษภาคม 2026 Meta ได้ดำเนินแผนหลายระยะที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณ 20%
ความวุ่นวายนี้ได้ก่อให้เกิดวิกฤตขวัญกำลังใจอย่างลึกซึ้งภายในบริษัท แม้ว่า Meta จะยังคงรายงานผลกำไรรายไตรมาสที่แข็งแกร่งก็ตาม พนักงานได้แสดงความกังวลต่อปัจจัยหลายประการ :
ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหมู่พนักงานระดับล่าง การมาถึงของ Alexandr Wang วัย 28 ปีในตำแหน่ง Chief AI Officer นำไปสู่การปะทะกับผู้บริหารรุ่นเก๋าของ Meta อย่าง Chris Cox และ Andrew Bosworth ตามรายงานข่าว Meta ได้ออกมาปฏิเสธความขัดแย้งเหล่านี้อย่างเป็นทางการ แต่ความตึงเครียดที่ถูกรายงานก็ได้ตอกย้ำถึงการปะทะกันทางวัฒนธรรมระหว่างผู้นำด้านโซเชียลมีเดียที่อยู่มาอย่างยาวนาน กับทีม AI สไตล์สตาร์ทอัพที่ดุดันซึ่งถูกนำเข้ามาเพื่อเร่งความก้าวหน้า
หัวใจทางการเงินของความวุ่นวายนี้คือแผนการใช้จ่ายในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน Meta ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์งบลงทุน (Capital Expenditure) สำหรับปี 2026 ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเป็นช่วง 115,000-135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมกราคม และจากนั้นเป็น 125,000-145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.3 - 5.0 ล้านล้านบาท) ในระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกในเดือนเมษายน
ตัวเลขนี้แสดงถึงการเพิ่มขึ้นประมาณ 73% จากงบ 72,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ใช้ไปในปี 2025 และเกือบจะเป็นสองเท่าของงบลงทุนทั้งหมดของบริษัทในปี 2025 การใช้จ่ายนี้ขับเคลื่อนโดยการขยายศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และข้อผูกพันด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการเป็นพันธมิตรมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับ Amazon Web Services
ปฏิกิริยาของตลาดนั้นรวดเร็วและเป็นลบ ในวันที่ 29 เมษายน 2026 หลังจากการปรับเพิ่มงบลงทุน หุ้นของ Meta ร่วงลง 6-7% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ นักวิเคราะห์และนักลงทุนแสดง “ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI อย่างบ้าคลั่ง” ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเปรียบเทียบอย่างรุนแรงกับเงินหลายพันล้านที่สูญเสียไปกับการปรับตัวสู่เมตาเวิร์สของ Meta ความต้องการทางการเงินนั้นยิ่งใหญ่มากเสียจน Financial Times รายงานว่าฝ่ายบริหารของ Meta กำลังพิจารณาการเสนอขายหุ้น (rights offering) ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนแบบให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อช่วยระดมทุนสำหรับการสร้างโครงสร้าง AI นี้
มาตรการที่รุนแรงเหล่านี้เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อสถานการณ์การแข่งขันที่โหดร้าย การปรับโครงสร้างของ Meta ได้รับการออกแบบมาอย่างชัดเจนเพื่อปิดช่องว่างกับผู้นำ AI แถวหน้าอย่าง OpenAI, Alphabet (Google/DeepMind), และ Anthropic
สถานะของ Meta อ่อนแอลงหลังจากที่บริษัททุ่มเงินหลายพันล้านไปกับโมเดล Foundation Model รุ่นต่อไป ที่มีชื่อรหัสว่า Avocado และชื่อทางการว่า Muse Spark เพียงเพื่อจะเลื่อนการเปิดตัวเนื่องจากปัญหาด้านประสิทธิภาพ บริษัทพบว่าโมเดลดังกล่าวไม่สามารถผ่านการทดสอบภายในในด้านการให้เหตุผล การเขียนโค้ด และการเขียนได้อย่างเพียงพอ
เมื่อรวมกับข้อโต้แย้งเรื่องเกณฑ์มาตรฐานของ Llama 4 ความล้มเหลวเหล่านี้ได้ขยายช่องว่างกับคู่แข่งที่ใช้โมเดล Closed-Source ที่ซับซ้อน เช่น GPT series ของ OpenAI และ Claude ของ Anthropic สำหรับบริษัทที่ได้วางแบรนด์ AI ของตนไว้บนความเป็นผู้นำด้านโอเพนซอร์ส การสูญเสียความน่าเชื่อถือครั้งนี้จึงสร้างความเสียหายอย่างยิ่ง การปรับโครงสร้างองค์กรทั้งหมด นับจากงบโครงสร้างพื้นฐาน 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงการยกเครื่องด้านบุคลากรแบบบังคับ ถือเป็นการเดิมพันว่า Meta จะสามารถกลับมาตั้งหลักได้ในการแข่งขันที่การตกขบวนต่อไปไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
12 มิ.ย. 2026 – ซีอีโอ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับในบันทึกลับว่า Meta 'ทำผิดพลาด' ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ AI อย่างหักโหม โดยยอมรับว่ามัน 'สร้างความปั่นป่วน' ให้กับพนักงาน พร้อมสัญญาว่าจะไม่มีการเลย์ออฟทั่วบริ...
12 มิ.ย. 2026 – ซีอีโอ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับในบันทึกลับว่า Meta 'ทำผิดพลาด' ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ AI อย่างหักโหม โดยยอมรับว่ามัน 'สร้างความปั่นป่วน' ให้กับพนักงาน พร้อมสัญญาว่าจะไม่มีการเลย์ออฟทั่วบริ... การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้รวมถึงการเลิกจ้างพนักงาน 8,000 คน (10% ของทั้งหมด) และการบังคับย้ายพนักงานอีก 7,000 คนไปทำงานด้าน AI ส่งผลให้งบลงทุนต่อปีพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางราคาหุ้นที...
แม้จะให้คำมั่นว่าจะสร้างเสถียรภาพ แต่บริษัทกำลังเผชิญกับวิกฤตขวัญกำลังใจ ความขัดแย้งภายในหมู่ผู้บริหาร และการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นจาก OpenAI, Google, และ Anthropic