สงครามในอิหร่านเป็นตัวเร่งให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในยุโรปพุ่ง 41 42% ในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลดีดตัวสู่จุดสูงสุดในรอบหลายปี สร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตของค่ายรถอย่างเรโนลต์อย่างหนัก ยอดคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของเรโนลต์ในฝรั่งเศสและเยอรมนีทะยานขึ้น 50% เกินกำลังการผลิตที่มีอยู่ ขณะที...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key trends in Europe's electric vehicle market in May 2026, including the 41% jump in BEV registrations across Europe, the imp. Article summary: Europe's electric vehicle market hit an inflection point in May 2026, driven overwhelmingly by the Iran war-induced fuel price shock. BEV registrations surged roughly 41–42% year-on-year across the continent, consumer de. Topic tags: general. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Title: Europe's EV Sales Jump 51% As Iran War Sends Gasoline Prices Soaring<!-- --> | ZeroHedge # Europe's EV Sales Jump 51% As Iran War Sends Gasoline Prices Soaring. **Registrati" source context "Europe's EV Sales Jump 51% As Iran War Sends Gasoline Prices Soaring<!-- --> | ZeroHedge" Reference image 2: visual subject "Title: Europe's EV S
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในเดือนพฤษภาคม 2026 ความขัดแย้งในอิหร่านซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและได้เปลี่ยนสมการทางเศรษฐกิจสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ชาวยุโรปไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ตามมาคือยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนสร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิต ทำลายสถิติระดับประเทศ และเผยให้เห็นความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างความเป็นจริงของตลาดกับคำสั่งของรัฐบาล แรงผลักดันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรถยนต์เท่านั้น แต่มันยังส่งสัญญาณถึงการเร่งความเร็วของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของทั้งทวีปออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย
ตัวเลขหลักๆ ทั่วยุโรปน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ในเดือนเมษายน 2026 ยอดจดทะเบียน BEV พุ่งขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ครองส่วนแบ่งตลาด 23% โดยมีรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพิ่มส่วนแบ่งอีก 10% เข้าไปในสัดส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด เยอรมนี ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มียอดจดทะเบียน BEV เพิ่มขึ้น 41% ในเดือนเมษายน เป็น 64,400 คัน ซึ่งผลักดันให้ตัวเลขตั้งแต่ต้นปีเพิ่มขึ้นเป็น 224,000 คัน หรือเติบโต 41% เช่นเดียวกัน
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในวงกว้าง สหภาพยุโรปมีสัดส่วน BEV คิดเป็น 19.7% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในช่วงสี่เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นจาก 15.3% ในปีก่อนหน้า โดยมียอดจดทะเบียนใหม่เกือบ 747,000 คัน แนวโน้มนี้ปรากฏให้เห็นทั่วทั้งทวีป อิตาลีบันทึกการเพิ่มขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในไตรมาสแรกที่ประมาณ 66% ในขณะที่ฝรั่งเศสและสเปนตามมาด้วยการเติบโต 51% และ 42% ตามลำดับ
นอร์เวย์ยังคงเป็นผู้นำระดับโลก โดยมีสัดส่วน BEV สูงถึง 97.8% ของยอดจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม
ในสหราชอาณาจักร ผลงานโดดเด่นเป็นพิเศษ ยอดจดทะเบียน BEV พุ่งขึ้น 34.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนพฤษภาคม 2026 ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นประวัติการณ์ที่ 27.3% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งรายเดือนสูงสุดของปี สิ่งนี้ผลักดันส่วนแบ่ง BEV ตั้งแต่ต้นปีให้ขึ้นไปอยู่ที่ 23.9% และตลาดรถยนต์ใหม่โดยรวมก็มีเดือนพฤษภาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019
ตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการพุ่งทะยานครั้งนี้ชัดเจนแจ่มแจ้ง นั่นคือสงครามในอิหร่าน ความขัดแย้งดังกล่าวได้ขัดขวางการจัดหาน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยปิดกั้นปริมาณน้ำมันทางทะเลของโลกประมาณ 20% ที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 72-73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนสงคราม พุ่งขึ้นไปเฉลี่ยที่ 103 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคมและขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์
ผลลัพธ์ที่ตามมาในทันทีคือราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วยุโรป
ผู้บริโภคตอบสนองอย่างเด็ดขาด ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว ยอดจดทะเบียน BEV ใน 15 ตลาดสำคัญของยุโรปพุ่งสูงขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็น 224,000 คัน ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อมโยงการพุ่งสูงนี้เข้ากับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นโดยตรง รายงานของรอยเตอร์ในเดือนพฤษภาคมยืนยันว่าราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งกำลังผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งมือหนึ่งและมือสองที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั่วทั้งทวีป
แพลตฟอร์มออนไลน์ในสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ต่างบันทึกการสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้น
ภาวะช็อกราคาครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสี่ปีหลังจากที่การรุกรานยูเครนของรัสเซียได้เผยให้เห็นถึงความเปราะบางของยุโรปต่อการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ความขัดแย้งในอิหร่านยิ่งเป็นการตอกย้ำแรงจูงใจในการลดการพึ่งพาน้ำมัน ผลักดันให้ทั้งผู้บริโภคและรัฐบาลมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนเป็นเครื่องมือเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน มากกว่าที่จะเป็นเพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
ไม่มีที่ไหนที่เห็นความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานได้ชัดเจนเท่าที่เรโนลต์ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ฟรองซัวส์ โพรโวสต์ ซีอีโอของเรโนลต์ กรุ๊ป เปิดเผยว่ายอดคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในตลาดหลักอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีได้พุ่งสูงขึ้น 50% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้น การพุ่งขึ้นครั้งนี้รุนแรงมากเสียจนความต้องการมีมากเกินกว่ากำลังการผลิตในปัจจุบันของบริษัท
โพรโวสต์ระบุว่าแม้เรโนลต์จะไม่มีปัญหาในทันทีในเรื่องการจัดหาแบตเตอรี่ แต่ซัพพลายเออร์ของบริษัทกำลังทำงานเกินกำลังการผลิตเนื่องจากสงคราม ทำให้บริษัทต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ทันกับความต้องการ เรโนลต์เริ่มพิจารณาการเพิ่มกะการผลิตพิเศษที่โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองดูเอและโมเบจในฝรั่งเศส และยังกำลังสำรวจการใช้เคมีแบตเตอรี่ที่ถูกกว่าเพื่อทำให้รถยนต์ของตนมีราคาจับต้องได้มากขึ้น
ความตึงเครียดในการผลิตนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด รถยนต์ไฟฟ้าเรโนลต์ R5 เคยสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้สายการผลิตของโรงงานดูเอต้องทำงานหนักเกินกำลังมาแล้วหลังจากเปิดตัว โดยขึ้นครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าฝรั่งเศสในปี 2025 และทำให้ต้องมีการเพิ่มกะกลางคืนและเสริมกำลังพนักงานเพื่อให้ทันกับความต้องการ สงครามอิหร่านได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมของความต้องการที่แข็งแกร่งให้กลายเป็นวิกฤตกำลังการผลิตแบบเฉียบพลัน โดยรวมแล้ว ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของเรโนลต์ได้เพิ่มขึ้นแล้ว 46.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 1 ปี 2026 โดยครองส่วนแบ่ง 4.8% ของปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในยุโรป
เดือนพฤษภาคมที่โดดเด่นของสหราชอาณาจักรสร้างความย้อนแย้งขึ้นมา ในขณะที่ BEV ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นประวัติการณ์ที่ 27.3% แต่ข้อบังคับยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV Mandate) ของรัฐบาลกำหนดให้ยอดขายรถยนต์ใหม่ 33% ต้องเป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในปี 2026 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 38% ในปี 2027 เมื่อนับตั้งแต่ต้นปี BEV มีสัดส่วนเพียง 23.9% ของยอดจดทะเบียน ทิ้งช่องว่างที่คงอยู่อย่างต่อเนื่องประมาณ 6 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับแนวทางกำกับดูแล
ช่องว่างนี้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ไมค์ ฮอว์ส ซีอีโอของ SMMT (สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์แห่งสหราชอาณาจักร) เรียกการทบทวนข้อบังคับนี้ว่า "จำเป็นอย่างยิ่ง" ในเดือนมิถุนายน โดยให้เหตุผลว่าสมมติฐานที่เป็นรากฐานของมัน "ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว" ในตลาดที่ถูกหล่อหลอมด้วยความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์และอุปสงค์ที่ไม่สม่ำเสมอ กลุ่มอุตสาหกรรมได้เตือนว่าส่วนลดหลายพันล้านปอนด์ที่ผู้ผลิตใช้เพื่อกระตุ้นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้านั้นไม่ยั่งยืน และเป้าหมายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ของข้อบังคับนี้มีความเสี่ยงที่จะทำลายความอยู่รอดของภาคส่วนนี้
กลุ่มสิ่งแวดล้อมและนักวิเคราะห์ด้านพลังงานได้โต้แย้งกลับ โดยเตือนว่าการทำให้เป้าหมายอ่อนแอลงจะเสี่ยงต่อ "ต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่มั่นคงทางพลังงานที่มากขึ้น" ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งในอิหร่านได้แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน การอภิปรายครั้งนี้ทำให้สหราชอาณาจักรอยู่บนทางแยกของนโยบาย โดยยอดขายที่เป็นประวัติการณ์ได้ให้กระสุนแก่ทั้งสองฝ่าย เป็นหลักฐานของการยอมรับที่เร่งตัวขึ้น และเป็นข้อพิสูจน์ถึงเงินอุดหนุนก้อนโตที่ยังจำเป็นต้องใช้เพื่อให้เป็นไปตามแผน
ผลกระทบของสงครามอิหร่านขยายวงไปไกลเกินกว่าตัวเลขการจดทะเบียนรายเดือน มันเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภูมิทัศน์ด้านพลังงานและยานยนต์ของยุโรป
แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนยังคงเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2026 โดยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในขณะที่ยอดจดทะเบียน BEV ในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น การผสมผสานกันของราคาที่แข่งขันได้, ตัวเลือกรุ่นที่เพิ่มมากขึ้น, และความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวยุโรปต่อต้นทุนเชื้อเพลิง สร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ผลิตชาวจีนในการรวมฐานที่มั่นของตนในยุโรป
ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งยิ่งทำให้ความตั้งใจของยุโรปในการลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลแน่วแน่มากขึ้น นักวิเคราะห์รายงานว่าสงครามกำลังเร่งการลงทุนในพลังงานลม แสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงานทั่วยุโรปและเอเชีย เช่นเดียวกับที่การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ได้จุดชนวนให้เกิดการเร่งเครื่องด้านพลังงานหมุนเวียน ปริมาณการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหภาพยุโรปคาดว่าจะลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ อันเป็นผลโดยตรงจากความขัดแย้ง
การบรรจบกันของพลังเหล่านี้—ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์, ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่พุ่งสูง, การขยายการส่งออกของจีน, และการสร้างพลังงานหมุนเวียนที่เร่งตัวขึ้น—หมายความว่าภายในเดือนพฤษภาคม 2026 ตลาดรถยนต์ยุโรปไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป มันกำลังถูกปรับโฉมด้วยความเร็วสูงจากสงครามพลังงานที่เปลี่ยนเหตุผลทางเศรษฐกิจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากข้อเสนอระยะยาว ให้กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของผู้บริโภคในทันที
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สงครามในอิหร่านเป็นตัวเร่งให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในยุโรปพุ่ง 41 42% ในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลดีดตัวสู่จุดสูงสุดในรอบหลายปี สร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตของค่ายรถอย่างเรโนลต์อย่างหนัก
สงครามในอิหร่านเป็นตัวเร่งให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในยุโรปพุ่ง 41 42% ในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลดีดตัวสู่จุดสูงสุดในรอบหลายปี สร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตของค่ายรถอย่างเรโนลต์อย่างหนัก ยอดคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของเรโนลต์ในฝรั่งเศสและเยอรมนีทะยานขึ้น 50% เกินกำลังการผลิตที่มีอยู่ ขณะที่ยอดขายที่พุ่งแรงในอังกฤษก็ยังตามหลังเป้าหมายกำกับดูแลของปี 2026 อยู่ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์
ความขัดแย้งเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มแรงผลักดันให้กับพลังงานหมุนเวียน และตอกย้ำความได้เปรียบในการแข่งขันของผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในตลาดยุโรป