คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ การปิดช่องแคบฮอร์มุซขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณที่ขาดหายไปสุทธิหลังหักลบกลไกชดเชยต่างๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเลขพาดหัวข่าว... กรณีฐานของโกลด์แมน แซคส์ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2026 ประเมินว่าการสัญจรทางเรือจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน แต่เตือนว่าความเสี่ยงกำลังโน้มเอียงไปทางการหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น โดยการผลิตในอ่าวเปอร์เซียต้องใช้เวลา... ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงสองด้านที่ไม่เหมือนใคร: การขาดแคลนที่ยืดเยื้อหากช่องแคบยังคงปิด หรือภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างฉับพลันเมื่อน้ำมันที่ถูกกักเก็บจากตะวันออกกลางทะลักกลับเข้ามา ซึ่งฟิทช์ เรทติ้งส์ระบุว่าตลาดฟิวเจอร์สกำ... How has the actual global crude oil supply shortfall from the Strait of Hormuz closure differed from initial dire estimates, what offsetting The Strait of Hormuz closure has disrupted roughly 20% of global oil production, though offsetting measures have halved the net supply shortfall. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the actual global crude oil supply shortfall from the Strait of Hormuz closure differed from initial dire estimates, what offsetting. Article summary: Here is the breakdown of the actual vs. estimated supply shortfall, the cushioning factors, and Goldman Sachs' latest timeline for normalization.. Topic tags: general, education, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Iran War: How High Could Oil Prices Get with Strait of Hormuz Closure? # The Strait of Hormuz Oil Shock Is Now Heading West. But the energy industry is warning that the crisis is" source context "The Strait of Hormuz Oil Shock Is Now Heading West - Bloomberg.com" Reference image 2: visual subject "# Iran War: How High Could Oil Prices Get with Strait of Hormuz Closure
openai.com เมื่ออิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิผลในวันที่ 1 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าวต่างพากันตีฆ้องร้องป่าวถึงหายนะ น้ำมันดิบ คอนเดนเสท และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันที่เคยสัญจรผ่านเส้นทางน้ำนี้ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณการผลิตน้ำมันโลก ต้องหยุดชะงัก แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อสมดุลอุปทานของโลกนั้นน่ากลัวน้อยกว่าตัวเลขพาดหัวนั้นมาก การสูญเสียอุปทานสุทธิที่เกิดขึ้นจริงนั้นอยู่ที่ประมาณ 8-11 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีกลไกดูดซับแรงกระแทกหลายประการที่ป้องกันไม่ให้ผลกระทบเลวร้ายที่สุดส่งถึงมือผู้บริโภคในทันที
เหตุใดตัวเลขพาดหัวจึงมากกว่าปริมาณที่ขาดหายจริง
การประเมินล่าสุดของ EIA ระบุว่าปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนเกิดวิกฤตอยู่ที่ 20.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันดิบและคอนเดนเสท 14.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์อีก 5.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรวมดังกล่าวไม่เคยกลายเป็นปริมาณที่หายไปจากตลาดโลกทั้งหมด เมื่อถึงปลายเดือนมีนาคม Bloomberg คำนวณว่าการปิดช่องแคบกำลังลดปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันโลกลงประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันหลังจากหักลบมาตรการแทรกแซงเพื่อชดเชย เมื่อเทียบกับความต้องการก่อนเกิดสงคราม ช่องว่างที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ธนาคารโลกบันทึกว่าอุปทานน้ำมันโลกลดลง 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม ในขณะที่รายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนมีนาคมของ IEA ระบุว่าอุปทานโลกสุทธิลดลง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนถึงการลดลงประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในการผลิตของตะวันออกกลางที่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอื่น
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลที่หายไป เหลือเพียง 8 ล้าน: กลไกกันชนที่ช่วยพยุงตลาดน้ำมันโลก" คืออะไร การปิดช่องแคบฮอร์มุซขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณที่ขาดหายไปสุทธิหลังหักลบกลไกชดเชยต่างๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเลขพาดหัวข่าว...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? การปิดช่องแคบฮอร์มุซขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณที่ขาดหายไปสุทธิหลังหักลบกลไกชดเชยต่างๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเลขพาดหัวข่าว... กรณีฐานของโกลด์แมน แซคส์ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2026 ประเมินว่าการสัญจรทางเรือจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน แต่เตือนว่าความเสี่ยงกำลังโน้มเอียงไปทางการหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น โดยการผลิตในอ่าวเปอร์เซียต้องใช้เวลา...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงสองด้านที่ไม่เหมือนใคร: การขาดแคลนที่ยืดเยื้อหากช่องแคบยังคงปิด หรือภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างฉับพลันเมื่อน้ำมันที่ถูกกักเก็บจากตะวันออกกลางทะลักกลับเข้ามา ซึ่งฟิทช์ เรทติ้งส์ระบุว่าตลาดฟิวเจอร์สกำ...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ การปิดช่องแคบฮอร์มุซขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณที่ขาดหายไปสุทธิหลังหักลบกลไกชดเชยต่างๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเลขพาดหัวข่าว... กรณีฐานของโกลด์แมน แซคส์ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2026 ประเมินว่าการสัญจรทางเรือจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน แต่เตือนว่าความเสี่ยงกำลังโน้มเอียงไปทางการหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น โดยการผลิตในอ่าวเปอร์เซียต้องใช้เวลา... ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงสองด้านที่ไม่เหมือนใคร: การขาดแคลนที่ยืดเยื้อหากช่องแคบยังคงปิด หรือภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างฉับพลันเมื่อน้ำมันที่ถูกกักเก็บจากตะวันออกกลางทะลักกลับเข้ามา ซึ่งฟิทช์ เรทติ้งส์ระบุว่าตลาดฟิวเจอร์สกำ... How has the actual global crude oil supply shortfall from the Strait of Hormuz closure differed from initial dire estimates, what offsetting The Strait of Hormuz closure has disrupted roughly 20% of global oil production, though offsetting measures have halved the net supply shortfall. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the actual global crude oil supply shortfall from the Strait of Hormuz closure differed from initial dire estimates, what offsetting. Article summary: Here is the breakdown of the actual vs. estimated supply shortfall, the cushioning factors, and Goldman Sachs' latest timeline for normalization.. Topic tags: general, education, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Iran War: How High Could Oil Prices Get with Strait of Hormuz Closure? # The Strait of Hormuz Oil Shock Is Now Heading West. But the energy industry is warning that the crisis is" source context "The Strait of Hormuz Oil Shock Is Now Heading West - Bloomberg.com" Reference image 2: visual subject "# Iran War: How High Could Oil Prices Get with Strait of Hormuz Closure
openai.com เมื่ออิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิผลในวันที่ 1 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าวต่างพากันตีฆ้องร้องป่าวถึงหายนะ น้ำมันดิบ คอนเดนเสท และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันที่เคยสัญจรผ่านเส้นทางน้ำนี้ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณการผลิตน้ำมันโลก ต้องหยุดชะงัก แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อสมดุลอุปทานของโลกนั้นน่ากลัวน้อยกว่าตัวเลขพาดหัวนั้นมาก การสูญเสียอุปทานสุทธิที่เกิดขึ้นจริงนั้นอยู่ที่ประมาณ 8-11 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีกลไกดูดซับแรงกระแทกหลายประการที่ป้องกันไม่ให้ผลกระทบเลวร้ายที่สุดส่งถึงมือผู้บริโภคในทันที
เหตุใดตัวเลขพาดหัวจึงมากกว่าปริมาณที่ขาดหายจริง
การประเมินล่าสุดของ EIA ระบุว่าปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนเกิดวิกฤตอยู่ที่ 20.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันดิบและคอนเดนเสท 14.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์อีก 5.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรวมดังกล่าวไม่เคยกลายเป็นปริมาณที่หายไปจากตลาดโลกทั้งหมด เมื่อถึงปลายเดือนมีนาคม Bloomberg คำนวณว่าการปิดช่องแคบกำลังลดปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันโลกลงประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันหลังจากหักลบมาตรการแทรกแซงเพื่อชดเชย เมื่อเทียบกับความต้องการก่อนเกิดสงคราม ช่องว่างที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ธนาคารโลกบันทึกว่าอุปทานน้ำมันโลกลดลง 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม ในขณะที่รายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนมีนาคมของ IEA ระบุว่าอุปทานโลกสุทธิลดลง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนถึงการลดลงประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในการผลิตของตะวันออกกลางที่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอื่น
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลที่หายไป เหลือเพียง 8 ล้าน: กลไกกันชนที่ช่วยพยุงตลาดน้ำมันโลก" คืออะไร การปิดช่องแคบฮอร์มุซขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณที่ขาดหายไปสุทธิหลังหักลบกลไกชดเชยต่างๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเลขพาดหัวข่าว...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? การปิดช่องแคบฮอร์มุซขัดขวางการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณที่ขาดหายไปสุทธิหลังหักลบกลไกชดเชยต่างๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเลขพาดหัวข่าว... กรณีฐานของโกลด์แมน แซคส์ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2026 ประเมินว่าการสัญจรทางเรือจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน แต่เตือนว่าความเสี่ยงกำลังโน้มเอียงไปทางการหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น โดยการผลิตในอ่าวเปอร์เซียต้องใช้เวลา...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงสองด้านที่ไม่เหมือนใคร: การขาดแคลนที่ยืดเยื้อหากช่องแคบยังคงปิด หรือภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างฉับพลันเมื่อน้ำมันที่ถูกกักเก็บจากตะวันออกกลางทะลักกลับเข้ามา ซึ่งฟิทช์ เรทติ้งส์ระบุว่าตลาดฟิวเจอร์สกำ...
กล่าวโดยสรุปคือ การประมาณการ "20 ล้านบาร์เรลต่อวัน" ในตอนแรกนั้นจับภาพปริมาณรวมที่ถูกปิดกั้น ณ จุดคอขวด ไม่ใช่ปริมาณสุทธิที่หายไปจากสมดุลโลก การขาดแคลนสุทธิที่แท้จริงมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเลขนั้น
สี่เกราะกันชนที่ดูดซับแรงกระแทก แม้จะเกิดภาวะอุปทานหยุดชะงักในระดับ 20% ของการผลิตทั่วโลก แต่ราคาน้ำมันอ้างอิงก็ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดหลังการรุกรานยูเครนในปี 2022 มีปัจจัยต้านสี่ประการที่เข้ามาปิดช่องว่าง:
การใช้คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserves) รัฐบาลที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรได้เร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์อย่างแข็งกร้าว เพื่อทดแทนน้ำมันที่หายไปจากตลาดจรโดยตรง คลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของ OECD มีอยู่ประมาณ 1.2 พันล้านบาร์เรลก่อนเกิดวิกฤต อัตราการระบายน้ำมันมีมากพอที่ EIA ต้องออกมาเตือนว่าสินค้าคงคลังของ OECD กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2023 หากช่องแคบยังคงถูกปิด
การเติบโตของอุปทานนอกกลุ่มโอเปกพลัส ผู้ผลิตที่อยู่นอกตะวันออกกลาง เช่น หินน้ำมันของสหรัฐฯ บราซิล กายอานา ทรายน้ำมันของแคนาดา ต่างเร่งเพิ่มกำลังการผลิต IEA ระบุชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัสจากคาซัคสถานและรัสเซียมีส่วนชดเชยการลดลง 10 ล้านบาร์เรลต่อวันของตะวันออกกลางบางส่วน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม EIA ประเมินว่าการผลิตประมาณ 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกปิดกั้นทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งตอกย้ำขนาดของสิ่งที่ส่วนอื่นๆ ของโลกกำลังเร่งหามาทดแทน
การทำลายล้างอุปสงค์ (Demand Destruction)
การระบายน้ำมันจากคลังสำรองพาณิชย์
แนวโน้มจากโกลด์แมน แซคส์: การกลับสู่ภาวะปกติในปลายเดือนมิถุนายน และการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โกลด์แมน แซคส์ ได้ติดตามภาวะหยุดชะงักนี้ผ่านการปรับประมาณการหลายครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม และในกรณีฐานล่าสุดซึ่งประกาศเมื่อ 1 มิถุนายน 2026 ระบุว่าการสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ที่สำคัญ บริษัทเตือนว่าความเสี่ยงกำลังโน้มเอียงไปทางการหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น
ช่องว่างการผลิตในอ่าวเปอร์เซีย: จากการประเมินเมื่อปลายเดือนเมษายน การผลิตของอ่าวเปอร์เซียยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอยู่ 14.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงถึง 57% โกลด์แมนประมาณการว่าการฟื้นฟูน้ำมันที่หายไปนั้นจะต้องใช้เวลา "หลายเดือน" แม้หลังจากช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานของการเปิดเส้นทางอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ ปลอดภัย และไม่มีการโจมตีซ้ำอีก
แนวโน้มราคา: ในช่วงปลายเดือนมีนาคม โกลด์แมนปรับเพิ่มประมาณการราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบเบรนท์ในปี 2026 เป็น 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 77 ดอลลาร์ ภายในปลายเดือนเมษายน บริษัทปรับเพิ่มราคาเบรนท์ในไตรมาส 4 ปี 2026 เป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 80 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงการฟื้นตัวของการผลิตในอ่าวเปอร์เซียที่ช้าลง และการเลื่อนระยะเวลาการกลับสู่ภาวะปกติจากกลางเดือนพฤษภาคมเป็นสิ้นเดือนมิถุนายน
ความเสี่ยงด้านขาขึ้น: หากการกลับสู่ภาวะปกติถูกเลื่อนออกไปเกินเดือนมิถุนายน โกลด์แมนเตือนว่าราคาอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อย่างรวดเร็ว บทวิเคราะห์อีกฉบับในเดือนมีนาคมวัดระดับความเสี่ยงออกมาเป็นชั้นๆ โดยประมาณการว่าการปิดช่องแคบเต็มรูปแบบหนึ่งเดือนโดยไม่มีมาตรการชดเชยใดๆ เลย อาจเพิ่มราคาได้ 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล; หากมีการใช้ขีดความสามารถของท่อส่งสำรองและระบายน้ำมันจากคลัง SPR ทั้งหมด ส่วนต่างของราคาจะลดลงเหลือ 8-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อันตรายจากทั้งสองด้านของการกลับสู่ภาวะปกติ ไม่ว่าการกลับสู่สภาวะปกติจะยืดเยื้อไปถึงครึ่งหลังของปี 2026 หรือการเปิดเส้นทางอย่างรวดเร็วจะทำให้ราคาไร้เสถียรภาพในอีกทิศทางหนึ่ง วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซก็ได้เขียนสมการของตลาดน้ำมันโลกใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่เดือน กันชนที่ช่วยบรรเทาผลกระทบในตอนแรกนั้นมีจำกัด ในขณะที่สินค้าคงคลังลดน้อยลงและคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เข้าใกล้ระดับต่ำสุดที่สามารถดำเนินการได้ พื้นที่สำหรับการเลื่อนเวลาต่อไปอีกกำลังหดหายลงอย่างรวดเร็ว
edwardconard.com Oil Market Report - March 2026 กล่าวโดยสรุปคือ การประมาณการ "20 ล้านบาร์เรลต่อวัน" ในตอนแรกนั้นจับภาพปริมาณรวมที่ถูกปิดกั้น ณ จุดคอขวด ไม่ใช่ปริมาณสุทธิที่หายไปจากสมดุลโลก การขาดแคลนสุทธิที่แท้จริงมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเลขนั้น
สี่เกราะกันชนที่ดูดซับแรงกระแทก แม้จะเกิดภาวะอุปทานหยุดชะงักในระดับ 20% ของการผลิตทั่วโลก แต่ราคาน้ำมันอ้างอิงก็ยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดหลังการรุกรานยูเครนในปี 2022 มีปัจจัยต้านสี่ประการที่เข้ามาปิดช่องว่าง:
การใช้คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserves) รัฐบาลที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรได้เร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์อย่างแข็งกร้าว เพื่อทดแทนน้ำมันที่หายไปจากตลาดจรโดยตรง คลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของ OECD มีอยู่ประมาณ 1.2 พันล้านบาร์เรลก่อนเกิดวิกฤต อัตราการระบายน้ำมันมีมากพอที่ EIA ต้องออกมาเตือนว่าสินค้าคงคลังของ OECD กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2023 หากช่องแคบยังคงถูกปิด
การเติบโตของอุปทานนอกกลุ่มโอเปกพลัส ผู้ผลิตที่อยู่นอกตะวันออกกลาง เช่น หินน้ำมันของสหรัฐฯ บราซิล กายอานา ทรายน้ำมันของแคนาดา ต่างเร่งเพิ่มกำลังการผลิต IEA ระบุชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัสจากคาซัคสถานและรัสเซียมีส่วนชดเชยการลดลง 10 ล้านบาร์เรลต่อวันของตะวันออกกลางบางส่วน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม EIA ประเมินว่าการผลิตประมาณ 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกปิดกั้นทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งตอกย้ำขนาดของสิ่งที่ส่วนอื่นๆ ของโลกกำลังเร่งหามาทดแทน
การทำลายล้างอุปสงค์ (Demand Destruction)
การระบายน้ำมันจากคลังสำรองพาณิชย์
แนวโน้มจากโกลด์แมน แซคส์: การกลับสู่ภาวะปกติในปลายเดือนมิถุนายน และการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โกลด์แมน แซคส์ ได้ติดตามภาวะหยุดชะงักนี้ผ่านการปรับประมาณการหลายครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม และในกรณีฐานล่าสุดซึ่งประกาศเมื่อ 1 มิถุนายน 2026 ระบุว่าการสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ที่สำคัญ บริษัทเตือนว่าความเสี่ยงกำลังโน้มเอียงไปทางการหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น
ช่องว่างการผลิตในอ่าวเปอร์เซีย: จากการประเมินเมื่อปลายเดือนเมษายน การผลิตของอ่าวเปอร์เซียยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอยู่ 14.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงถึง 57% โกลด์แมนประมาณการว่าการฟื้นฟูน้ำมันที่หายไปนั้นจะต้องใช้เวลา "หลายเดือน" แม้หลังจากช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานของการเปิดเส้นทางอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ ปลอดภัย และไม่มีการโจมตีซ้ำอีก
แนวโน้มราคา: ในช่วงปลายเดือนมีนาคม โกลด์แมนปรับเพิ่มประมาณการราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบเบรนท์ในปี 2026 เป็น 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 77 ดอลลาร์ ภายในปลายเดือนเมษายน บริษัทปรับเพิ่มราคาเบรนท์ในไตรมาส 4 ปี 2026 เป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 80 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงการฟื้นตัวของการผลิตในอ่าวเปอร์เซียที่ช้าลง และการเลื่อนระยะเวลาการกลับสู่ภาวะปกติจากกลางเดือนพฤษภาคมเป็นสิ้นเดือนมิถุนายน
ความเสี่ยงด้านขาขึ้น: หากการกลับสู่ภาวะปกติถูกเลื่อนออกไปเกินเดือนมิถุนายน โกลด์แมนเตือนว่าราคาอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อย่างรวดเร็ว บทวิเคราะห์อีกฉบับในเดือนมีนาคมวัดระดับความเสี่ยงออกมาเป็นชั้นๆ โดยประมาณการว่าการปิดช่องแคบเต็มรูปแบบหนึ่งเดือนโดยไม่มีมาตรการชดเชยใดๆ เลย อาจเพิ่มราคาได้ 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล; หากมีการใช้ขีดความสามารถของท่อส่งสำรองและระบายน้ำมันจากคลัง SPR ทั้งหมด ส่วนต่างของราคาจะลดลงเหลือ 8-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อันตรายจากทั้งสองด้านของการกลับสู่ภาวะปกติ ไม่ว่าการกลับสู่สภาวะปกติจะยืดเยื้อไปถึงครึ่งหลังของปี 2026 หรือการเปิดเส้นทางอย่างรวดเร็วจะทำให้ราคาไร้เสถียรภาพในอีกทิศทางหนึ่ง วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซก็ได้เขียนสมการของตลาดน้ำมันโลกใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่เดือน กันชนที่ช่วยบรรเทาผลกระทบในตอนแรกนั้นมีจำกัด ในขณะที่สินค้าคงคลังลดน้อยลงและคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เข้าใกล้ระดับต่ำสุดที่สามารถดำเนินการได้ พื้นที่สำหรับการเลื่อนเวลาต่อไปอีกกำลังหดหายลงอย่างรวดเร็ว
edwardconard.com Oil Market Report - March 2026