ในการไต่สวนต่อเนื่องของเดือนมิถุนายน 2026 เหล่าสมาชิกสภาคองเกรสและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองพรรค ต่างประสานเสียงเตือนว่า การแข่งขันด้าน AI กับจีน คือศึกแห่งการอยู่รอดที่จะชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันทางทหารและเศรษฐกิจของอ... พยานบุคคลเตือนว่า การขายชิป AI ขั้นสูงให้กับจีน จะช่วย ‘เร่งการปรับปรุงกองทัพจีนให้ทันสมัย’ อย่า...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did US lawmakers and witnesses say during the June 2026 congressional hearing about the importance of the United States winning the glo. Article summary: Across the June 2026 hearings, the bipartisan consensus was clear: losing the AI race to China would threaten US economic leadership, military superiority, and national security. Lawmakers described the contest as existe. Topic tags: general, government, education, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "+ The Transformative Power of AI. # Senate Hearing to Strengthen American AI Innovation to Win the Global Tech Race. WASHINGTON—This morning, the Senate Commerce, Science, and Tran" source context "Senate Hearing to Strengthen American AI Innovation to Win the Global Tech Race - NetChoice"
ตลอดเดือนมิถุนายน 2026 การไต่สวนที่มีชื่อเสียงหลายครั้งในสภาคองเกรสได้ก่อให้เกิดข้อความที่ชัดเจนและเป็นการส่งสัญญาณจากทั้งสองพรรคการเมืองว่า การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกกับจีนไม่ใช่เหตุการณ์ในอนาคตอันไกล แต่คือภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบทันทีต่อการครอบงำทางเศรษฐกิจและการทหาร บรรดาสมาชิกสภาและพยานบุคคลกลับมาย้ำประเด็นเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยวางกรอบให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่จะกำหนดชะตาเศรษฐกิจ การทหาร และภูมิรัฐศาสตร์ไปอีกหลายชั่วอายุคน
การวางกรอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดมาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญด้านการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ประจำสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ระหว่างการไต่สวนหัวข้อ "การชนะการแข่งขันอาวุธ AI กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน" ในคำแถลงเปิดการประชุม สมาชิกสภาฯ ประกาศว่า AI "จะกำหนดรูปร่างเศรษฐกิจของเรา การทหารของเรา การทูตของเรา และความมั่นคงแห่งชาติของเราไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า" ข้อความเดียวกันนี้ถูกส่งออกไปก่อนหน้านั้นหลายเดือน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 โดยประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร Brian Mast ได้เปิดการไต่สวนด้วยการยืนยันว่า "การชนะการแข่งขันอาวุธ AI คือกุญแจสู่ความมั่นคงแห่งชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอเมริกา" และการแข่งขันนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันทางทหารระหว่างสองประเทศในลักษณะที่ "ชัดเจนว่าขาวหรือดำ"
นี่ไม่ใช่วาทกรรมของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ ในการไต่สวนของคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ภายใต้หัวข้อ "AI กับความฝันอเมริกัน: การส่งเสริมนวัตกรรม, ความสามารถในการเข้าถึง, และการครอบงำของอเมริกา" ประธานคณะกรรมาธิการ Tim Scott ได้อธิบายวิสัยทัศน์ว่า การใช้ AI อย่างถูกต้องหมายถึง "การรักษาอเมริกาให้นำหน้าจีนและศัตรูของเรา" ในขณะเดียวกันก็เสริมสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ วุฒิสมาชิก Angela Alsobrooks ยังได้ตอกย้ำว่า สหรัฐอเมริกาจะต้องเป็นผู้นำโลกในการพัฒนา AI
คำให้การที่น่าตกใจที่สุดมาจากพยานที่ให้รายละเอียดถึงความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างชิป AI ขั้นสูงกับขีดความสามารถทางทหารของจีน Matt Pottinger อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ให้การว่า การอนุญาตให้ Nvidia ขายชิป AI รุ่น H200 ให้กับจีน จะ "ช่วยให้จีนเร่งการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยแบบก้าวกระโดด" ในหลากหลายขอบเขต อาทิ อาวุธนิวเคลียร์, การรวบรวมข่าวกรองและการเฝ้าระวัง, สงครามไซเบอร์, โดรนและยานยนต์ไร้คนขับ, สงครามอิเล็กทรอนิกส์, ระบบโจมตีแม่นยำ, สงครามชีวภาพ, เครือข่ายการบัญชาการและควบคุม, สงครามอวกาศ และการจำลองขั้นสูงสำหรับการฝึกฝนและการวางแผนปฏิบัติการ
Pottinger ยังเตือนอีกว่า ชิปตัวเดียวกันนี้จะช่วยให้บริษัทของจีนที่ได้รับการอุดหนุนอย่างหนักสามารถแข่งขันกับผู้พัฒนา AI และผู้ให้บริการคลาวด์ของอเมริกา ซึ่งทำให้ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง อันตรายจากการใช้งานสองทาง (Dual-Use) เช่นนี้ ที่เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์สามารถนำไปใช้เพื่อความก้าวหน้าทางการทหารได้โดยตรง ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการไต่สวน
ในขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงรักษาความเป็นผู้นำในด้านโมเดล AI และพลังการประมวลผล บรรดาพยานได้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ที่สำคัญ คำให้การต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุว่า จีนได้สร้าง "ข้อได้เปรียบที่สำคัญในด้านข้อมูลและการปรับใช้ในวงกว้าง" สิ่งนี้สร้างความไม่สมดุลขั้นพื้นฐาน: สหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่ความเหนือกว่าทางเทคโนโลยี ในขณะที่จีนตั้งเป้าที่จะชนะผ่านการนำไปใช้จริงและการแพร่กระจายเทคโนโลยีของตนไปทั่วโลก
คำเตือนนี้มีนัยยะที่น่าขนลุก: โมเดล AI ที่กำลังถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลของจีนและบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์มในวันนี้ อาจกลายเป็น "ตัวเลือกที่จะถูกนำไปใช้ในบ้านเรือน, ท่าเรือ, โรงพยาบาล, คลังสินค้า, และสถานที่ป้องกันประเทศของอเมริกาในวันพรุ่งนี้"
ในการไต่สวนเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026 หัวข้อ "แคมเปญของจีนในการขโมยความได้เปรียบด้าน AI ของอเมริกา" ประธานคณะกรรมาธิการ John Moolenaar กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า จีน "เต็มใจที่จะซื้อสิ่งที่พวกเขาซื้อได้ และขโมยสิ่งที่พวกเขาซื้อไม่ได้ เพื่อขับเคลื่อนความทะเยอทะยานด้าน AI ของพวกเขา" แม้ว่าการไต่สวนนี้จะเกิดขึ้นก่อนเดือนมิถุนายนถึงสองเดือน แต่มันส่งผลโดยตรงต่อความเร่งด่วนในการออกกฎหมายในช่วงฤดูร้อน
พยาน Yusuf Mahmood อธิบายว่าจีนคือ "ศัตรูผู้ตามติดอย่างรวดเร็ว" ที่มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ที่จะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาภายในปี 2030 แต่ข้อสังเกตคือจุดอ่อนในด้านทุน, บุคลากรที่มีความสามารถ, และเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้จีนต้อง "แข่งขันผ่านวิธีการที่ผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น" คณะกรรมาธิการวิสามัญได้บันทึกไว้ว่าระบบนิเวศ AI ของจีนนั้นต้องพึ่งพาเครื่องมือการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของตะวันตก, ชิป AI ของตะวันตก, และโมเดล AI ของตะวันตก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง
Mike Flynn จากสภาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITI) ได้ให้การต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้สภาคองเกรสปกป้องเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ และสนับสนุนความเป็นผู้นำด้าน AI ของอเมริกา Flynn ได้เรียกร้องให้มีการรับรองว่าสำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) มีทรัพยากรที่เพียงพอในการบังคับใช้การควบคุมการส่งออก
การผลักดันให้มีการควบคุมการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้นนี้ถูกสะท้อนไปทั่วทั้งคณะกรรมาธิการต่างๆ การถกเถียงทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren เชิญซีอีโอของ Nvidia, Jensen Huang, ให้มาให้การเกี่ยวกับการขายชิปให้จีนและผลกระทบด้านความมั่นคงแห่งชาติจากระเบียบการส่งออกในปัจจุบัน
สิ่งที่ปรากฏออกมาจากการไต่สวนในเดือนมิถุนายน 2026 ไม่ใช่การถกเถียงว่าการแข่งขันด้าน AI มีความสำคัญหรือไม่ แต่เป็นฉันทามติเร่งด่วนว่าเดิมพันนั้นสูงถึงขั้นเป็นเรื่องความเป็นความตาย การประเมินข่าวกรองตอกย้ำมุมมองนี้: รายงานการประเมินภัยคุกคามทั่วโลกประจำปี 2026 โดยสำนักงานผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (ODNI) ระบุว่า AI คือ "เทคโนโลยีที่กำหนดศตวรรษที่ 21" และระบุว่าจีนเป็น "คู่แข่งที่มีความสามารถมากที่สุด" ของสหรัฐฯ เป้าหมายของจีนในการเป็น "มหาอำนาจด้าน AI ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกภายในปี 2030" ถูกสมาชิกสภาคองเกรสมองว่าไม่ใช่แค่ความทะเยอทะยาน แต่คือภัยคุกคาม
การไต่สวนทำให้เห็นชัดว่า สำหรับสภาคองเกรสในช่วงกลางปี 2026 การแข่งขันด้าน AI กับจีนได้ก้าวข้ามจากนโยบายเทคโนโลยี ไปเป็นหลักการสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ คำถามไม่ใช่ว่าการแข่งขันครั้งนี้ควรต้องชนะหรือไม่ แต่เป็นว่าเครื่องมือที่มีอยู่—การควบคุมการส่งออก, เงินทุนสนับสนุนการวิจัย, และการสร้างพันธมิตร—เพียงพอที่จะรักษาความเป็นผู้นำที่พยานบุคคลอธิบายว่าอยู่ "ภายใต้แรงกดดันที่ไม่หยุดหย่อน" หรือไม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ในการไต่สวนต่อเนื่องของเดือนมิถุนายน 2026 เหล่าสมาชิกสภาคองเกรสและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองพรรค ต่างประสานเสียงเตือนว่า การแข่งขันด้าน AI กับจีน คือศึกแห่งการอยู่รอดที่จะชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันทางทหารและเศรษฐกิจของอ...
ในการไต่สวนต่อเนื่องของเดือนมิถุนายน 2026 เหล่าสมาชิกสภาคองเกรสและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองพรรค ต่างประสานเสียงเตือนว่า การแข่งขันด้าน AI กับจีน คือศึกแห่งการอยู่รอดที่จะชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันทางทหารและเศรษฐกิจของอ... พยานบุคคลเตือนว่า การขายชิป AI ขั้นสูงให้กับจีน จะช่วย ‘เร่งการปรับปรุงกองทัพจีนให้ทันสมัย’ อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านอาวุธนิวเคลียร์ สงครามไซเบอร์ และโดรนอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน จีนก็มีข้อได้เปรียบเหนือกว่าในด้านข้อมูล...
ผู้นำสภาคองเกรสส่งสัญญาณว่า การควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดขึ้น การปราบปรามการโจรกรรมเทคโนโลยีอย่างจริงจัง และการออกกฎหมายเพื่อปกป้องเทคโนโลยีขั้นสูงของอเมริกา คือสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้จีนใช้เทคโนโลยีที่ได...