ประธานยูโรกรุ๊ป คีเรียคอส ปิแอร์ราคาคิส ระบุว่ายูโรโซนกำลังเผชิญ 'เงินเฟ้อขาขึ้น การเติบโตขาลง' ซึ่งเป็นแรงกระแทกแบบ Stagflation จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่ากลุ่มประเทศยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เต็มรูปแบบ ECB ตอบสนองเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 25 basis points เป็น 2.25% ซึ่งเป็...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Eurogroup President Kyriakos Pierrakakis say about the eurozone's economic situation in June 2026, and what were the key economic p. Article summary: Here is a synthesis of what was discussed at the Eurogroup meeting in Luxembourg on June 11, 2026, and what President Pierrakakis said, based on the strongest available evidence.. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "## The Eurogroup President comments on the economic forecasts: "No major surprises, but we must not allow the energy crisis to trigger a financial crisis." A call for prudence in s" source context "Pierrakakis: “There is stagflationary pressure, but Europe is holding up”" Reference image 2: visual subject "The eurozone needs to “return to a p
ในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 รัฐมนตรีคลังของยูโรโซนได้ประชุมกันที่ลักเซมเบิร์กภายใต้เงามืดของวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีเศรษฐกิจของกลุ่มอย่างสิ้นเชิง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และผลพวงของการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ได้ก่อให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม ผลลัพธ์คือการผสมผสานที่น่ากังวลระหว่างการเติบโตที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ซึ่งบีบบังคับให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องเปลี่ยนทิศทางนโยบายอย่างเด็ดขาด ประธานยูโรกรุ๊ป คีเรียคอส ปิแอร์ราคาคิส ได้ส่งข้อความที่ชัดเจนเป็นสองด้าน: ยูโรโซนอยู่ภายใต้แรงกดดันแบบ Stagflation (ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันท่ามกลางเงินเฟ้อสูง) อย่างรุนแรง แต่เศรษฐกิจยังคงประคองตัวได้ และการตอบสนองเชิงนโยบายจะต้องทั้งแม่นยำและประสานสอดคล้องกัน
ปิแอร์ราคาคิสได้อธิบายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็น "เงินเฟ้อเป็นขาขึ้น การเติบโตเป็นขาลง นี่คือสถานการณ์ของแรงกระแทกแบบ Stagflation" ตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดฤดูใบไม้ผลิของคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ได้คาดการณ์การเติบโตของยูโรโซนไว้เพียง 0.9% ในปี 2026 และ 1.2% ในปี 2027 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปิแอร์ราคาคิสให้ความเห็นว่า "ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังห่างไกลจากสถานการณ์ถดถอย"
ในขณะเดียวกัน ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นจาก Eurostat ระบุว่าเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 3.0% โดยมีสาเหตุหลักเกือบทั้งหมดมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นถึง 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แม้จะมีตัวเลขเหล่านี้ออกมา แต่ปิแอร์ราคาคิสก็ปฏิเสธที่จะใช้ป้ายชื่อที่น่าตกใจที่สุด เขายืนกรานว่ายูโรโซนไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต Stagflation เต็มรูปแบบ แต่เป็น "การดำเนินการอยู่ภายในขอบเขตของการเติบโต" ในขณะที่กำลังเผชิญกับแนวโน้มของ Stagflation ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ข้อโต้แย้งของเขามาจากความยืดหยุ่นของตลาดแรงงานในประเทศ—โดยมีอัตราการว่างงานต่ำเป็นประวัติการณ์—และความสามารถของกลุ่มประเทศในการรับมือกับแรงกระแทกจากภายนอกที่รุนแรงนับตั้งแต่ปี 2022
สาเหตุโดยตรงของราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันนี้มาจากการหยุดชะงักของหนึ่งในเส้นทางสายพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยปกติแล้วประมาณ 20% ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่การขนส่งกลับชะลอตัวจนเกือบหยุดนิ่งนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ปิแอร์ราคาคิสได้เคยกล่าวไว้ก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลัง G7 ในเดือนพฤษภาคมว่าการเปิดช่องแคบอีกครั้งเป็นเรื่องที่ "สำคัญสูงสุด"
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงต้นเดือนมิถุนายน อิหร่านได้ระงับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ และให้คำมั่นว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง และทำลายความหวังในการแก้ปัญหาทางการทูตอย่างรวดเร็ว
"ความไม่แน่นอนครอบงำอยู่" ปิแอร์ราคาคิสกล่าวหลังจากการประชุมยูโรกรุ๊ปครั้งก่อน โดยยอมรับว่าวิกฤตอ่าวเปอร์เซียส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ราคาพลังงานไปจนถึงวัตถุดิบเชิงกลยุทธ์
ธนาคารกลางยุโรปได้ลงมือปฏิบัติในวันเดียวกับการประชุมที่ลักเซมเบิร์ก ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักทั้งสามขึ้น 0.25% (25 basis points) โดยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit facility rate) จาก 2.00% ขึ้นเป็น 2.25% นี่เป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของ ECB นับตั้งแต่ปี 2023 ทำให้เป็นธนาคารกลางหลักแห่งแรกที่กลับมาใช้นโยบายคุมเข้มอีกครั้งเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตราคาพลังงานครั้งใหม่ คณะกรรมการบริหารของ ECB ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ "มีความแข็งแกร่งภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกันสามรูปแบบ" เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายระยะกลางที่ 2%
ตลาดการเงินได้รีบประเมินราคาไว้แล้วว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งในอัตรา 0.25% โดยนักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นทั้งหมดสามครั้งภายในฤดูใบไม้ผลิของปี 2027
สิ่งสำคัญคือ ปิแอร์ราคาคิสได้ใช้เวทีการประชุมนี้เพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประสานนโยบายการคลังและการเงิน "นโยบายการคลังทั่วทั้งเขตยูโรโซนจะต้องเสริมความพยายามของ ECB ในการควบคุมเงินเฟ้อ" เขากล่าวกับ Euronews และ "จะต้องไม่ขัดแย้ง" กับแนวทางการคุมเข้มของธนาคารกลาง เขาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก "นำบทเรียนในอดีตมาใช้: ดำเนินมาตรการที่ตรงเป้าหมาย ชั่วคราว และปรับแต่งมาโดยเฉพาะ" เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่สุดโดยไม่เป็นการเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในวงกว้าง
นอกเหนือจากนโยบายการเงินแล้ว ปิแอร์ราคาคิสยังให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อความคิดริเริ่มของคณะกรรมาธิการยุโรปในการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ทางการคลังเพื่อเร่งการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เขากล่าวว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสิ่งที่ "มีเหตุผลอย่างเต็มที่" โดยอ้างถึงผลการค้นพบของ IMF ที่ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงานนั้น ลดลงถึง 12% จากการลงทุนด้านพลังงานที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2022
นี่ไม่ใช่แค่มาตรการทางยุทธวิธี แต่เป็นการแก้ไขเชิงกลยุทธ์ นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่ต่างยอมรับโดยปริยายถึงข้อบกพร่องในแผนยุทธศาสตร์พลังงานของยุโรปหลังปี 2022 การที่ยุโรปประสบความสำเร็จในการแทนที่ก๊าซรัสเซียด้วย LNG จากตลาดโลกและการนำเข้าผ่านท่อจากตะวันออกกลาง เท่ากับว่ายุโรปแลกเปลี่ยนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หนึ่งไปสู่อีกความเสี่ยงหนึ่ง โดยเปลี่ยนการพึ่งพามาอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่ได้สร้างขีดความสามารถด้านพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศและคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์อย่างเพียงพอเพื่อปกป้องตนเอง ปิแอร์ราคาคิสวางกรอบทางออกในแง่ของอธิปไตย: "พลังงานที่มีราคาย่อมเยาคือวัตถุดิบของความสามารถในการแข่งขันของยุโรป ทุกยูโรที่ลงทุนในเอกราชทางพลังงานคือการลงทุนในอธิปไตยของเรา"
การเรียกร้องให้ "เล่นเกมรุก" ดังที่ปิแอร์ราคาคิสเคยเร่งเร้าต่อรัฐสภายุโรปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน หมายถึงการเผชิญหน้ากับความเปราะบางเชิงโครงสร้างของทวีปอย่างตรงไปตรงมา วิกฤตการณ์ในเดือนมิถุนายน 2026 ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการมีความยืดหยุ่นในการจัดการกับอาการนั้นไม่เพียงพอ หากปราศจากการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในนโยบายพลังงานเชิงยุทธศาสตร์
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ประธานยูโรกรุ๊ป คีเรียคอส ปิแอร์ราคาคิส ระบุว่ายูโรโซนกำลังเผชิญ 'เงินเฟ้อขาขึ้น การเติบโตขาลง' ซึ่งเป็นแรงกระแทกแบบ Stagflation จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่ากลุ่มประเทศยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เต็มรูปแบบ
ประธานยูโรกรุ๊ป คีเรียคอส ปิแอร์ราคาคิส ระบุว่ายูโรโซนกำลังเผชิญ 'เงินเฟ้อขาขึ้น การเติบโตขาลง' ซึ่งเป็นแรงกระแทกแบบ Stagflation จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่ากลุ่มประเทศยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เต็มรูปแบบ ECB ตอบสนองเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 25 basis points เป็น 2.25% ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี หลังจากความขัดแย้งผลักดันเงินเฟ้อยูโรโซนแตะ 3% และราคาน้ำมันทะลุ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปิแอร์ราคาคิสสนับสนุนความยืดหยุ่นทางการคลังที่มากขึ้นเพื่อการลงทุนด้านพลังงาน โดยเรียกร้องให้ "ทุกยูโรที่ลงทุนในเอกราชทางพลังงานคือการลงทุนในอธิปไตยของเรา" แต่เตือนนโยบายการคลังระดับชาติต้องไม่ขัดแย้งกับความพยายามคุมเ...