เมื่อกลไกการตัดต่อแก้ไขข้อผิดพลาดสำเร็จ เซลล์ก็จะสามารถผลิตโปรตีนดิสโทรฟินที่สั้นลงมาเล็กน้อยแต่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง (functional dystrophin)
ในการศึกษาทดลองในมนุษย์ครั้งแรก (First-in-human) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Cell วันที่ 10 มิถุนายน 2026 ได้ทำการคัดเลือกผู้ป่วยเด็กชาย DMD จำนวน 3 ราย มารับยีนบำบัด LE051 (ชื่อรุ่นยาที่พัฒนาจาก LEAPER 2.0) เพียง ครั้งเดียว ทางหลอดเลือดดำ
ผลการติดตามอาการเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มสร้างความประหลาดใจให้กับวงการแพทย์ เมื่อเปรียบเทียบกับประวัติธรรมชาติของโรค (natural history) ที่ผู้ป่วย DMD จะมีการทำงานของกล้ามเนื้อที่ลดลงเรื่อยๆ ในแต่ละปี ผู้ป่วยทั้ง 3 รายที่ได้รับ LE051 กลับแสดงให้เห็นถึง 'พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและคงทน' (significant and sustained motor function improvements) ซึ่งรวมถึงสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและปอดที่ดีขึ้นด้วย
ทำไมแค่ 'ไม่แย่ลง' จึงเป็นเรื่องใหญ่?
ในบริบทของโรคกล้ามเนื้อเสื่อมดูเชน การที่ค่าการเดิน 6 นาที (6MWD) ลดลงมากกว่า 36.3 เมตร หรือคะแนนการประเมินการเคลื่อนไหว NSAA ลดลงมากกว่า 2.8 หน่วยต่อปี ถือเป็นการยืนยันว่าโรคกำลังดำเนินไปข้างหน้าอย่างแน่นอนดังนั้น การที่ LE051 ทำให้ผู้ป่วย 'ดีขึ้น' จึงเป็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของยีนบำบัดแบบเก่าๆ คือการที่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยอาจมองเห็นโปรตีนดิสโทรฟินที่สร้างขึ้นใหม่เป็นสิ่งแปลกปลอมและเข้าโจมตี
ข่าวดีจากงานวิจัยนี้คือ ผลการตรวจสอบทั้งในแบบจำลองลิงแสม (NHPs) และในผู้ป่วยที่ได้รับ LE051 ยืนยันว่า ไม่พบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนดิสโทรฟินที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมาเลย และยังรายงานว่าการรักษา ปลอดภัยและผู้ป่วยสามารถทนต่อยาได้ดี (safe and well-tolerated)
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลพรีคลินิกในลิงแสมที่มียีนกลายพันธุ์ DMD แบบ hotspot mutation ยังแสดงให้เห็นว่า การฟื้นคืนของโปรตีนดิสโทรฟินและการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดีขึ้นนั้น คงอยู่นานอย่างน้อย 1.5 ปี หลังการฉีดเพียงครั้งเดียว
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของ LE051 กับวิธีการรักษา DMD ในปัจจุบัน
สำหรับครอบครัวผู้ป่วย DMD ในประเทศไทย ข่าวนี้มีความหมายมากกว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพราะมันคือ 'ความหวัง' ที่จับต้องได้มากขึ้น จากการรักษาที่มุ่งเพียงชะลออาการ สู่การรักษาที่มีศักยภาพในการ 'ฟื้นฟู' สมรรถภาพของร่างกาย
แม้ว่า LE051 จะเพิ่งผ่านการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยขนาดเล็ก แต่การเป็น 'รายแรกของโลก' ที่นำเทคโนโลยีแก้ไข RNA มาใช้รักษา DMD ในมนุษย์ได้สำเร็จ ถือเป็นการพิสูจน์แนวคิดสำคัญและเป็นรากฐานนำไปสู่การทดลองในวงกว้างขึ้น
ก้าวต่อไปของทีมวิจัยคือการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว ซึ่งได้ลงทะเบียนการทดลองทางคลินิก (หมายเลข NCT06900049) และมีแผนรับผู้ป่วยเพิ่ม หากผลลัพธ์ยังคงเป็นบวก LE051 อาจกลายเป็นการรักษามาตรฐานใหม่ที่พลิกโฉมชีวิตผู้ป่วย DMD ทั่วโลก รวมถึงการเปิดประตูสู่การรักษาโรคพันธุกรรมอื่นๆ ด้วยเทคนิคการแก้ไข RNA ไม่ใช่แค่ที่จีน แต่คือความหวังของมนุษยชาติ
Comments
0 comments