สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นใหม่ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญ โดยในวันที่ 3 มิถุนายน โดรนของอิหร่านโจมตีสนามบินหลักของคูเวต ก่อนที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะแลกเปลี่ยนการโจมตีกัน ราคาน้ำมันพุ่งทะยานทันที โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงราคาน้ำมันโลก ปิดตลาดใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
นักวิเคราะห์เตือนว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นได้ถึง 10% ซึ่งยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และกลายเป็นแรงกดดันซ้ำเติมตลาดหุ้นเกิดใหม่
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนว่า การโจมตีครั้งใหม่ในตะวันออกกลางเป็นตัวผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และกระตุ้นความกลัวเงินเฟ้อซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นตลาดเกิดใหม่โดยตรง
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของกรุงปักกิ่งได้เรียกประชุม 5 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ได้แก่ Taobao (Tmall), JD.com, Pinduoduo, Douyin และ Xiaohongshu เพื่อตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ ในแคมเปญปราบปรามการแข่งขันแบบ "หนูถีบจักร" (Rat Race Competition) ระหว่างแพลตฟอร์ม ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากกฎระเบียบระลอกใหญ่ก่อนหน้านี้ โดยเมื่อปลายปี 2568 จีนได้ออกกฎห้ามแพลตฟอร์มบังคับให้ร้านค้าทำสงครามราคาตํ่าสุด
และในวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (Anti-Unfair Competition Law) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568
การเรียกประชุมครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ได้นำความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบกลับมาสู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของจีนอีกครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุดในภูมิภาค และส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่โดยรวม
การเทขายครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นเหตุการณ์ประกอบ (Compound Event) ที่สมบูรณ์แบบ เริ่มต้นจากรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและท่าทีแข็งกร้าวของ Fed ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการลดความเสี่ยง, แนวโน้ม AI ที่น่าผิดหวังซึ่งฉุดหุ้นเทคเอเชียลง, การโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ดันราคาน้ำมันและรื้อฟื้นความกังวลเงินเฟ้อ, และการปราบปรามด้านกฎระเบียบครั้งใหม่ของจีนต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านนโยบายให้กับภาคส่วนที่มีน้ำหนักมากที่สุดในภูมิภาค
Comments
0 comments