ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดบวก 0.5% ในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 หยุดสถิติร่วงต่อเนื่อง 4 วัน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และโดนัลด์ ทรัมป์กลับลำยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านอย่างกะทันหัน ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักทั้งสามอัตรา 0.25% อย่างเป็นเอกฉันท์ ดันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสู่ 2.25%...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused European stocks to snap their four-session losing streak on Thursday, and what were the key details of the ECB's first interest. Article summary: Here is a complete breakdown of the key developments on Thursday, June 11, 2026.. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "| | | | | --- | --- | --- | | Market Closed - Switzerland 11:50:00 2026-06-11 am EDT | 5-day change | 1st Jan Change | | 621.53 PTS | +0.54% | Intraday chart for STOXX EUROPE" source context "Equities rally, dollar dips with oil as Trump cancels Iran attacks | MarketScreener" Reference image 2: visual subject "European Stocks Close Higher in Thursday Trading; ECB Raises Interest Rates by 25 Basis Points" source context "Equities rall
ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2026 ตลาดหุ้นยุโรปหยุดการร่วงหล่นต่อเนื่อง 4 วันทำการ ในเซสชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยสองพลังมหาศาล: การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ด้านนโยบายการเงินจากแฟรงก์เฟิร์ต และวันแห่งความผันผวนทางภูมิศาสตร์การเมืองจากวอชิงตัน ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 0.5% โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารเป็นแกนนำ ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามปี ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่าน "อย่างหนักหน่วง" แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็กลับลำยกเลิกแผนโจมตี โดยอ้างถึงความคืบหน้าทางการทูต
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักทั้งสามอัตรา 0.25% ในการลงมติที่เป็นเอกฉันท์ ซึ่งถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Facility Rate) ถูกปรับขึ้นเป็น 2.25% อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์หลัก (Main Refinancing Rate) เป็น 2.40% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนเพิ่ม (Marginal Lending Facility) เป็น 2.65%
นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ยืนยันว่าการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ไม่มีข้อกังขา และไม่มีการหารือถึงข้อเสนอทางเลือกอื่นใดเลย
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากแรงกระแทกด้านเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสงครามอิหร่าน ราคาผู้บริโภคในยูโรโซนเร่งตัวขึ้นเป็น 3.2% ในเดือนพฤษภาคม จาก 3% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ความขัดแย้งส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสายสำคัญของโลก และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ภาวะเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานครั้งนี้บีบให้ ECB ตกอยู่ในกับดัก "สแตกเฟลชั่น" (Stagflation) หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง: ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดราคา แต่ก็เสี่ยงที่จะซ้ำเติมเศรษฐกิจยูโรโซนที่กำลังอ่อนแอลง
การขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้เกือบจะเป็นที่รับรู้ของตลาดหมดแล้ว โดยก่อนหน้านี้ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้สูงถึงประมาณ 91% ส่งผลให้ค่าเงินยูโรร่วงลงในแบบฉบับ "ซื้อข่าวลือ ขายข่าวจริง" (Buy the Rumor, Sell the Fact) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วทั้งกลุ่มประเทศก็ปรับตัวลดลง
เซสชั่นตลาดวันนั้นถูกครอบงำด้วยความผันผวนจากประเด็นสหรัฐฯ-อิหร่านที่ไม่ธรรมดา ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียอย่างตรงไปตรงมา เตือนว่าสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน "อย่างหนักมากในคืนนี้" (VERY HARD TONIGHT) และจะ "เข้าควบคุมเบ็ดเสร็จ" ภาคส่วนน้ำมันและก๊าซของอิหร่าน โดยระบุถึงคลังน้ำมันเกาะคาร์ก (Kharg Island) โดยเฉพาะ คำพูดนี้ในขั้นต้นทำให้ราคาน้ำมันและส่วนต่างความเสี่ยง (Risk Premium) พุ่งสูงขึ้น ส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทรัมป์ก็กลับลำอย่างกะทันหัน เขาประกาศบน Truth Social ว่าได้ "ยกเลิกแผนการโจมตีและทิ้งระเบิดใส่อิหร่านในเย็นวันนี้แล้ว" โดยระบุว่าการหารือกับผู้นำของสาธารณรัฐอิสลาม "ได้ดำเนินไปถึงระดับสูงสุดและได้รับการอนุมัติจากพวกเขาแล้ว" ในเวลาต่อมาเขากล่าวว่าข้อตกลง "อยู่ในระหว่างรอการสรุปเอกสาร" ซึ่งอาจลงนามได้ภายในสุดสัปดาห์นั้น
การถอยออกจากการขยายความรุนแรงครั้งใหญ่ในทันทีนี้สร้างความสงบแก่ตลาด คลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามระดับภูมิภาคในวงกว้างที่อาจรบกวนเส้นทางอุปทานพลังงานอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี ทรัมป์ระบุว่าการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) จะยังคงดำเนินต่อไป ทำให้สถานการณ์ยังคงเปราะบาง
การพุ่งขึ้นของตลาดนำโดยภาคส่วนที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุการณ์ในวันนั้น:
นักลงทุนมองข้ามการยกระดับวาจาจากวอชิงตัน และมุ่งความสนใจไปที่การดำเนินการที่เด็ดขาดของ ECB และสัญญาณการผ่อนคลายความตึงเครียดในช่วงท้ายของวัน
ECB ยังคงใช้นโยบายการส่งสัญญาณล่วงหน้า (Forward Guidance) แบบยืดหยุ่นตามมาตรฐาน โดยปฏิเสธที่จะผูกมัดล่วงหน้าต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก MUFG ตั้งข้อสังเกตว่า "การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมมีความเป็นไปได้มากกว่า" ในเมื่อตอนนี้ ECB ได้ก้าวข้ามจุดเริ่มต้นการคุมเข้มนโยบายมาแล้ว
ตลาดกำลังคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ทั้งหมดสองครั้งในปีนี้ โดยมีความเสี่ยงที่จะมีครั้งที่สาม ขึ้นอยู่กับว่าแรงกระแทกเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนจากสงครามอิหร่านจะพัฒนาไปอย่างไร
ธนาคารกลางกำลังเดินไต่เส้นด้าย การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงเสี่ยงที่จะฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสถานการณ์ "สแตกเฟลชั่น" ที่ RSM เคยอธิบายว่าเป็น "ฝันร้ายที่สุดของนายธนาคารกลางทุกคน" ในขณะนี้ ECB ได้ส่งสัญญาณว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อยึดเหนี่ยวเงินเฟ้อให้กลับสู่ 2% แต่หมอกควันแห่งสงครามเหนือตะวันออกกลางทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจไม่แน่นอนอย่างยิ่ง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดบวก 0.5% ในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 หยุดสถิติร่วงต่อเนื่อง 4 วัน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และโดนัลด์ ทรัมป์กลับลำยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านอย่างกะทันหัน
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดบวก 0.5% ในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 หยุดสถิติร่วงต่อเนื่อง 4 วัน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และโดนัลด์ ทรัมป์กลับลำยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านอย่างกะทันหัน ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักทั้งสามอัตรา 0.25% อย่างเป็นเอกฉันท์ ดันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสู่ 2.25% เพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่พุ่งจากสงครามอิหร่าน แม้เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังอ่อนแอ
หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งเกือบ 2% ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นธนาคารได้อานิสงส์จากแนวโน้มกำไรปล่อยกู้ที่เพิ่มขึ้น แต่ ECB กำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจาก Stagflation นักวิเคราะห์คาดขึ้นดอกเบี้ยอีกในเดือนกรกฎาคม...